Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 749

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 749 เขาไม่ใช่หลานข้า! (ต้น)

C

ระหว่างทางตู๋กูเสวียนพูดเสียงเบาว่า “มันไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลย!”

เยี่ยฉวนยิ้มตอบ “ท่านจะว่าข้าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่สินะ?”

อีกฝ่ายพยักหน้า “ศาลาไป่เสี่ยวไม่ใช่กองกำลังธรรมดา ที่จริงเราไม่ควรตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเขา!”

ผู้เป็นบุตรชายยังยิ้มได้ “ในโลกนี้ให้ความเคารพความแข็งแกร่ง ถ้าเราอยากได้ความเคารพ เราก็ต้องมีพลังแกร่งกล้า มิเช่นนั้นคนอื่นจะไม่ให้ความเคารพ ยกย่องสรรเสริญและเกรงกลัวเรา!”

สตรีมองหน้าชายหนุ่มและถามว่า “เจ้าตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น งั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนส่ายหน้า “ตอนแรกหญิงคนนั้นส่งคนขั้นพลังสูงสุดออกมา ความหมายก็คือศาลาไป่เสี่ยวไม่ได้คิดจู่โจมข้าทว่าเป็นนางต่างหาก ข้ารู้สึกหงุดหงิดก็เลยสังหารนางเสีย”

ตู๋กูเสวียนถามต่อ “เจ้าสังหารชายชราคนที่ดักหลังเพื่อข่มขวัญศาลาไป่เสี่ยวใช่หรือไม่?”

อีกฝ่ายพยักหน้ายอมรับ

มารดายังถามอีก “เจ้าไม่กลัวหรือว่าทำลงไปแล้วยิ่งเป็นการยั่วโมโหพวกมัน?”

ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ “ข้าไม่ได้อยากกวนน้ำให้ขุ่นและไม่กลัวถ้าจะมีเรื่อง ถึงอย่างไรตอนนี้มีคนหลายคนอยากมีปัญหากับข้า ถ้าศาลาไป่เสี่ยวจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นก็ไม่เห็นเป็นอะไร ช่างหัวพวกมันเถอะ”

จากนั้นชายหนุ่มเดินผละไปในระยะไกล

ตู๋กูเสวียนถอนใจเบาๆ และเร่งเดินตามบุตรชายไป

เยี่ยฉวนและตู๋กูเสวียนรวมทั้งสุนัขอสูรตัวจ้อยเพิ่งจะพากันเดินเข้าประตูหน้าโรงเตี๊ยมเท่านั้น พลันชายชราผู้หนึ่งก้าวออกมาเบื้องหน้า และจับตามองมายังเยี่ยฉวนโดยเฉพาะ “คุณชายเยี่ย ข้าชื่อมู่โจว เป็นรองหัวหน้าศาลาไป่เสี่ยว”

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มพลางเอ่ยทักกลับไป “ผู้อาวุโสมู่ มีธุระอะไร?”

“ระหว่างศาลาไป่เสี่ยวและพวกเจ้าไม่เคยมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ทว่าเจ้ากลับสังหารคนของศาลาไป่เสี่ยวตายถึงสามคน จะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร?”

เยี่ยฉวนยิ้มอยู่เช่นเดิม “ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นมาแล้วเป็นอย่างดี ถ้าเจ้ามาเพื่อเจรจาเรื่องนี้ ก็เชิญเข้าไปข้างในจะได้นั่งคุยกัน ถ้าจะมาเพื่อแก้แค้นก็ลงมือจู่โจมได้เลย!”

มู่โจวหน้าเคร่งจ้องเขม็ง “ดูท่าเจ้าเป็นคนมั่นใจในตัวเอง!”

ชายหนุ่มเดินไปหยุดตรงหน้ามู่โจวและพูดเสียงเรียบ “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าศาลาไป่เสี่ยวแข็งแกร่งกว่าตระกูลตู๋กูและตระกูลกู่แค่ไหน!”

