บทที่ 778 จิตรกร! (ปลาย)
หลังจากที่เว่ยหยางเทียนออกจากเขตนักบุญ นางได้ปรากฏกายที่เส้นทางในเมืองเว่ยหยางอันเงียบสงบ มีเพียงสตรีนางหนึ่งกับย่ามใบเล็กๆ กำลังวาดภาพบนผนัง…
เว่ยหยางเทียนเดินเข้าไปหาสตรีนางนั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านเจ้าสำนัก! น่ายินดียิ่งนัก ความแข็งแกร่งของท่านพัฒนาขึ้นไปมาก!”
เว่ยหยางเทียนเดินเข้าไปหาสตรีนางนั้นและมองไปยังภาพบนผนัง มันคือดอกไม้ ‘บัวหิมะ’ ……ภาพเสมือนที่ดูราวกับของจริง
เว่ยหยางเทียนมองไปที่ดอกไม้……ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
สตรีนางนั้นหยุดวาดภาพและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านเจ้าสำนัก……ท่านไม่เกรงกลัวที่จะยั่วยุบุรุษผู้นั้นในเขตนักบุญ แล้วเขาจะพาทุกคนในเขตนักบุญเข้าร่วมสำนักแมวดำหรือ?”
เว่ยหยางเทียนกล่าวอย่างเย็นชา “เขาจะกล้าทำเช่นนั้นหรือ?”
สตรีนางนั้นพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านมีอำนาจเหนือกว่า เขานั้นช้าเกินไปในครั้งนี้เหตุเพราะต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของท่าน อย่างไรเสีย……ก็ไม่คาดคิดว่ายามที่เขาพัฒนาขึ้น……ท่านก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน! ในภายภาคหน้าเขาต้องยอมสยบเป็นแน่!”
เว่ยหยางเทียนกระซิบ “ในเมืองเว่ยหยาง……เจ้าเป็นคนที่เข้าใจยากที่สุด ข้าอ่านความคิดของเจ้าไม่ได้เลย!”
ผู้หญิงคนนั้นมองไปที่เว่ยหยางเทียนแล้วเอ่ย “ทำไมท่านถึงต้องการเห็นเขาผ่านข้า? ข้าไม่ได้คุกคามท่านนะ ข้าไม่ต้องการอะไร……ข้าแค่อยากวาดรูป”
เว่ยหยางเทียนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าเห็นเขาหรือไม่?”
สตรีนางนั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ท่านหมายถึงท่านชายนามเยี่ยฉวนหรือ? ข้าพบเขา……เขาบอกว่าข้าวาดรูปได้ดี เขาเป็นคนฉลาดมากคนหนึ่งเลยนี่!”
เว่ยหยางเทียนหาได้กล่าวสิ่งใด…
ในเวลานั้น อยู่ๆ สตรีนางนั้นก็พูดขึ้นว่า “ไม่กี่เดือนก่อน ข้าไปที่สำนักแมวดำมาแล้ว”
เว่ยหยางเทียนกล่าวเสียงเบา “เจ้าจิตรกร……จงจำไว้ว่าเจ้ามาจากดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง”
หญิงสาวแย้มยิ้ม “ด้วยเหตุนี้……ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจึงไม่ถูกศัตรูยึดครอง”
เว่ยหยางเทียนกล่าวว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อขอให้เจ้าช่วยเหลือข้า!”
สตรีนางนั้นเอ่ยว่า “เพื่อช่วยท่านชายผู้นั้นหรือ?”
เว่ยหยางเทียนกล่าวว่า “ข้าไม่สะดวกที่จะกระทำการสิ่งนี้ เมื่อข้าปรากฏตัวต่อหน้าเขา กองกำลังหลักทั้งหมดในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจะคิดว่าข้าต้องการเก็บสมบัตินั้นไว้เพียงลำพัง และตอนนั้นเองที่ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจะอยู่ในความขัดแย้ง”
สตรีนางนั้นพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ทว่า… หากข้าปรากฏกายเพื่อเขา ก็ไม่น่ามีปัญหาอันใดมากมาย!”
เว่ยหยางเทียนพยักหน้า
จิตรกรมองไปที่เว่ยหยางเทียนและเอ่ยว่า “ข้าใคร่รู้นักว่าเหตุใดท่านถึงต้องการช่วยเขา!”
เว่ยหยางเทียนกล่าวว่า “ข้าขอเลือกไม่ตอบ!”
จิตรกรกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หากเป็นเช่นนั้น……ข้าก็ขอเลือกที่จะไม่ช่วย!”
เว่ยหยางเทียนหันกลับไปและพร้อมจากไปทันที
จิตรกรยิ้มแล้ววาดภาพต่อไป
ในเวลานั้นเว่ยหยางเทียนก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “เจ้าจิตรกร! เรามาประมือกันหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเถอะ! ข้าเอาจริง! ข้าอยากปะทะกับเจ้ามานานแล้ว หึ!”
หลังจากนั้นนางก็หายไปจากสายตา
ณ ที่แห่งนั้น……จิตรกรพลางส่ายศีรษะและยิ้ม แล้วบรรจงวาดภาพต่อไป
…
ทางเขตเหนือ
ณ อารามในโลกใต้ดินของสถานศึกษาเต๋าอี้
สตรีนางหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นที่ถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ
สตรีนางนี้คือกฎเต๋าบนชั้นสี่……เยี่ยนเจี๋ย
ไม่ไกลจากเยี่ยนเจี๋ยคืออาจารย์ของเยี่ยฉวน ‘เยว่ฉี’
บัดนั้นเยี่ยนเจี๋ยพลันลุกขึ้นยืน……เยว่ฉีมองไปที่นางและเอ่ยถาม “เจ้าหายดีแล้วหรือ?”
