บทที่ 781 เสียงร่ำร้องของกระบี่ช่างน่าหลงใหล!
พินาศไปด้วยกันงั้นหรือ!
เยี่ยฉวนไม่อยากตาย แต่ในตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่น……
เหตุใดตนถึงไม่สังหารให้ได้สักคน หากเขาจำต้องตายอยู่แล้ว?
หมดหวังสิ้นดี!
เมื่อหอคอยแห่งเรือนจำปรากฏขึ้น ท่าทางของสุนัขอสูรเองก็เปลี่ยนไป ห่างออกไปไม่ไกลนัก… มีบางอย่างที่คอยเฝ้าระวังหอคอยของเยี่ยฉวนอยู่ตลอด!
ห่างออกไปนั้น เมื่อชายวัยกลางคนเห็นหอคอยมายาที่ระหว่างคิ้วของเยี่ยฉวน ก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นเกรงขึ้นมาเช่นกัน!
ในขณะที่เยี่ยฉวนกระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำขึ้น ชั้นที่ห้าพลันเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ณ ชั้นแรกนั้น อาหลิงที่กะพริบตาปริบๆ ครู่ต่อมาจึงวิ่งไปที่ยอดหอคอยและจับกระบี่ไว้ตรงกลางในอ้อมแขน ระหว่างนั้นเองพลางพึมพำบางสิ่ง…
ในไม่ช้า ชั้นห้าก็เริ่มสั่นสะเทือนทีละน้อย!
ทางด้านนอก… เยี่ยฉวนขมวดคิ้วแน่นเพราะหอคอยแห่งเรือนจำไม่ปรากฏออกมา!
เกิดอันใดขึ้น?
ในเวลานี้ทั่วทั้งหอคอยแห่งเรือนจำสั่นสะท้าน เยี่ยฉวนรู้สึกเหมือนถูกจู่โจมอย่างหนักหน่วง ทั้งยังมีเลือดที่พากันไหลทะลักออกจากจมูก ตา หู และปากไม่ขาดสาย!
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายวัยกลางคนพลันตัวแข็งทื่ออยู่ไม่ไกลนั้นแล้วพูดว่า “เจ้าทำร้ายตัวเองหรือ?”
ยามที่เอ่ยเช่นนั้น ชายวัยกลางคนที่กำลังจะเคลื่อนไหว จู่ๆ เสียงร่ำร้องของกระบี่ก็ดังขึ้น!
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ชายวัยกลางคนดูตื่นตระหนกเล็กน้อยและหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างทันทีพร้อมจ้องไปที่เยี่ยฉวน… เพราะเสียงร้องของกระบี่นั้นมันออกมาจากภายในตัวเยี่ยฉวน!
เสียงร่ำร้องของกระบี่ช่างน่าหลงใหลเสียเหลือเกิน!
ชายวัยกลางคนแลดูจะตื่นตัวเป็นพิเศษพร้อมกับกำมือขวาไว้แน่น
ไกลออกไป… เยี่ยฉวนล้มลงฉับพลัน รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งปั่นป่วนอยู่ในร่าง!
ผู้ที่อยู่บนชั้นห้าจะออกมาหรือ?
ในเวลานี้ กระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอยก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ที่ชั้นห้าเงียบสงบลง……
ทว่าในไม่ช้า ชั้นห้าก็สั่นสะเทือนอย่างกะทันหันราวกับว่ากำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อย่างไรอย่างนั้น!
ทันใดนั้น กระบี่ที่อยู่บนยอดหอคอยก็บินออกไปและพุ่งทะยานตรงไปที่ชั้นห้าทันที!
หลังจากที่หอคอยเงียบสงบไปประมาณหนึ่งเค่อ… กระบี่ก็บินออกไปในทันใด ในไม่ช้ากระบี่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวน
เมื่อชายวัยกลางคนที่อยู่ไม่ไกลเห็นกระบี่ สีหน้าพลางแปรเปลี่ยน จากนั้นจึงถอยห่างออกไปกว่าเก้าสิบจั้งอย่างต่อเนื่อง!
