Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 765

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 765 บริการพิเศษ? (ต้น)

C

ณ อารามเว่ยหยาง

ลึกเข้าไปในบริเวณสวนภายในอารามเว่ยหยาง เด็กหญิงผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งที่มีพนักเอนไปด้านหลัง ข้างกันมีโต๊ะฉลุฝีมือประณีตสำหรับวางชุดน้ำชา

รอบด้านเสียงแมลงร้องระงมและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิดโชยมาตามลม…

ณ เวลานั้นค่อยๆ ปรากฏเงาคนขึ้นในบริเวณที่ไม่ห่างจากสตรีผู้นั้นนัก

เงาดำทะมึนแสดงคารวะต่อนางพลางเอ่ยว่า “คารวะท่านหัวหน้า เหลือเพียงหลีฉางเฟิงเจ้าสำนักมารภูตผีคนเดียว”

อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปเป็นครู่ เสียงของสตรีพูดขึ้นเบาๆ ว่า “สำนักมารภูตผีประมาทเขาเกินไป”

เงาดำพยักหน้าช้าๆ และกล่าวว่า “แม้ว่าเยี่ยฉวนเพิ่งสำเร็จขั้นพลังที่ต่ำต้อยกว่า หากก็สามารถสังหารคนที่มีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ เป็นที่แน่ชัดว่าเขามีอาวุธขั้นเซียนหลายชิ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่ทั้งสองเล่ม มีคนจำนวนไม่น้อยต้องตายเพราะกระบี่สองเล่มนั้น”

คนพูดชะงักนิ่งไปนิดหนึ่งจึงกล่าวต่อไปว่า “ส่วนเจ้าสัตว์อสูรตัวนั้น ข้าไปสืบถามจากเผ่าอสูรแล้วเจ้าตัวนี้ไม่ใช่หนึ่งในสมาชิกของเผ่าอสูร ฉะนั้นมันน่าจะมาจากที่อื่น……ขอรับ”

สตรีถามขึ้นทันทีว่า “หลีฉางเฟิงไปที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยนมาใช่ไหม?”

เงาดำเอ่ยตอบว่า “ขอรับ ถึงตอนนี้ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด”

คนพูดน้ำเสียงลังเลก่อนจะพูดอีกว่า “หัวหน้า……หรือว่าเขาแอบสมรู้ร่วมคิดกับสำนักแมวดำขอรับ?”

เสียงสตรีกระซิบตอบกลับทันที “เขาไม่กล้าหรอก!”

เงาดำพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หัวหน้า ตั้งแต่ที่เยี่ยฉวนเข้ามาในเมืองเว่ยหยาง ที่แห่งนี้ก็มีแต่ความวุ่นวาย ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปจะเกิดความปั่นป่วนยุ่งเหยิงไปกันใหญ่ พวกเราควรต้องทำอะไรสักอย่างเป็นการข่มขวัญมันเอาไว้นะขอรับ?”

คนตรงข้ามสั่นศีรษะปฏิเสธ “พวกเราทำอะไรไม่ได้! เว้นแต่จะยอมให้เข้ามาในอารามเว่ยหยาง ถ้าอย่างนั้นเขาอาจตายเร็วขึ้น!”

เงาดำถามกลับด้วยความสงสัย “เพราะเหตุใด?”

สตรีนางหนึ่งตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ถ้าปล่อยให้เขาบุกเข้ามาในอารามเว่ยหยาง คนทั่วหล้าต้องคิดว่าอารามเว่ยหยางอยากได้สมบัติล้ำค่าเป็นแน่! เมื่อถึงตอนนั้นฝ่ายตรงข้ามที่เคยเป็นศัตรูของเราจะกลายเป็นศัตรูของเขา คนเหล่านี้จะพยายามสังหารเขาทุกวิถีทางโดยไม่ยอมให้สมบัติล้ำค่าตกอยู่กับอารามเว่ยหยาง!”

เงาดำแย้งเสียงเข้ม “อารามเว่ยหยางไม่เคยกลัวใคร!”

อีกฝ่ายแย้งตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ในสถานการณ์เช่นนี้พวกเราต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับผู้คนให้มากที่สุด เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น……นั่นเป็นสิ่งที่สำนักแมวดำอยากจะเห็น”

เงาดำพูดด้วยว่า “ถ้างั้น……เราจะไม่ทำอะไรเลยงั้นหรือ? เยี่ยฉวนมันทำได้ทุกอย่าง ถ้าปล่อยให้เหิมเกริมเช่นนั้นจะยิ่งอลหม่านกันไปใหญ่นะขอรับ”

หลังจากที่คนฟังนิ่งเงียบไป สตรีพึมพำขึ้นว่า “มนุษย์มีแต่ความโลภ ถ้าเขาไม่ตายก็ยากที่เรื่องนี้จะจบลงได้!”

เงาดำถามกลับมา “จะสังหารเขางั้นหรือ?”

ฉับพลันนั้นหญิงสาวลืมตาขึ้นทันทีและจ้องเขม็งไปที่เงามืด ฝ่ายหลังเห็นเข้าเพียงเท่านั้นสีหน้าเปลี่ยนวูบ พลันทรุดเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่งทันที

สตรีนางนั้นพูดกับอีกฝ่ายน้ำเสียงเยือกเย็น “เจ้าจงสนใจเพียงแค่เขาไปที่ใดเท่านั้น ห้ามลงมือเด็ดขาด!”

เงาดำรีบก้มศีรษะแสดงความเคารพ “รับทราบขอรับ!”

