บทที่ 761 เกะกะระรานคนอื่นมากไป! (ปลาย)
เขารีบผลักออกพลังกฎเต๋าแห่งสุญญากาศทันที ด้วยเหตุนี้จึงรับรู้ถึงลักษณะช่องอากาศว่างเปล่าและช่องอากาศภายในประตู
จากนั้นนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง เยี่ยฉวนหันมาบอกกับสุนัขอสูรทันทีว่า “ไปกัน!”
ว่าแล้วก็ฉวยเอามือจับไปที่ตัวของสุนัขอสูร จากนั้นทั้งเขาและสัตว์อสูรได้หายวับไปจากอย่างรวดเร็ว!
เมื่อหนึ่งคนกับสัตว์อสูรหายตัวไป พลันที่หน้าประตูปรากฏคนกลุ่มหนึ่งขณะนั้นทุกสายตาจ้องมองไปยังบานประตูเบื้องหน้า
“เจ้านั่นมันจะทำลายประตูทวารภูตผีงั้นหรือ?”
“ยากจะบอกได้ ข้ากำลังนึกถึงตระกูลตู๋กูและตระกูลกู่!”
“สำนักมารภูตผีไม่ได้อ่อนด้อยขนาดนั้น จะทำลายได้เชียวหรือ?”
“คอยดูกันไป!”
“…”
มู่โจวจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่ปิดสนิทเบื้องล่าง ถ้าเยี่ยฉวนต่อสู้ชนะ ไม่ต้องสงสัยว่าต่อไปจะมีคนอีกไม่น้อยตามไปก่อปัญหาให้เขาอีก!
หากพ่ายแพ้หรือหลบหนี เมื่อนั้นคนที่เฝ้าจับตาดูอยู่จะจู่โจมซ้ำเติมทันที!
ต้องสูญเสียมากเอาการ ทว่าสิ่งที่จะได้มามีมูลค่ามหาศาลเช่นกัน!
แม้แต่ศาลาไป่เสี่ยวได้แต่จับตาดูอยู่เฉยๆ!
ถ้าจำเป็น ศาลาไป่เสี่ยวพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ!
หลักฐานมีประจักษ์ให้เห็นอยู่ทนโท่คือไม้ตายที่เยี่ยฉวนมีทั้งหมด
ส่วนเจ้าสัตว์อสูรยากที่จะกำจัดตามความคิดของพวกเขา!
ณ ขณะนี้สิ่งที่พวกเขาต้องการคือเห็นเยี่ยฉวนกลับออกมาโดยที่ยังมีชีวิต
…
เยี่ยฉวนใช้พลังกฎเต๋าแห่งสุญญากาศขณะทะลุทะลวงผ่านช่องว่างสู่ภายในบานประตูนั้น เป็นที่แน่ชัดว่าต่อให้บานประตูจะมีแกนกำเนิดเป็นพิเศษแค่ไหน หากไม่เกินวิสัยของกฎเต๋าแห่งสุญญากาศไปได้
ทันใดนั้นชายหนุ่มพร้อมด้วยเจ้าสุนัขอสูรได้ปรากฏกายขึ้นภายในสถานที่แห่งหนึ่งโดยที่เบื้องหน้าเป็นบันไดหิน บันไดนั้นทอดยาวสูงขึ้นไปข้างบนซึ่งแผ่ออกเป็นเส้นทางไล่ไปตามผนังภูเขา และชั้นบนสุดเป็นอารามสีดำหลังหนึ่ง…
เหนืออารามขึ้นไปปรากฏอักขระสีแดงฉานดั่งโลหิตพาดไปทางด้านขวา
เยี่ยฉวนกระซิบกับอีกฝ่ายพอให้ได้ยิน “นี่คงเป็นสถานที่กบดานของพวกมัน”
ฝ่ายสุนัขอสูรพอได้ฟังจึงหันมองไปรอบด้าน ทุกพื้นที่มีแต่ความมืดมิด มีกลุ่มหมอกสีดำแทรกซึมออกมาแสนน่าประหลาดยิ่งนัก
จากนั้นหันไปกล่าวกับคนว่า “ระวังตัวหน่อย ที่นี่ดูไม่ค่อยชอบมาพากลเท่าไร”
เยี่ยฉวนพยักหน้าทำนองรับทราบ การเดินทางมาที่นี่ทำให้เขาค้นพบความจริงข้อหนึ่งว่าสำนักมารภูตผีมีความแข็งแกร่งกว่าตระกูลกู่ และแท้ที่จริงตระกูลกู่ก็หาใช่กองกำลังอ่อนด้อยแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องประจันหน้ากับเจียนจื่อไจ้ผู้ได้ชื่อว่าสุดยอดฝีมือต่างหาก!