ฝ่ายตรงข้ามหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย “เจ้าข่มขู่เรางั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนสั่นศีรษะ “แค่จะเตือน เตือนด้วยความกรุณา ถ้าศาลาไป่เสี่ยวต้องการเป็นศัตรูกับข้า พวกเจ้าลองชั่งน้ำหนักความแกร่งกล้าของตนเองก่อนจะดีกว่า”

จากนั้นจึงนำตู๋กูเสวียนเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยม

อย่างไรก็ตาม เจ้าสุนัขอสูรที่รั้งท้ายเหล่มองมู่โจวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

ที่ช่องประตูมู่โจวยืนหน้าง้ำบอกบุญไม่รับ

ต้องการจะเป็นศัตรูกับเยี่ยฉวน งั้นหรือ?

แม้ว่าศาลาไป่เสี่ยวจะมีพลังอำนาจ พวกเขาก็ไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น ด้วยศาลาไป่เสี่ยวไม่ได้ต้องการจะฉกฉวยเอาสมบัติล้ำค่าชั้นยอดที่อยู่กับเยี่ยฉวน

ใครก็ตามที่ครอบครองสมบัติชั้นยอดจะประสบเคราะห์ร้าย!

ทว่าเวลานี้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเยี่ยฉวน ด้วยคนที่ไม่แข็งแกร่งก็ไม่กล้าโผล่หัวมา ขณะที่คนกล้าแกร่งต่างกำลังรอด้วยเกรงกลัวคนที่อยู่เบื้องหลังเขาออกจู่โจม

ศาลาไป่เสี่ยวก็เช่นนั้น!

ครู่หนึ่งต่อมามู่โจวเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม

ที่หน้าโต๊ะน้ำชาเยี่ยฉวนนั่งตรงข้ามกับมู่โจว ในขณะที่ตู๋กูเสวียนนั่งข้างบุตรชายของนาง

เสียงเยี่ยฉวนกล่าวว่า “อย่างที่ข้าบอกไว้ก่อนหน้า ข้าไม่ได้มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับศาลาของเจ้า”

มู่โจวตอบกลับว่า “ศาลาไป่เสี่ยวก็ไม่ได้มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับเจ้าเช่นเดียวกัน ส่วนคนสามคนนั่นมันอยากทำอวดดีไปเอง ศาลาไป่เสี่ยวไม่ได้มีส่วนในเรื่องนี้”

ชายหนุ่มตรงข้ามยิ้มในหน้า “ถ้างั้นคงเป็นความเข้าใจผิด”

อีกฝ่ายเหลือบมองเยี่ยฉวนก่อนพูดว่า “ถูกต้อง ในเมื่อเรื่องเข้าใจผิดได้รับการไขความกระจ่างแล้ว เห็นทีข้าต้องขอลา”

จากนั้นคนพูดขยับลุกขึ้นเตรียมจะออกไป พลันเยี่ยฉวนเรียกทันที “ช้าก่อน ผู้อาวุโส”

มู่โจวมองหน้าเยี่ยฉวนนิ่ง ซึ่งขณะนั้นฝ่ายหลังพูดยิ้มๆ ว่า “ข้าอยากขอความช่วยเหลือจากหอของท่านช่วยตามหาคนคนหนึ่ง”

หลังจากนิ่งฟังครู่หนึ่ง มู่โจวถามว่า “เด็กหญิงอย่างนั้นหรือ?”

ชายหนุ่มผงกศีรษะแทนคำตอบ

คนตรงข้ามจึงว่า “เราจะจัดคนออกตามหานางและอย่างช้าไม่เกินสามวันจะต้องได้ข่าวแน่”

เยี่ยฉวนลุกขึ้นยืนและแสดงคารวะขอบคุณด้วยการห่อกำปั้น “ขอบคุณมาก!”

อีกฝ่ายยิ้มน้อยๆ “ยินดียิ่ง ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วข้าต้องขอลา”

ชายหนุ่มกล่าวตอบ “ผู้อาวุโสแล้วพบกันใหม่!”

มู่โจวผงกศีรษะ “ค่อยพบกัน!”

ว่าแล้วเขาหันหลังและออกไป

เยี่ยฉวนนั่งลงและหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ พลันดูท่าจะฉุกคิดขึ้นได้จึงหันไปถามตู๋กูเสวียน “ท่านไม่แปลกใจเลยหรือ?”