กระบี่นั่นไม่สนใจชายวัยกลางคนแม้แต่น้อยและเคาะเข้าที่ศีรษะของเยี่ยฉวนสามครั้งด้วยปลายด้าม… เกือบหนึ่งถ้วยชาเลยทีเดียวที่อยู่ๆ มันก็หันย้อนกลับมาพลันลำแสงแห่งกระบี่นั้นพวยพุ่งผ่านพื้นที่นั้นไป……
ไกลออกไป สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พลันส่งแรงดันไปข้างหน้าด้วยมือขวาเบาๆ เพียงครู่หนึ่ง สุญญากาศเบื้องหน้าเริ่มบีบอัดเป็นชั้นๆ ทีละชั้น จากนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นสุญญากาศอันหนาแน่น!
บัดนั้นเอง… กระบี่ก็มาถึง!
ฟึบ!
กำแพงสุญญากาศถูกเจาะเข้าไปในทันที พลันกระบี่แทงทะลุแสกหน้าของชายวัยกลางคนไป
ร่างกายของชายวัยกลางคนแข็งทื่อไปทันที มองไปข้างหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาราวกับจะพูดบางสิ่ง…
เยี่ยฉวนและสุนัขอสูรค่อนข้างสับสนเช่นกัน
ชายชราผู้นี้ถูกสังหารไปในฉับพลันเช่นนั้นหรือ?
บัดนี้ กระบี่นั้นบินไปยังเยี่ยฉวนแถมยังเข้าไปใกล้มากอีกด้วย ครู่ต่อมาพลางเคาะลงบนไหล่ของเยี่ยฉวนเบาๆ แล้วกลับกลายเป็นลำแสงแห่งกระบี่พลันหายวับไปที่ปลายฟ้า…
ไปแล้วหรือ?
เยี่ยฉวนตกตะลึง!
เจ้านั่นวิ่งหนีไป?
ไม่สิ… ต้องไม่ใช่แบบนี้!
เยี่ยฉวนเหมือนจะระลึกได้ถึงบางสิ่ง จึงรีบเรียกอาหลิงออกมา… เยี่ยฉวนกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันจะกระทำอันใด?”
อาหลิงเข้ามาหาเยี่ยฉวนและนอนคว่ำอยู่ข้างหูชายหนุ่มพร้อมกระซิบเบาๆ “มันไปหาคนมาช่วยเป็นแน่!”
ไปหาใครบางคนงั้นหรือ?
เยี่ยฉวนตกตะลึง… มันจะไปหาผู้ใดกัน?
วินาทีต่อมา เยี่ยฉวนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง!
จะมีผู้ใดอีก!
เป็นสตรีลึกลับในชุดเรียบง่ายอย่างแน่นอน!
ทว่าภายในหอคอยเช่นนั้นหรือ?
เยี่ยฉวนดำดิ่งจิตสัมผัสเข้าไปในร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว… ในหอคอยแห่งเรือนจำชั้นห้าก็กลับสู่ความสงบ ไม่มีแม้การเคลื่อนไหวใดๆ เลย!
ท่าทางของเยี่ยฉวนดูจริงจังขึ้นมา ชายหนุ่มรู้ว่าผู้ที่อยู่ชั้นห้าจวนเจียนจะออกมาแล้ว! เป็นกระบี่ที่กดข่มเขาเอาไว้นั่นเอง แต่กระนั้นกระบี่ก็อาจไม่จะสะกดคนผู้นี้ไว้ได้นานนัก มิเช่นนั้นมันคงไม่ออกไปเสาะหาความช่วยเหลือ!
เป็นเรื่องร้ายแรงยิ่ง!
รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า!
บัดนี้ สุนัขอสูรพลางเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม “เจ้าหนู เกิดอันใดขึ้นหรือ?”
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและยิ้มอย่างขมขื่น “มีเรื่องเลวร้ายกำลังเกิดขึ้นน่ะสิ!”