หาไม่แล้วด้วยพลังของตัวเองคงไม่มีทางที่จะทำลายตระกูลกู่ได้ ต่อให้ใช้พลังจากหอคอยแห่งเรือนจำก็เถอะ
เพราะเหตุนี้จึงตระหนักชัดถึงความแข็งแกร่งแห่งพลังของตน…
ทว่า ณ เวลานี้แม้จะมีสุนัขอสูรคอยช่วยอยู่อีกทั้งคน ก็ยังไม่กล้าประมาทพลังของสำนักมารอสูรและลงมือทำโดยพลการเป็นเด็ดขาด
เยี่ยฉวนจับกระบี่แน่นขณะที่เดินตรงไปยังทวารภูตผีที่เห็นในระยะไกล ฉับพลันนั้นเบื้องหน้าของชายหนุ่มไม่ไกลนักปรากฏเงาดำวูบเข้ามา เงาสีดำดูไปก็คล้ายเงาของมนุษย์ซึ่งน่าประหลาดยิ่งนัก
พลันเงาดำเอ่ยขึ้นว่า “เยี่ยฉวน เจ้าเข้ามาในนี้ได้อย่างไร!” น้ำเสียงเจือแววฉงนฉงายอย่างเห็นได้ชัด
เสียงคำรามของชายหนุ่มดังลอดริมฝีปาก “ฆ่ามัน!”
เจ้าสุนัขอสูรชะงักนิดหนึ่ง และหันมาถามว่า “ไม่เจรจาก่อนแล้วหรือ?”
ชายหนุ่มถามกลับสีหน้านิ่ง “เรื่องอะไร? ขอชีวิตงั้นสิ?”
อีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ “ทำนองนั้น!”
จากนั้นกระโจนพรวดออกไป
เสียงร้องอย่างโกรธเคืองดังมาจากเงาดำห่างออกไป “เยี่ยฉวน เจ้าเกะกะระรานคนอื่นเกินไปแล้ว เจ้า……”
ตูม!
ในที่ที่อสูรสุนัขทะยานออกไป พลันเงาดำเบื้องหน้าระเบิดแหลกทันที!
เจ้าตัวจ้อยนิ่วหน้ามองด้วยความสงสัย “ไม่ใช่ร่างจริง!”
เยี่ยฉวนเงยหน้ามองขึ้นไปที่สุดขั้นบันไดชั้นบน ซึ่งได้เห็นว่าฉินจุนและอวี่เถียนกำลังยืนมองลงมาที่พวกเขาจากบนนั้นนั่นเอง
ชายหนุ่มถือกระบี่ไว้ในมือเดินอาดๆ ตรงขึ้นไปทันที
ข้างหลังมีเจ้าสุนัขอสูรรีบติดตามอย่างกระชั้นชิด!
ขณะเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดเยี่ยฉวนลากกระบี่ไปด้วย ทุกก้าวย่างที่ไต่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ปลายกระบี่ซึ่งลากมาตามบันไดหินจนเกิดรอยร้าวลึกไปตลอดทาง
บนบันไดขั้นบนสุด อวี่เถียนเขม้นมองเยี่ยฉวนด้วยสายตาแน่วนิ่ง “เยี่ยฉวน ถ้าเจ้าออกไปเสียตอนนี้จะยังมีโอกาสรอดชีวิต”
ชายหนุ่มไม่ตอบ กลับพูดว่า “พวกมันกำลังขัดขวางเรา ฆ่ามัน!”
พูดจบชายหนุ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ดังนั้นเพียงชั่วพริบตาเยี่ยฉวนไปปรากฏอยู่ตรงหน้าอวี่เถียนและฉินจุนแล้ว พลันคนทั้งสองสีหน้าเผือดวูบ ฉินจุนฟาดฝ่ามือผลักออกไปเพียงเบาๆ ฉับพลันนั้นช่องอากาศเบื้องหน้าบังเกิดรอยแยก!
มิทันที่กระบี่เยี่ยฉวนจะเข้าถึงตัว พลันอุ้งเท้าของสุนัขอสูรได้ฟาดหมับเข้าที่ฝ่ามือข้างนั้นของฉินจุน
ตูม!
จากนั้นช่องอากาศเบื้องหน้าคนทั้งสองพลันฉีกแยกออกจากกันพร้อมกับร่างของฉินจุนผงะหงายถอยหลังกรูดเป็นระนาวไป ในเวลาเดียวกันร่างของเยี่ยฉวนทะยานวูบขึ้นไปปรากฏอยู่เหนือศีรษะของฉินจุนอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นเองชายหนุ่มเงื้อกระบี่และตวัดฟาดเต็มแรงใส่ฉินจุนข้างล่างอย่างหนักหน่วง!
เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าของฉินจุนแปรเปลี่ยนทันที เสียงคำรามดุดันผ่านลำคอและผลักหมัดกระแทกออกต้านทานกระบี่ของเยี่ยฉวน
ทันทีที่หมัดพุ่งออก พลังแห่งภูตวิญญาณถูกปลดปล่อยออกจากปลายหมัดประดุจหินร้อนระเบิดปะทุก็มิปาน
ชายหนุ่มบิดมุมปากเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม!
ไม่ไกลออกไป มีเสียงอวี่เถียนตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก “เก็บพลังภูตวิญญาณไว้ก่อน! เร็วเข้า……”
ก่อนที่เสียงบอกของเขาจะทันจบประโยค พลังภูตวิญญาณที่ฉินจุนปลดปล่อยพลันกระจัดกระจายไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานั้นกระบี่พุ่งวาบเข้าที่บริเวณแสกหน้าของชายชราฉินจุนเสียแล้ว
ชั่วอึดใจนั้นฉินจุนหาได้ยั้งมือไม่ ขณะที่กระบี่ของเยี่ยฉวนพุ่งปักแสกหน้าของมัน เขาเองได้ผลักหมัดกระแทกใส่กลางลำตัวของอีกฝ่ายด้วยในเวลาเดียวกัน
เปรี้ยง!
ร่างของเยี่ยฉวนลอยละลิ่วประดุจว่าวที่สายป่านขาดสะบั้น ข้างฝ่ายฉินจุนก็ทะยานถอยไปอย่างต่อเนื่อง ในขณะนั้นกายเนื้อและดวงวิญญาณเขาถูกฉีกแยกจากกันอย่างสิ้นเชิง!
ในเวลาต่อมาดวงวิญญาณพลันพร่าเลือนจวบจนกระทั่งลับหายไปต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็ว
ฉินจุนสีหน้างงงันอย่างยิ่ง ครู่ต่อมาเขาค่อยเบนหน้าไปมองยังอวี่เถียนซึ่งอยู่อีกด้าน “ยืนเฉยทำไม ไม่ช่วยสกัดมัน?”
คนถูกถามทีท่าชะงักนิ่งก่อนตอบเสียงอุบอิบว่า “ขะ……ข้าไม่ทันนึก!”
ฉินจุน “……”



