Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 748

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 748 สู้สุดใจขาดดิ้น! (ปลาย)

C

อันว่าปณิธานมาร ที่ผ่านมาเยี่ยฉวนเคยพิจารณาได้เพียงหนึ่งเดียว ทว่าเวลานี้เขาเริ่มไตร่ตรองปณิธานมารในส่วนอื่นบ้าง เมื่อใดที่รับรู้พลังปณิธานมารในส่วนอื่นเขาก็จะสามารถใช้งานในส่วนนั้นได้!

การพินิจไตร่ตรองพลังปณิธานกระบี่มารนั้น เยี่ยฉวนต้องฝึกฝนการบ่มเพาะพลังปราณให้ได้เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

ขั้นพลังผสานลมปราณ!

จนถึงเดี๋ยวนี้ เขาไม่พยายามที่จะบรรลุขั้นพลัง!

เขาจะไม่พยายามในการบรรลุขั้นพลังจนกว่าจะถึงขีดจำกัด!

ชั่วยามต่อมา ตู๋กูเสวียนจึงกลับมายังโรงเตี๊ยม

ในห้องพัก เสียงตู๋กูเสวียนแจ้งว่า “ในเมืองเว่ยหยางมีหอวาณิชอยู่ด้วยกันหลายแห่ง ทว่าหอวาณิชที่ใหญ่ที่สุดมีเพียงหนึ่งคือหอวาณิชว่านเป่า ทุกห้าวันจะจัดให้มีการประมูล และของที่นำมาประมูลล้วนเป็นของดีมีค่าทุกชิ้น ถ้าเจ้าอยากซื้อหาหรือขายอะไรก็ตาม หอวาณิชแห่งนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม”

ชายหนุ่มฟังแล้วจึงพยักหน้า “ส่วนกองกำลังพลังอำนาจที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเมืองเล่าขอรับ?”

ตู๋กูเสวียนผงกศีรษะก่อนตอบว่า “แม่ไปพบสถานที่หนึ่งชื่อว่าศาลาไป่เสี่ยว ว่ากันว่าถ้าเจ้าสู้ราคา ไม่มีสิ่งใดที่ที่นั่นหาให้ไม่ได้”

เยี่ยฉวนผุดลุกขึ้นยืน “ถ้าเช่นนั้นก็ไปศาลาไป่เสี่ยวกันเถอะ”

ฝ่ายผู้เป็นมารดาบอกเสียงเคร่ง “ตอนที่พวกเรากลับมาดูเหมือนจะมีคนติดตามมามิใช่น้อย ต่อไปเวลาพวกเราอยู่ที่ไหนเป็นต้องถูกเปิดเผยแน่”

ชายหนุ่มเหยียดริมฝีปาก “สักวันหนึ่งต้องถูกเปิดเผยอยู่แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นเราจะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป”

ตู๋กูเสวียนมองหน้าคนพูดนิดหนึ่ง “เจ้ามีสมบัติล้ำค่าอยู่กับตัว จะกลายเป็นเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามนะ!”

คนบุตรชายตอบเสียงเรียบ “ข้ารู้”

สีหน้าของตู๋กูเสวียนบ่งชัดว่าไม่เข้าใจอีกฝ่าย “เช่นนั้นแม่จะถามตรงๆ ว่าเหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่!”

เยี่ยฉวนตอบเสียงแผ่ว “ข้าหนีไม่ได้และไม่ต้องการหนีอีกต่อไป เวลานี้ข้าจะคอยดูว่าใครจะเป็นคนลงมือก่อนกัน”

มารดาจ้องหน้าพลางถาม “แล้วหลังจากนั้นเล่า?”

บุตรชายตอบยิ้มๆ น้ำเสียงไม่ยี่หระ “หลังจากนั้นแค่คำเดียวสั้นๆ……ฆ่า ข้าจะฆ่าทุกคนที่สร้างปัญหาให้กับพวกเรา!”

