บทที่ 751 เขาสบประมาทคนในครอบครัวของข้าฉะนั้นจึงสมควรตาย! (ต้น)
ขณะที่ฝ่ายเยี่ยฉวนเปิดฉากจู่โจม พริบตาเดียวกันเจ้าสุนัขอสูรก็ทะยานออกไป
ต่อมาเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมาจากทางมุมมืดอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่า!
ผ่านไปครู่หนึ่งเจ้าสุนัขอสูรตัวเล็กย้อนกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเยี่ยฉวน
ในความมืดบรรดายอดฝีมือที่มากับชายหนุ่มแปลกหน้าล้วนถูกฆ่าตายเรียบ รวมทั้งคนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์อีกคนหนึ่ง
เสียงอึกทึกจากพวกที่โดนทำร้ายที่นี่ได้ดึงดูดความสนใจเหล่ายอดฝีมืออื่นๆ ถึงกระนั้นไม่มีใครกล้าโผล่เข้ามาช่วยแม้แต่คนเดียว
ภายในซุ้มพักคอย ชายหนุ่มแปลกหน้าจ้องเขม็งมายังคนตรงข้าม “เยี่ยฉวนรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป เจ้า…”
อีกฝ่ายกระทุ้งปลายกระบี่สวบเข้าไปในปากที่กำลังพูดพะงาบ พลันนั้นโลหิตแดงฉานทะลักพรวดออกจากปากของชายแปลกหน้าเปรอะไปทั่ว
บัดนี้ชายแปลกหน้าถูกเยี่ยฉวนใช้กระบี่ตัดลิ้นจนขาดกระจุย!
คนเจ็บร้องโหยหวนอย่างคนเสียสติ เขาอยากวิ่งหนีใจจะขาด ทว่าในเวลานี้หลังเท้าทั้งสองกลับถูกลำแสงกระบี่ตรึงติดกับพื้นจนขยับไปไหนไม่ได้แม้สักก้าว…
อีกมุมหนึ่งอวี้หมัวหน้าตื่นด้วยความตกใจสุดขีด
ชายหนุ่มเดินกลับมาทรุดนั่งลงกับที่ จากนั้นก็หยิบถ้วยชาจิตวิญญาณบนโต๊ะขึ้นจิบนิดหนึ่ง พลันยิ้มออกมาอย่างพอใจและบอกกับอีกฝ่ายว่า “ชานี้ดี”
ว่าแล้วก็เหลือบมองไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าในที่ไม่ไกลนัก ขณะที่ฝ่ายนั้นมองนัยน์ตาขุ่นด้วยความแค้นเคืองและใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึงดุจปีศาจร้าย
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “ข้าเดาว่า นี่คงไม่ใช่ความคิดของปู่ของเจ้าที่ส่งเจ้ามาหาข้า ถ้าเป็นความคิดของเขาคงไม่ส่งคนปัญญาทึบอย่างเจ้ามาที่นี่แน่”
ชายหนุ่มแปลกหน้าจ้องคนพูดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง อย่างไรก็ตามในเมื่อไร้ลิ้นเสียแล้ว มันจึงพูดออกมาไม่ได้
เยี่ยฉวนกล่าวต่อไปว่า “เจ้าจงใจทำให้ข้าขุ่นเคืองเพราะต้องการให้ข้าลงมือก่อน จากนั้นพวกเจ้าจะได้ใช้เป็นข้ออ้างในการจู่โจมข้าอย่างชอบธรรม ไม่เพียงเท่านั้นการที่ข้ามาอาละวาดที่นี่ จึงเท่ากับละเมิดต่อหอวาณิชว่านเป่า เมื่อเป็นเช่นนั้นไม่ว่าหอวาณิชว่านเป่าหรือเจ้าก็แล้วแต่ จะได้จู่โจมข้าอย่างสมเหตุสมผล ใช่ไหม?”
เมื่อรู้แน่ว่าอีกฝ่ายไม่สามารถตอบได้แน่ เยี่ยฉวนจึงพูดต่อไปว่า “ทีนี้มาดูสิว่า ปู่ของเจ้าจะมาแก้แค้นให้เจ้าหรือไม่ ข้าจะบอกไว้อย่าง ไม่ว่าอะไรจะเป็นอย่างไร เจ้าตายแหงข้ารับประกันได้เลย”
“จริงหรือ?”