ในเวลานั้น ชายหนุ่มไม่เพียงแต่มีศัตรูที่แข็งแกร่งภายนอกเท่านั้น อีกทั้งยังมีศัตรูที่แข็งแกร่งมากมายภายในด้วย! ผู้ที่อยู่บนชั้นห้าทำให้กระบี่เล่มนั้นหวาดกลัวได้… คนผู้นี้ช่างน่าหวั่นเกรงจริงๆ!
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและคิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มเดินไปหาชายวัยกลางคนแล้วโบกมือขวาขึ้น พลันแหวนสัมภาระของชายวัยกลางคนนั้นถูกเขายึดไปในทันที จากนั้นชายหนุ่มกระโดดขึ้นไปยังบนหลังของสุนัขอสูรโดยมีอาหลิงอยู่ในอ้อมแขน
เมื่อเยี่ยฉวนและสุนัขอสูรกำลังจะจากไป เงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า!
เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสอง!
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองจ้องไปที่เยี่ยฉวน “เกิดสิ่งใดขึ้น?”
เยี่ยฉวนบอกนางว่าเกิดสิ่งใดขึ้นในตอนนี้!
ผู้เยี่ยมยุทธ์ชั้นสองพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “จงออกไปจากที่นี่ก่อน!”
หลังจากนั้นนางก็ตรงไปในหอคอยแห่งเรือนจำ
สุนัขอสูรกระโดดขึ้นไปกลางอากาศและหายตัวไปในท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต
ไม่นานหลังจากที่สุนัขอสูรและเยี่ยฉวนจากไป พลันคนจำนวนหนึ่งปรากฏกายขึ้น!
นำโดยชายวัยกลางคนในชุดสีม่วง!
ชายวัยกลางคนจ้องไปที่สุดปลายฟ้าอันไกลโพ้นและเอ่ยเสียงเบาว่า “ถูกสังหารจริงๆ สินะ… ดูเหมือนว่า เยี่ยฉวนยังมีไม้ตายซ่อนอยู่… ที่เราไม่อาจรู้!”
ด้านหลังชายวัยกลางคน ชายชราผู้หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำว่า “เยี่ยฉวนไม่ธรรมดาจริงๆ ครั้งนี้เราพ่ายแพ้อย่างหนักหนาสาหัส…”
ชายชุดม่วงพูดเบาๆ “เจ้าจะยอมแพ้หรือ?”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ผู้นำตระกูลหวงฝู่ของเราถูกสังหารจนสิ้นชีพ…”
เป็นผู้นำตระกูลหวงฝู่ที่เพิ่งถูกสังหารด้วยกระบี่เล่มนั้น!
ชายชุดม่วงหัวเราะ “หากเป็นเช่นนั้นเราควรล้างแค้นเขา… ใช่หรือไม่?”
ชายชราเงียบงันไป…
ชายชุดม่วงหันไปมองชายชราและพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “เท่าที่ข้ารู้… ผู้นำตระกูลหวงฝู่รุ่นก่อนยังมีชีวิตอยู่ หากรู้ว่าลูกชายของตนถูกสังหาร เขาจะทำเช่นไร?”
ชายชรามองไปที่ชายชุดม่วง “เจ้าต้องการใช้ประโยชน์จากตระกูลหวงฝู่ของเราหรือ?”
ชายชุดม่วงส่ายศีรษะ “เจ้าคิดผิดแล้ว… หากไม่มีตระกูลหวงฝู่ เรายังคงไล่ตามเยี่ยฉวนต่อไป ทว่าตระกูลหวงฝู่นั้นเต็มใจที่จะยอมแพ้หรือไม่ล่ะ? ตระกูลของเจ้าไม่เพียงสูญเสียเหล่าผู้กล้าทั้งสี่ในขั้นศักดิ์ศิทธิ์ แต่ยังสูญเสียผู้นำตระกูลอีกด้วย…”
ชายชรายังคงนิ่งเงียบ…
ชายชุดม่วงกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “หวงฝู่เซียน… เจ้าจะไม่มีคำพูดสุดท้ายหน่อยหรือ หากมี… จงไปแจ้งผู้อาวุโสแห่งตระกูลหวงฝู่ของเจ้าเสีย!”
