บทที่ 720 อาจารย์ของข้า! (ปลาย)
คิดได้ดังนั้นมือข้างขวาของตู๋กูเฝิงขยับกำเข้าหากัน ที่บนฝ่ามือนั้นเกิดเป็นพลังงานไหลรวมเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เยี่ยฉวนเห็นดังนั้นขณะทำท่าขยับเคลื่อนไหวก็เป็นเวลาเดียวกับที่ตู๋กูเสวียนก้าวออกมาขวางเบื้องหน้าพร้อมกับผลักออกพลังฝ่ามืออันแปลกประหลาด ทันใดนั้นบังเกิดเป็นปราการบางๆ ขึ้นขวางกั้นทางด้านหน้าของเยี่ยฉวน พร้อมกับปราการได้เกิดแสงสว่างสีขาวนวลหลากไหลเข้ารวมกันจนกลายเป็นกระแสคลื่นขนาดย่อม
ชั้นอากาศเริ่มสั่นไหว
เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏ ชายชราตู๋กูเฝิงนิ่วหน้าขณะที่พึมพำออกไปว่า “ทักษะต้องห้ามแห่งชุมนุมพลังเร้นลับ!”
ตู๋กูเสวียนไม่ใส่ใจคนตรงข้ามอีกต่อไป นางหันกลับไปบอกเยี่ยฉวนโดยเร็วว่า “รีบพาน้องของเจ้าหนีไปเสียจากดินแดนสวรรค์และหนีไปให้พ้นจากกระแสคลื่นนี้”
หลังจากนั้นนางเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวบุตรชาย พลันปรากฏรัศมีแสงพุ่งไปที่เท้าของเยี่ยฉวนและเยี่ยหลิง ต่อมาทั้งสองไปปรากฏตัวอยู่ด้านนอกแดนแห่งไฟชำระโดยฉับพลัน
ที่ด้านนอก เยี่ยฉวนยืนตะลึงงงงัน ครู่ต่อมาเขารีบผลุนผลันยกร่างไร้สติของน้องสาวขึ้นแบกและทำท่าจะกลับเข้าไปด้านใน
ในตอนนั้นเสียงเจียนจื่อไจ้พูดขึ้นมาทันที “เหตุใดจึงคิดกลับไป อยากตายหรือไง? รีบพาน้องของเจ้าหนีไปเสียดีกว่า หาที่ซ่อนตัวซุ่มฝึกวิชาอีกสักสิบปี ถึงวันที่เจ้ากลับมาอีกครั้ง ก็สามารถสังหารคนตระกูลตู๋กูรวมทั้งตระกูลกู่ก็ยังได้”
ชายหนุ่มโต้แย้งทันควัน “กว่าจะถึงตอนนั้นแม่ข้าคงตายไปแล้วน่ะสิ ถึงข้าจะกลับมาฆ่าคนพวกนี้แล้วจะได้ประโยชน์อะไร?”
เสียงถามกลับมา “กลับเข้าไปหาความตายตอนนี้ได้ประโยชน์งั้นสิ?”
เยี่ยฉวนตอบว่า “อย่างน้อยข้าจะไม่รู้สึกผิด”
หลังจากนั้น ชายหนุ่มหอบร่างของเยี่ยหลิงไว้ในอ้อมแขนได้กลับไปปรากฏอีกครั้งภายในชั้นที่เก้า
ณ เวลานั้นตู๋กูเฝิงและตู๋กูเสวียนยังอยู่ด้านใน ขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมจะออกปะทะกันถึงกับชะงักด้วยความตกตะลึง
ย้อนกลับมา?
มารดาหันไปถามคนที่เป็นบุตรชายเสียงเคร่ง “กลับมากันทำไม!”