ทันใดนั้นเสียงของสตรีมาจากประตูซึ่งอยู่ไม่ไกล ต่อมานางจึงค่อยปรากฏตัวเข้ามา
สตรีสวมชุดยาวทรงกลีบบัวและในมือกำพัดกระดาษซึ่งพับไว้ ขณะที่ก้าวเข้ามานางมองตรงมายังเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่ง “คุณชายเยี่ย โอ้อวดอะไรอย่างนั้น!”
เยี่ยฉวนประกบนิ้วมือเข้าด้วยกันและผลักออกชี้ไปทางสตรีสาวคนใหม่ รัศมีแห่งลำแสงกระบี่พุ่งเข้าใส่ร่างของนางด้วยความเร็วอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามแสงกระบี่พลันชะงักหยุดด้วยระยะห่างจากกึ่งกลางหว่างคิ้วของนางไปเพียงสิบกว่าชุ่น ด้วยลำแสงถูกพัดกระดาษสกัดทิศทางไว้แล้วอย่างสิ้นเชิง
หญิงสาวเริ่มลงมือ!
ชายหนุ่มมองคนที่เพิ่งมาใหม่นิ่งอยู่อย่างนั้น ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเหยียดมุมปากยกน้อยๆ “กระบี่ของเจ้ามีความเร็วใช้ได้”
เยี่ยฉวนเอ่ยตอบอย่างจริงใจ “เจ้าเองก็ไม่เลวเหมือนกัน”
ว่าแล้วเขาใช้ฝ่ามือตบลงบนโต๊ะน้ำชาเพียงเบาๆ ฉับพลันลำแสงกระบี่สีดำวาบขึ้นจากพื้นโต๊ะพุ่งแทงออกไปตรงหน้า
ฝ่ายสตรีคนตรงข้ามหนี่นัยน์ตาลง ก่อนดึงนิ้วมือประกบเข้าด้วยกันและชี้ไปบนพื้นโต๊ะ “สกัด!”
พลันโต๊ะที่วางเบื้องหน้าสั่นสะท้านอีกทั้งลำแสงกระบี่สีดำของเยี่ยฉวนก็ถูกสกัดให้หยุดยั้งอยู่กับที่ทันที ทันใดนั้นสีหน้าของสตรีกลับซีดเผือด พร้อมหันหน้าไปมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่อยู่อีกด้าน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ศีรษะของเขาหล่นลงกับพื้นนั้นเอง
สตรีหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยและเหลือบแลมายังเยี่ยฉวน “คุณชายเยี่ย เหตุใดจึงต้องทำป่าเถื่อนถึงเพียงนี้?”
คนที่ถูกถามส่ายหน้า “มันพูดจาทะลึ่ง สมควรตาย”
หญิงสาวแค่นยิ้มขณะถามกลับว่า “คุณชายเยี่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเวลานี้มีคนอีกเท่าไรที่อยากจะให้เจ้าตายเสีย?”
เยี่ยฉวนเบ้ปากพลางพยักหน้า “ก็จริง แต่ข้ายังอยู่ดี”
เขาหยุดพูดพลางหันไปเผชิญหน้ากับสตรีตรงข้าม “ข้าตั้งใจมาที่หอวาณิชว่านเป่าเพื่อค้าขาย ไม่ได้อยากมาฆ่าคน ถึงกระนั้นวิธีการต้อนรับของหอวาณิชว่านเป่าทำให้ข้ารู้สึกผิดหวังยิ่งนัก”
สตรีพูดกับเยี่ยฉวนตามตรงว่า “เจ้ามันโอหัง ข้าถึงได้อยากสังหารเจ้านัก!”
ชายหนุ่มหันไปทางเจ้าสุนัขอสูร “ยังมีคนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ซ่อนตัวอยู่อีกกี่คน?”
สัตว์อสูรตัวจ้อยตอบว่า “มีอยู่อีกสามคน!”