ตู๋กูเสวียนพยักหน้า “เจ้าสังหารคนของพวกเขาทว่าพวกเขายังมาช่วยเจ้า อีกทั้งยังสุภาพอ่อนน้อมเสียด้วย”

ชายหนุ่มยิ้มพลางตอบว่า “ความแข็งแกร่ง ในโลกนี้คนให้ความเคารพคนที่มีความแข็งแกร่ง ยิ่งข้าแสดงความโอหัง พวกมันยิ่งไม่กล้าจะเป็นศัตรูกับข้าเพราะไม่รู้ว่าคนที่หนุนหลังข้านั้นเป็นใคร……”

ขณะที่พูดถึงตอนนี้เขายิ้มน้อยๆ พลางส่ายหน้า “ในความเป็นจริงไม่มีใครหนุนหลังข้าทั้งนั้น”

หลังจากที่สตรีเจียนจื่อไจ้จากไป ไม้ตายไพ่ใบสำคัญของเขาได้หมดลงไปด้วย

ด้วยตนไม่สามารถใช้งานหอคอยแห่งเรือนจำ ถ้าเกิดใช้ขึ้นมาเมื่อใด ทั้งเขาและสิ่งนั้นคงมีอันต้องม้วยมอดไปพร้อมกัน ส่วนเจ้าสุนัขสัตว์อสูรจ้อย เมื่อใดที่ศัตรูส่งคนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมา พวกมันย่อมสยบเจ้าสุนัขอสูรได้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นด้วยพลังของเขาที่มีอยู่คงไม่สามารถปราบกองกำลังที่มีพลังอำนาจเหล่านั้นได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามกองกำลังพลังอำนาจทั้งหลายต่างคิดว่ามีคนหนุนหลังเยี่ยฉวน ดังนั้นทำให้พวกมันไม่กล้าจู่โจมเขาในทันที

ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็รู้ดีว่าสถานการณ์เช่นนี้จะดำรงอยู่ได้ไม่นาน ด้วยมักจะมีคนที่อดไม่ได้ตามมาราวีเขาอยู่เสมอ

เพราะเหตุนี้ เมื่อมีเวลาเขาต้องเร่งพัฒนาความแกร่งกล้าของตนเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หาซื้อกระบี่มาเพิ่ม!

เวลานี้พลังของเขาอยู่ที่ขั้นผสานลมปราณ การสงบสติอารมณ์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทว่าปัญหาคือเขายังต้องสูบกลืนกระบี่!

เยี่ยฉวนไม่ได้พักอยู่ในโรงเตี๊ยม ชายหนุ่มออกจากโรงเตี๊ยมมาพร้อมตู๋กูเสวียนและเจ้าสุนัขอสูร เมื่อออกมาภายนอกโรงเตี๊ยมพลันเขาถึงกับขมวดคิ้ว

สัตว์อสูรจ้อยไหวตัวพร้อมกับบอกทันทีว่า “มีคนตามมา จะให้ข้าจัดการพวกมันเลยไหม?”

ชายหนุ่มสั่นศีรษะ “ปล่อยให้พวกมันตามไป”

พูดจบก็เดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว

สักพักใหญ่เยี่ยฉวนก็มาถึงยังหอวาณิชว่านเป่า เขายอมรับว่าหอวาณิชว่านเป่าเป็นสถานที่ที่น่าประทับใจไม่น้อย ด้วยอาคารสูงสิบสองชั้นและแต่ละชั้นมีขนาดใหญ่โตกว้างขวางมาก นอกจากนั้นที่นี่มีผู้คนเข้าออกพลุกพล่าน เห็นได้ชัดว่าการค้าขายอยู่เกณฑ์ดีทีเดียว

เยี่ยฉวนและตู๋กูเสวียนเพิ่งก้าวเข้าไปด้านในหอวาณิชว่านเป่า สตรีหน้าตาหมดจดงดงามเดินออกมาต้อนรับพร้อมกับชำเลืองไปยังสุนัขอสูรเล็กน้อยก่อนพูดทำนองขอโทษว่า “ขออภัยนายท่าน ที่นี่เราไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในหอวาณิชเจ้าค่ะ!”

เยี่ยฉวน “……”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!