หลังจากนั้นเขาก็หายตัวไปทันที
ไม่นานหลังจากที่ชายชุดม่วงจากไป… ชายชราที่มีเคราสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหนึ่ง เมื่อเห็นชายชรา… หวงฝู่เซียนรีบคำนับทันที “นายท่าน!”
นั่นคือหวงฝู่เสียว อดีตผู้นำตระกูลหวงฝู่!
หวงฝู่เสียวกล่าวเบาๆ ว่า “ตระกูลหวงฝู่ของเราไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องนี้!”
หวงฝู่เซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำ “นายท่าน… เราประเมินเยี่ยฉวนต่ำไป”
หวงฝู่เสียวส่ายศีรษะเล็กน้อย “เรียกรวมตัวทุกคนและอย่าได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้อีกเด็ดขาด!”
หวงฝู่เซียนลังเลและพูดว่า “นายน้อยของเรา…”
หวงฝู่เสียวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าคิดว่าพวกเขาจะร่วมมือกับเราจริงๆ หรือ? ข้ารู้ดี! พวกเขาบังคับให้เยี่ยฉวนแสดงไพ่ตายที่ซ่อนอยู่โดยหลอกใช้เรา ไพ่ที่ซ่อนอยู่ของเยี่ยฉวน……ทว่าไม่ต้องการใช้กำลังกดดันเยี่ยฉวนด้วยตนเอง… จึงมาหาเรานั่นเอง! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เราไม่เพียงจะสูญเสียยอดฝีมือทั้งสี่แห่งขั้นศักดิ์สิทธิ์ แต่ทั้งตระกูลจะถูกทำลายล้างไปด้วย!”
สีหน้าของหวงฝู่เซียนเปลี่ยนไป “ตระกูลของเราจะถูกทำลายล้าง? นั่นมัน…”
หวงฝู่เสียวกล่าวว่า “เจ้าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรือ?”
หวงฝู่เซียนเงียบ……
หวงฝู่เสียวกล่าวว่า “คนเหล่านี้มีต้นกำเนิดที่ไม่อาจรู้ได้และความแข็งแกร่งนั้นยากที่จะหยั่งถึง อย่างไรก็ตาม พวกเขาเกรงกลัวเยี่ยฉวนอย่างมาก เจ้าคงจะมโนภาพได้ว่า ‘เยี่ยฉวน’ นั้นไม่ธรรมดาเพียงไร!”
จากนั้นจึงมองไปยังสุดขอบฟ้าและพูดเบาๆ ว่า “ศึกนี้เกินมือตระกูลหวงฝู่นัก! บัดนี้ ยังไม่สายเกินไปที่จะหยุดไล่ตามและโจมตีเยี่ยฉวน หากเราทำเช่นนี้ต่อไป… ข้าเกรงว่าตระกูลหวงฝู่ของเราจะหายไปจากโลกนี้เสีย!”
หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับและจากไป
หวงฝู่เซียนถอนหายใจเสียงต่ำและจากไป
…
บนเกาะที่อยู่ห่างไกล ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงมองไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ พลางครุ่นคิด
บัดนั้น อยู่ๆ ชายชราชุดดำก็ปรากฏกายต่อหน้า… ก่อนจะทำความเคารพอย่างสุภาพ “เหรินจุน… ตระกูลหวงฝู่เลือกที่จะขอหยุดแต่เพียงเท่านี้”
เหรินจุนยิ้ม “นี่… หวงฝู่เสียวอ่านพวกเราออกอย่างนั้นหรือ!”
ชายชราในชุดดำกล่าวว่า “เราทำลายตระกูลหวงฝู่… ดีหรือไม่?”
เหรินจุนส่ายศีรษะ “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น! พวกเขาไม่ได้ขัดขวางเรา! ยิ่งไปกว่านั้น… หากตระกูลหวงฝู่ถูกทำลาย อารามเว่ยหยางจะลุกฮือขึ้น… อดีตผู้นำคนนั้นช่างแสนรู้เสียจริง!”