เยี่ยฉวนออกคำสั่ง “เจ้าไปจัดการเสียก่อนคนหนึ่ง”
สิ้นเสียงสั่งเจ้าสุนัขอสูรจึงพุ่งตัวออกไปทันที
หญิงสาวหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อยขณะเดียวกันก็ทำท่าเตรียมที่จะลงมือ ทันใดนั้นเยี่ยฉวนโบกฝ่ามือข้างขวาไปครั้งหนึ่งพลันนั้นที่ข้างตัวปรากฏกระบี่เล่มหนึ่งลอยตัวออกมา
หนึ่งในกระบี่บนยอดหอคอย!
เมื่อเห็นกระบี่ที่ปรากฏออกสู่สายตา สีหน้าของหญิงสาวแปรเปลี่ยนไปทันที!
ชายหนุ่มพูดเปรยมาให้ได้ยิน “ไม่ต้องห่วง ถ้าเจ้าไม่ลงมือ ข้าก็จะไม่ลงมือเช่นกัน!”
ขณะนั้นสตรีกำลังจะขยับตอบ เจ้าสุนัขอสูรทะยานวูบเข้ามาอย่างฉับพลันและที่อุ้งเท้ามีศีรษะมนุษย์ชุ่มโชกโลหิตติดมาด้วย!
ถึงแม้สัตว์อสูรจะมีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ ทว่ากับคนที่กล้าแกร่งขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจเทียบมันได้อย่างสิ้นเชิง
สตรีเหลือบไปเห็นศีรษะมนุษย์นั้นเข้าแล้ว แววตาของนางแปรเปลี่ยนเยือกเย็นก่อนสายตาจะแลเลยมามองเยี่ยฉวน ชายหนุ่มตรงข้ามจึงผุดลุกขึ้นพร้อมกับชำเลืองตามายังหญิงสาวขณะพูดกับฝ่ายนั้นว่า “มีคนอยากสังหารข้าหลายคนและข้าไม่อาจรับมือได้กับทุกคน อย่างไรก็ตามถ้าใครมาทำร้ายข้าก่อน ข้าจะไม่ไว้ชีวิตมันเหมือนกัน ข้าอยู่ที่หอวาณิชว่านเป่าของพวกเจ้าแล้วและสมบัติล้ำค่าก็อยู่กับข้า ฉะนั้นพวกเจ้าอยากจะได้ไม่ใช่หรือ?”
สตรีจ้องเขม็งมายังผู้พูด ขณะที่ใจหนึ่งก็กล้าที่จะลงมือ
ถึงกระนั้นนางได้ยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน
ด้วยมีคนอีกหลายคนที่มีเป้าหมายที่ชายหนุ่มคนนี้ อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าลงมือกับเขาอย่างแท้จริง ด้วยพวกมันเกรงกลัวพลังอำนาจที่หนุนหลังเขาและกลัวจะถูกจู่โจมด้วยพลังอำนาจที่อยู่เบื้องหลังเยี่ยฉวน
แม้ว่าหอวาณิชว่านเป่าจะสนใจในสมบัติล้ำค่าของเยี่ยฉวน หากในเวลานี้พวกเขาไม่ได้คิดที่จะจู่โจมเพื่อช่วงชิง ความจริงมีอยู่ว่านายน้อยรองเป็นผู้ลงมือทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตและจะสร้างชื่อให้แก่ตนเอง
จากที่ได้รับรู้ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น หอวาณิชว่านเป่าจึงได้ให้นางมาเพื่อหวังระงับเหตุ ทว่าไม่คิดว่าเยี่ยฉวนจะไร้ความปรานีและเด็ดเดี่ยวนัก เขาสังหารชายคนนั้นโดยไม่เผื่อเวลาให้ต่อรองแม้แต่น้อย
ยิ่งกว่านั้นนางไม่คิดว่าเยี่ยฉวนจะกระทำสิ่งยั่วยุหอวาณิชว่านเป่า ไม่ใช่สิ ชายหนุ่มกำลังท้าทายต่างหาก
ถ้าหอวาณิชว่านเป่าเป็นคนลงมือจู่โจมเยี่ยฉวน คนที่ได้ประโยชน์จากการนี้ย่อมเป็นคนอื่นภายนอก เพราะขณะนี้เป็นที่รู้ดีว่าผู้ที่หนุนหลังเขานั้นไม่ธรรมดา!
ถึงกระนั้นถ้านางไม่ลงมือ ก็คงไม่อาจข่มความเดือดดาลที่ผุดขึ้นมาในใจได้