เยี่ยฉวนก้าวออกไปยืนเบื้องหน้าตู๋กูเสวียนพร้อมกับส่งร่างของน้องสาวให้ผู้เป็นแม่ “ถ้าพวกเรารอดก็ต้องรอดไปด้วยกัน ถ้าไม่รอดก็ช่างหัวมัน อย่างมากก็แค่ตายด้วยกัน”
สตรีมารดามองบุตรชายหนุ่มน้อยตรงหน้านิ่งนาน ในที่สุดฝ่ายแรกก็เผยรอยยิ้ม “ได้ ถ้ารอดก็รอดไปด้วยกัน ถ้าตายก็ตายพร้อมกัน”
จากนั้นชายหนุ่มหันกลับไปมองตู๋กูเฝิงอีกด้านหนึ่ง ซึ่งฝ่ายนั้นกำลังจับตามองด้วแววตาเคร่งเครียด
เยี่ยฉวนส่ายหน้าน้อยๆ พลางแสยะยิ้ม “คิดว่าคนอย่างข้าจะยอมให้ถูกรังแกได้ง่ายๆ งั้นหรือ?”
จากนั้นเขาเหลือบไปยังสัตว์อสูรตัวน้อยที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ไม่ห่างไปเท่าใด ซึ่งในเวลานั้นเจ้าสัตว์อสูรค่อยๆ เผลอเปลือกตาขึ้นมองดูพอดี
และมันกำลังจับตามองเหล่ามนุษย์อยู่อย่างเงียบเชียบ
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้มนิดหนึ่งพลางตวัดฝ่ามือและผลักออกไป ขณะเดียวกันก็เริ่มร่ายเวท “สวรรค์แลปฐพีแทนดวงตา มุ่งมาหมายยลสวรรค์……”
คนที่อยู่ในหอคอย เจียนจื่อไจ้นิ่งงัน “……”
เสียงกล่าวสิ้นสุดลง ทว่าไม่เกิดผลใดทั้งสิ้น
ตู๋กูเฝิงเขม้นมองเยี่ยฉวน “ไม่มีผลงั้นหรือ? เจ้าจะ……”
พลันเสียงพูดชะงักหยุดขณะสายตาเหลือบมองไปเห็นสัตว์อสูรน้อยที่นอนอยู่ไม่ห่างออกไป ด้วยเจ้าสัตว์อสูรตัวจ้อยผุดลุกพรวดพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่เยี่ยฉวนด้วยประกายตาแรงกล้า
อะไรกันนี่?
ตู๋กูเฝิงขมวดคิ้วมองด้วยความแปลกใจ
ทันใดนั้นสัตว์อสูรจ้อยขยับเข้าใกล้เยี่ยฉวนและมองมนุษย์ตรงหน้าครู่หนึ่ง “ใครเป็นคนสอนเวทให้แก่เจ้า”
เสียงเข้มและแหบสาก ประดุจคลื่นเสียงสะท้อนก้อง
ชายหนุ่มตอบ “อาจารย์ของข้า”
เจียนจื่อไจ้ “……”
อาจารย์!
สัตว์อสูรจ้อยจ้องเขม็งขณะเสียงถามอย่างคาดคั้น “นางอยู่ที่ไหน?”
คนตอบหน้าเคร่ง น้ำเสียงจริงจัง “ข้าตามท่านมาแล้ว อีกไม่นานนางคงจะมาถึง……”
เมื่อได้ฟังคำตอบจากมนุษย์ตรงหน้า เจ้าสัตว์อสูรจ้อยถึงกับสีหน้าเปลี่ยนวูบพลางส่งเสียงคำรามในลำคอ “ทำไมต้องตามนางมาที่นี่?”
ขณะเดียวกันก็เริ่มเดินวนไปวนมาราวกับจะหยั่งเชิง
เยี่ยฉวนบอกทันที “ข้ากำลังจะถูกฆ่าตาย ดังนั้นจึงต้องหาคนมาช่วย!”