ชายชราในชุดดำกล่าวว่า “จากการตรวจสอบครั้งก่อนของข้า เจ้าสำนักแห่งอารามเว่ยหยางดูเหมือนจะช่วยเยี่ยฉวนในเมืองเว่ยหยางอย่างลับๆ อย่างไรก็ตาม ไม่อาจรู้ว่าเหตุใดนางถึงช่วยเขา!”
เหรินจุนกล่าวว่า “ไม่ต้องตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้เยี่ยฉวนออกจากเมืองเว่ยหยางไปแล้ว นั่นหมายความว่านางจะไม่เข้ามายุ่ง”
ชายชราในชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ผู้นำตระกูลหวงฝู่ที่ถูกสังหารไปก่อนหน้านี้… ข้ายังไม่อาจรู้ว่าผู้ใดถึงกระทำอุกอาจเช่นนี้!”
เหรินจุนหัวเราะเบาๆ “ข้าบอกให้เขารอข้าก่อน… ทว่าก็ยังไปโจมตีเยี่ยฉวนโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นได้ชัดว่าต้องการสังหารเยี่ยฉวนและยึดสมบัติล้ำค่านั้นไว้เพียงผู้เดียว เคราะห์ร้ายที่ไม่อาจเดาได้ว่า… เยี่ยฉวนจะมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่… ผู้คนไม่สมควรโลภมาก! ผู้ใดก็ตามที่โลภมาก… มักไม่พบกับจุดจบที่ดี!”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ ก็ลุกขึ้น “หากข้าเข้าใจถูกต้อง… เยี่ยฉวนจะไปถึงกำแพงใหญ่จางเถี่ยนภายในสามวันใช่หรือไม่?”
ชายชราในชุดดำพยักหน้า “ตามความเร็วของสัตว์อสูรแล้วนั้น… ใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน!”
เหรินจุนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ห้ามปล่อยให้เขาเข้าไปในอาณาเขตของสำนักแมวดำและอารามเว่ยหยางได้ มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป”
เมื่อกล่าวถึงสิ่งนี้แล้วหันไปมองชายชราในชุดดำ “จนถึงตอนนี้ สำนักแมวดำยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือ?”
ชายชราในชุดดำส่ายศีรษะ “ไม่เลย!”
เหรินจุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคิดผิดแล้วล่ะ!”
ชายชราในชุดดำมองไปที่เหรินจุนพร้อมกันกับที่อีกฝ่ายเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “หากข้าเข้าใจถูก พวกนั้นให้ความสนใจเยี่ยฉวนมานานแล้ว! แค่เพียงหากอารามเว่ยหยางยังไม่เคลื่อนไหว พวกเขาก็จะไม่เคลื่อนไหวเช่นกัน”
ชายชราในชุดดำประหลาดใจ “เหตุใดกัน?”
เหรินจุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หากอารามเว่ยหยางไม่เคลื่อนไหว พวกเขาก็จะไม่กล้าเคลื่อนไหว เหตุเพราะนี่คืออาณาเขตของเว่ยหยางเทียน อย่างไรก็ตาม หากเว่ยหยางเทียนเคลื่อนไหว พวกเขาจะชิงสมบัตินั้นไปและสังหารผู้คนอย่างแน่นอน!”
เมื่อพูดเช่นนี้เขาก็หลับตาลงช้าๆ “พวกเขาฉุดรั้งกันและกันไว้ ดังนั้นนี่คือโอกาส… เยี่ยฉวน… ข้าอยากจะดูว่าเจ้ามีไพ่ตายอันใดซ่อนอยู่อีก”
หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาก็หายตัวไป ในขณะเดียวกันก็มีเสียงดังขึ้น ณ ที่นั้น “จงส่งต่อคำสั่งของข้า! ให้สามทุรชนไปดักเจอเขา!”
ชายชราในชุดดำทำความเคารพเล็กน้อย “ขอรับ!”
หลังจากนั้นเขาก็หายตัวไปทันที…