เยี่ยนเจี๋ยพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าจะออกไป! เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”
เยว่ฉีเอ่ยเบาๆ “เจ้าจะออกตามหาเขาหรือ?”
เยี่ยนเจี๋ยส่ายศีรษะ “ข้าจะไปหากฎเต๋าที่ชั้นห้านั่น!”
เยว่ฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย “ชั้นห้างั้นหรือ?”
เยี่ยนเจี๋ยมองออกไปนอกอาราม “ข้าสัมผัสได้ว่า… ผู้ที่อยู่บนชั้นห้านั้นฟื้นคืนชีพแล้ว… หากไม่มีกฎเต๋าไปข่มเอาไว้ ยามที่คนผู้นั้นออกมาได้…”
เยว่ฉีถามว่า “จะเป็นสิ่งร้ายแรงหรือ?”
เยี่ยนเจี๋ยพูดเบาๆ “ยิ่งกว่าร้ายแรงเสียอีก! คนผู้นั้นเคยต่อสู้กับหอคอยแห่งเรือนจำแต่ก็พ่ายแพ้ไป ทว่าเจ้าไม่รู้หรือว่ามันหมายความว่าอย่างไร?!”
เย่วฉีพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “เขากำลังตกอยู่ในอันตราย!”
เยี่ยนเจี๋ยพยักหน้า “ใช่……อันตรายมากทีเดียวล่ะ”
เยว่ฉีกล่าวว่า “เขาเก่งในเรื่องหลอกลวงที่สุด!”
เยี่ยนเจี๋ยกลอกตาไปที่เยว่ฉี “เจ้าคิดว่าทุกคนจะถูกเขาหลอกลวงหรือไม่? ข้าต้องตามหากฎเต๋าที่ห้า……มีเพียงมันเท่านั้นที่จะข่มเจ้าคนที่อยู่บนชั้นห้าได้! หวังว่าจะไม่สายเกินไป”
เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้ นางมองไปที่เยว่ฉี “เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”
เยว่ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า “ข้าอยากไปด้วย แต่เกรงว่าจะเป็นภาระเจ้าน่ะสิ!”
เยี่ยนเจี๋ยพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เลย……เจ้าไม่ได้เป็นภาระสักหน่อย”
เยว่ฉีพยักหน้า “เช่นนั้น……ขอข้าไปกับเจ้าด้วยละกัน!”
เยี่ยนเจี๋ยจับเยว่ฉีไว้ “งั้น……ไปกันเถอะ!”
หลังจากนั้นทั้งสองก็หายไปในทันที
“กฎเต๋าที่ห้าคืออันใด?”
“เป็นคนตลก…ทั้งยังเป็นคนผิวหนา เหมือนเยี่ยฉวน…”
“…”
……
เขตทางใต้
ณ กลางอากาศนั้น……เยี่ยฉวนนั่งอยู่บนหลังสุนัขอสูรที่กำลังวิ่งไปตลอดทาง ข้างหลังพวกเขานั้น……เหล่ายอดฝีมือในขั้นศักดิ์สิทธิ์ยังคงไล่ตามอย่างใกล้ชิดโดยไม่ลดละความพยายาม!
ที่ด้านหลังของเจ้าสุนัขอสูร……เยี่ยฉวนพูดขึ้นมากะทันหันว่า “พี่ชาย……เจ้าจะฟื้นกำลังได้อย่างไร?”
สุนัขอสูรกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “จงลบล้างความคิดของเจ้าที่มีต่อความแข็งแกร่งของข้าเสีย!”
“เหตุใดกัน?” เยี่ยฉวนรู้สึกสับสน
สุนัขอสูรกล่าวว่า “ตันเถียนภายในตัวข้าถูกทำลายไปเสียแล้ว หลังจากที่ตันเถียนนั้นกลับมารวมกันอีกครั้ง ข้าจึงกลับมาใช้ทักษะ อย่างไรก็ตาม……ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งร้อยปีในการรวมตัวกันอีกครั้ง!”
ร้อยปีเชียวหรือ!
ใบหน้าของเยี่ยฉวนบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย “ร้อยปี…ไม่มีทางอื่นหรือ?”
สุนัขอสูรกล่าวว่า “ย่อมมี!”
เยี่ยฉวนรีบพูดว่า “อย่างไรกัน?”
สุนัขอสูรกล่าวว่า “กลืนกินสัตว์อสูรในระดับขั้นพลังเดียวกันกับข้าเอง…เจ้าไปเอามังกรตัวเป็นๆ สักสิบตัวมาให้ข้ากิน! เท่านั้นความแข็งแกร่งจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน!”
เยี่ยฉวนพูดอย่างเคร่งเครียดว่า “มังกรจริงๆ หลายสิบตัวอย่างนั้นหรือ? พวกเราจะเอาชนะพวกมันได้จริงๆ เหรอ?”
สุนัขของอสูรกล่าวว่า “มังกรที่แท้จริงทุกตนเทียบเท่ากับยอดฝีมือซึ่งอยู่ที่จุดสูงสุดขั้นศักดิ์สิทธิ์ และความสามารถในการต่อสู้นั้นยังแข็งแกร่งกว่าเหล่าผู้ที่อยู่ในขั้นนั้นอีกด้วย อย่างน้อยก็สิบเท่า… แข็งแกร่งกว่าข้าหลายเท่าในตอนนี้!”
เยี่ยฉวนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่ชาย… เจ้าลืมสิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้เถิด!”