รับคำเสร็จสิ้น เงาดำรีบถอยไปอย่างรวดเร็ว

ข้างฝ่ายสตรีทางเบื้องหลังค่อยหลับตาลงช้าๆ ในห้วงคำนึงหวนนึกถึงเรื่องราวหลากหลายบนโลกชิงฉาง……

บนภูเขาที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดในดินแดนสวรรค์ สูงจากพื้นดินกว่าสี่ล้านจั้งและพุ่งสูงเสียดฟ้า

ภูเขาลูกนี้มีชื่อว่าหุบเขานักบุญ!

สถานที่โด่งดังเป็นที่รู้จักดีของหุบเขาแห่งนี้คือเขตนักบุญ

บนยอดหุบเขานักบุญปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆขาวโพลนประดุจดินแดนในเทพนิยาย!

ไม่ไกลนักมีที่ตั้งของอาราม เป็นอาคารเก่าแก่ ไม่ได้ใหญ่โตอลังการ ทางด้านซ้ายและขวามือของตัวอาคารมีรูปปั้นของคนถือกระบี่ยาวสองรูปปั้น

ทางด้านหลังอารามมีการล้อมเชือกกั้นเป็นเวทีประลอง ขณะนั้นมีทั้งชายและหญิงกำลังประลองฝีมือกันอย่างดุเดือด

ทั้งสองส่งเสียงคำรามลั่นทว่ากักเก็บอาการได้เป็นอย่างดี ส่วนกองกำลังหนุนหลังแต่ละฝ่ายไม่มีใครล้ำเส้นเวทีที่ล้อมไว้แม้แต่คนเดียว

ไม่ไกลจากบริเวณเวทีประลอง ชายสูงอายุสวมผ้าคลุมสีขาวยืนลูบเคราแพะใต้คางมองดูการต่อสู้ด้วยความสนใจ

ครู่ต่อมาคู่ต่อสู้ที่เป็นชายร่างพลันกระเด็นออกไปนอกเวทีอย่างรวดเร็ว!

หลังจากที่ร่างตกกระแทกพื้น เสียงฝ่ายชายโอดครวญให้ได้ยินว่า “น้องพี่ เจ้าเอาจริงนี่นา!”

คนที่ยืนมองลงมาจากบนเวที สตรีจ้องเขม็งแววตาเย็นเยียบ “เจ้าก็ต้องสู้เหมือนกัน ถ้าเป็นที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยนเจ้ามีหวังไม่รอดแน่!”

ชายคนนั้นตะโกนตอบ “ข้าไม่ไปหรอก!”

ฝ่ายหญิงกระโจนวูบเดียวก็ปรากฏเบื้องหน้าชายคนข้างล่างเวที ขณะนั้นเองนางยกเท้าตวัดเตะเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของอีกฝ่าย!

ตูม!

ร่างของชายคนนั้นละลิ่วลอยไปอีกครั้ง…

ไกลออกไปกว่าสามสิบจั้ง เสียงร้องครวญครางของฝ่ายชายดังลั่น “น้องพี่ จะฆ่าจะแกงพี่ตัวเองหรือยังไง?”

สตรีตอบเสียงเรียบ “เจ้าขี้ขลาดแม้แต่จะไปกำแพงใหญ่จางเถี่ยน ตอนที่ออกไปข้างนอกอย่าได้เที่ยวบอกคนอื่นว่าเป็นพี่ชายของชูหน่านเซิงก็แล้วกัน!”

เสียงฝ่ายชายตอบกลับอย่างขุ่นเคือง “ข้าไม่ได้กลัวที่จะไป……ข้าไม่อยากไปเอง! เข้าใจหรือไม่……ฮะ?!”

ชูหน่านเซิงพูดเสียงอ่อน “เจ้ามันขี้ขลาดนัก ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย!”

อีกฝ่ายทำท่าขยับจะโต้ตอบ ทว่าชูหน่านเซิงหมุนตัวหันหลังให้และเดินตรงไปยังชายชราที่ยืนอยู่ไม่ไกล หญิงสาวแสดงคารวะครั้งหนึ่ง “คารวะท่านเยว่สือ!”

ชายชราผงกศีรษะช้าๆ “หน่านเซิง เวลานี้พลังของเจ้าแกร่งกล้าขึ้นมาก จนสังหารยอดฝีมือพลังขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว”

ชูหน่านเซิงแย้งเสียงเบา “เมื่อครึ่งปีก่อนข้าก็ทำได้เหมือนกัน! เหอะ!”

ได้ยินดังนั้นชายชรานิ่วหน้าทันที “หน่านเซิง……ข้าเตือนเจ้าเสมอว่ามีความมั่นใจในตัวเองก็ดีอยู่ แต่อย่าถึงกับยโสโอหัง”

หญิงสาวนามว่าชูหน่านเซิงพยักหน้า “ข้าจะจดจำไว้”

ดูเหมือนหญิงสาวผู้นี้เหมือนจะฉุกคิดขึ้นมาได้บางอย่าง จึงเอ่ยถามชายชราว่า “เยว่สือ ข้าได้ยินมาว่าคนที่ชื่อเยี่ยฉวนมาโผล่ที่ดินแดนสวรรค์ งั้นหรือ?”

ชายชราพยักหน้า “ชายคนที่มาจากภายนอกดินแดนมีทั้งความแข็งแกร่ง อีกทั้งเป็นมาอย่างไรยังคงเป็นปริศนา”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!