ทันใดนั้นสัตว์อสูรตัวจ้อยหันขวับไปมองชายชราตู๋กูเฝิง ฝ่ายหลังถึงกับหน้าซีดเผือดพร้อมกับทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง ฉับพลันนั้นสัตว์อสูรตัวจ้อยทะยานเข้าใส่ชายชราอย่างรวดเร็วขณะเดียวกันปากขนาดใหญ่อ้ากว้างพุ่งเข้างับร่างตู๋กูเฝิง……
ฝ่ายนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนด้วยความตระหนกสุดขีด เขาไม่คาดคิดว่าจะถูกสัตว์อสูรจ้องจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวเช่นนี้ อย่างไรก็ตามการตอบสนองของชายชรามิได้เป็นไปอย่างเชื่องช้าเลย ทันทีที่ถูกสัตว์อสูรจู่โจมเขาพลันผลักฝ่ามือข้างขวากระแทกไปและมีแสงสีดำพุ่งออกจากกลางฝ่ามือ ถึงกระนั้นแสงสีดำกลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเข้าใกล้ปากขนาดใหญ่ที่อ้ากว้างนั้นด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นเช่นนั้นครานี้สีหน้าของตู๋กูเฝิงแปรเปลี่ยนสิ้นเชิง พร้อมกับยกฝ่าเท้าขวากดลงบนพื้นอย่างแรงพลันร่างนั้นแตกกระจายออกทันที ขณะเดียวกันปรากฏร่างเงาดำทะยานวูบหายออกไปจากชั้นที่เก้า
สลัดทิ้งกายเนื้อ รักษาดวงวิญญาณ!
ตู๋กูเฝิงเป็นผู้ที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว!
บนชั้นที่เก้าเยี่ยฉวนยืนมองขณะเดียวกันมุมปากบิดยกยิ้มน้อยๆ พลังของเจ้าสัตว์อสูรตัวจ้อยแข็งแกร่งน่าเกรงขามยิ่งนัก
ในตอนนั้นสัตว์อสูรจ้อยหันมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่อีกด้านพลางบอกกับเขาว่า “บอกนางไปว่าไม่ต้องมาแล้ว”
เยี่ยฉวนตอบด้วยสุ้มเสียงจริงจัง “บางทีนางอาจจะมาถึงแล้วก็เป็นได้”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของสัตว์อสูรแปรเปลี่ยนดุดัน พร้อมกับปรากฏมีลมหายใจกระโชกมาอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มรีบโบกมือห้ามกับพูดเสียงรัวเร็ว “ถ้าข้าออกไปนางก็คงจะไม่ลงมา”
ราวกับจะยอมรับคำตอบของเขา เมื่อลมหายใจกระโชกแรงหายวับไปทันที
เยี่ยฉวนถามอีกฝ่ายว่า “ถึงอย่างไรข้างนอกมีอันตรายรออยู่มากนัก”
เจ้าสัตว์อสูรหันมามองผู้พูดด้วยแววตาดุดัน เยี่ยฉวนทำท่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จากนั้นจึงเอ่ยกับตัวจ้อยว่า “ขอให้พวกนางได้อยู่ในนี้ก่อน ส่วนข้าจะออกไปเองได้หรือไม่?”
พลันสีหน้าดุดันของสัตว์อสูรจ้อยกลายเป็นเหี้ยมเกรียมขึ้น “เจ้าอยากให้ข้าปกป้องคนของเจ้าสินะ?”
ฝ่ายมนุษย์ตอบทันที “ถูกแล้ว!”
เสียงแหบห้าวเย้ยหยันของสัตว์อสูรดังขึ้นว่า “มนุษย์ต่ำต้อย……ไม่ต้องคิดมาก!”
เยี่ยฉวนทำทีพูดเรื่อยๆ “อาจารย์ข้าแม่นางเจียนจื่อไจ้สั่งให้มาบอกว่า ถ้าข้าตาย สิ่งมีชีวิตในแดนแห่งไฟชำระจะต้องดับสูญไปพร้อมกับข้า!”
สัตว์อสูรตัวจ้อยมองนิ่ง “……”
ในหัวของเยี่ยฉวน เสียงของเจียนจื่อไจ้เปรยออกมา “พูดไปได้……ไม่รู้จักกระดากปากบ้างเลย……”