ตู๋กูเสวียนนิ่งอึ้ง “……”

สองก้านธูปดับมอดให้หลัง เยี่ยฉวนมาถึงยังที่ตั้งของศาลาไป่เสี่ยวพร้อมด้วยตู๋กูเสวียนและเจ้าสุนัขอสูรน้อย เมื่อมาถึงยังบริเวณศาลาไป่เสี่ยว ชายหนุ่มชักกังขาว่าตนจะมาผิดที่เสียแล้ว ด้วยสถานที่ที่ปรากฏต่อหน้ามีเพียงอาคารไม้หลังเล็กๆ หลังหนึ่ง อาคารหลังนั้นมีขนาดเล็กมากหากไม่เหลือบไปเห็นจารึกตัวอักษรบนอาคารไม้ว่าศาลาไป่เสี่ยวแล้วละก็ ชายหนุ่มมีอันมั่นใจว่ามาผิดที่เป็นแน่

เสียงตู๋กูเสวียนพูดมาให้ได้ยินว่า “สิ่งที่มองดูว่ายิ่งเรียบง่าย บางทียิ่งน่ามหัศจรรย์!”

ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำพูดและเดินตรงไปยังอาคารไม้หลังเล็ก พลันเมื่อไปถึงบานประตูก็เปิดออกและเยี่ยฉวนก้าวเข้าไปด้านใน จึงพบว่ากลางห้องมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะ ขณะนั้นอีกฝ่ายมองตรงมายังกลุ่มคนแปลกหน้าพลางว่า “รู้กฎของที่นี่หรือไม่?”

เยี่ยฉวนสั่นหน้าปฏิเสธ

ชายผู้นั้นจึงถามว่า “พวกเจ้าอยากรู้เรื่องอะไร?”

ชายหนุ่มตอบ “ตามหาคนคนหนึ่ง!”

ชายคนดังกล่าวถามต่อ “มีรูปไหม?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าและสะบัดชายแขนเสื้อกว้างออกไปครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นภาพของเยี่ยหลิงได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าชายที่โต๊ะ

ฝ่ายคนทางศาลาเห็นจึงบอกว่า “ค่าจ้างเป็นอัญมณีเพชรน้ำค้างสีม่วงครึ่งล้านชิ้น”

เยี่ยฉวนยื่นมือออกไปพร้อมกับกดนิ้วลงเล็กน้อย พลันแหวนสัมภาระตกปุลงต่อหน้าชายคนนั้น

คนที่นั่งอยู่เกือบจะเอื้อมมือไปหยิบวงแหวนสัมภาระ พลันมีเสียงตวาดดังมาจากอีกด้าน “เดี๋ยว!”

เพียงได้ยินเสียงชายที่โต๊ะรีบลุกพรวดพราดขึ้นทันที ขณะที่สตรีผู้หนึ่งปรากฏตัวออกมาจากด้านข้าง

สตรีผู้มาใหม่สวมชุดยาวกรอมเท้าสีดำล้วน ทรงผมเกล้าสูงและมีรูปร่างท้วม

สตรีเมื่อเห็นผู้มาเยือนจึงยิ้มกว้าง “อ้อ ที่แท้เป็นคุณชายเยี่ย นั่นเอง!”

คุณชายเยี่ย!

เยี่ยฉวนยิ้มรับคำสรรพนามนั้น “ดูเหมือนเคยมีคนมาเยือนศาลาของท่าน เพื่อให้ตามหาข้าแล้วสินะ!”

สตรีเหยียดมุมปาก “ถูกต้อง เคยมีและแต่ละคนล้วนพวกคนใหญ่คนโตทั้งนั้น”

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อขอให้ท่านช่วยตามหาคน เท่านั้น!”

สตรีร่างท้วมเดินตรงเข้ามาทางเยี่ยฉวน ขณะสายตาจ้องมองและยิ้มในหน้า “เท่าที่ศาลาของข้าได้ข่าว สมบัติล้ำค่าซึ่งมีรายชื่ออยู่ในอันดับที่หนึ่งนั้นอยู่กับเจ้า!”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับแต่โดยดี “ไม่ผิดหรอก”

คนตรงหน้าหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย “ศาลาไป่เสี่ยวเราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้ยลสมบัติล้ำค่าที่ว่านั่นสักครั้ง ขอข้าดูหน่อยได้ไหม?”

ว่าแล้วชายชราผู้หนึ่งทะยานวาบเข้ามาทางเบื้องหลังชายหนุ่ม

พลังสูงสุด!

เยี่ยฉวนส่ายหน้าพร้อมกับพูดยิ้มๆ อย่างรู้ทัน “เจ้าต่างหากที่อยากเห็น ไม่ใช่ศาลาไป่เสี่ยวจริงไหม?”

สตรีตรงหน้าค่อยกำมือข้างขวาเข้าหากัน ขณะที่นางขยับจะพูดนั้นพลันเยี่ยฉวนทะยานวาบไปอยู่ข้างหลังของสตรี ฝ่ายหลังสะดุ้งเฮือกยืนนิ่งตัวแข็งทื่อพร้อมกับหยดโลหิตสีแดงสดค่อยไหลซึมออกมา

นางตกตะลึงจ้องมองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาประหลาดล้ำ “เจ้า……”

เพียงส่งเสียงออกมาคำเดียว โลหิตสีแดงเข้มก็พุ่งพรวดออกมาจากลำคอ

ชายชราซึ่งอยู่ไม่ไกลนักมีสีหน้าตื่นตกใจและขยับตั้งท่าจะออกปะทะ ถึงกระนั้นพลันลำแสงกระบี่ก็พุ่งวาบ ขณะนั้นชายชราสะดุ้งเฮือกสุดตัว

เยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังชายชราเคราะห์ร้าย ในขณะนั้นมือข้างหนึ่งหิ้วศีรษะอาบโลหิตเอาไว้ ซึ่งเป็นศีรษะของชายชราคนดังกล่าวนั่นเอง

เขาจัดการกับคนในขั้นพลังสูงสุดด้วยวินาทีสังหาร!

เมื่อก่อนเยี่ยฉวนจะกำจัดคนขั้นพลังสูงสุดจะต้องอาศัยเกราะเทพแห่งความมืด ทว่าเวลานี้เขาสามารถทำได้เองอย่างที่ใจคิด

ภายในอาคารไม้ นัยน์ตาของชายชราเบิกโพลงมองเยี่ยฉวนด้วยความหวาดกลัว “เจ้า……”

ชาหนุ่มไม่ได้ใส่ใจกับคนผู้นั้นและหันขวับมองไปยังสถานที่ซึ่งไม่ห่างไกลออกไปเท่าใดนัก ที่นั่นมีชายชราผมขาวโพลนทั้งศีรษะปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

คนที่มีขั้นพลังกล้าแกร่งขั้นศักดิ์สิทธิ์!

ชายผมขาวมองเขม็งมาที่ชายหนุ่มคนต้นเรื่อง “เยี่ยฉวน เจ้ากล้าดียังไง……”

ชายหนุ่มพูดขึ้นว่า “มาคุยกันด้วยเหตุด้วยผลดีหรือไม่? ข้ายินดีที่จะรับฟัง!”

คนผมขาวโพลนเค้นเสียงเหี้ยมเกรียม “คุยด้วยเหตุผลกับเจ้างั้นหรือ? เจ้าสังหารคนของศาลาไป่เสี่ยว ต่อให้มีสิทธิจะทำเช่นนั้นเจ้าก็สมควรตาย เจ้ามัน……”

เยี่ยฉวนตัดบทด้วยการสั่นศีรษะน้อยๆ “ฆ่ามัน!”

ว่าแล้ว เจ้าสัตว์อสูรสุนัขอสูรพุ่งทะยานเข้าใส่ทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าของชายชราผมขาวก็ซีดเผือดและเร่งออกปะทะ……ราวหนึ่งถ้วยชาให้หลังเป็นฝ่ายชายชราผมขาวที่นอนแผ่อยู่บนพื้น

ชายหนุ่มหันหน้าไปมองคนที่อยู่ในอาคารไม้ “ไปบอกหัวหน้าหอของพวกเจ้า ข้าไม่ได้ปรารถนาจะเป็นศัตรูกับศาลาไป่เสี่ยว ถ้าพวกเจ้าจะเจรจา ข้าจะนั่งเจรจากับพวกเจ้าดีๆ ถ้าพวกเจ้าอยากต่อสู้ ข้าพร้อมที่จะปะทะซึ่งหน้าและจะสู้สุดใจขาดดิ้น!”

กล่าวจบ เยี่ยฉวนหันกลับเดินนำตู๋กูเสวียนและเจ้าสุนัขอสูรจากไป

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!