Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 782

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 782 ไม่มีผู้แข็งแกร่งที่สุด มีแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น!

C

บนผืนทะเลอันไกลโพ้น สุนัขอสูรวิ่งไปพร้อมกับเยี่ยฉวนอย่างว่องไว บัดนี้ความเร็วของเจ้าสุนัขอสูรมาถึงขีดสุดแล้ว!

เยี่ยฉวนนั่งบนหลังสุนัขอสูร ชายหนุ่มคุกเข่าและกลืนกินเพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างบ้าคลั่ง!

ฟื้นฟู!

เยี่ยฉวนกลืนกินมันไปมากในการต่อสู้ครั้งล่าสุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ตนกระตุ้นหอคอยแห่งเรือนจำ แม้จะไม่ได้ปลุกเร้ามันอย่างสมบูรณ์ ทว่ายังมีผลกระทบต่อร่างกายนี้

อยู่ๆ สุนัขอสูรก็พูดขึ้นว่า “เจ้าหนู… มีสิ่งใดออกมาจากร่างกายของเจ้าหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าหงึก

สุนัขอสูรกล่าวว่า “ไม่ง่ายที่จะรับมืออย่างนั้นหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มอย่างขมขื่น

รับมือ?

หากมันง่ายนัก… กระบี่นั่นก็คงไม่ออกมา!

ปัจจุบันกระบี่นั้นไม่อยู่แล้วแต่มีกระบี่ที่น้อยกว่าสามเล่มในหอคอย ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น…

สตรีลึกลับ!

เขาคิดถึงสตรีนางนั้นจริงๆ

ดูเหมือนชายหนุ่มจะระลึกถึงบางสิ่งพลันใบหน้านั้นมืดหม่นลง

การพึ่งพา!

ในขณะนั้นเขากำลังคิดว่าหากสตรีลึกลับปรากฏกาย วิกฤตนี้จะคลี่คลายได้อย่างแน่นอน!

มันคือสัจธรรม!

อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มไม่อาจพึ่งพาสตรีนางนี้ได้ถึงเพียงนั้น และเขาไม่ยอมให้ตนต้องพึ่งพาผู้อื่นด้วย!

เมื่อคนเราพึ่งผู้อื่นก็พานจะเกียจคร้าน

ควรจะเป็นพึ่งพาตนเองดีที่สุด!

เยี่ยฉวนสูดหายใจเข้าลึกๆ และแผ่ฝ่ามือพลันกระบี่ปรากฏขึ้นในมือซึ่งก็คือกระบี่เซียนหลิง! เมื่อมองดูกระบี่ในมือเยี่ยฉวนยิ้มเล็กน้อย “ข้าต้องพึ่งพาตนเองเท่านั้น!”

อยู่ๆ สุนัขอสูรก็พูดขึ้นว่า “เจ้าหนู… เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”

เยี่ยฉวนอับจนคำพูด…

“ฮ่าๆ…”

อยู่ๆ สุนัขอสูรก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “เจ้าหนู หากเจ้าไม่มีทางเลือกอื่น ข้ามีให้ทางหนึ่ง… จะรับฟังหรือไม่?”

เยี่ยฉวน “คืออันใดกัน?”

สุนัขอสูรกล่าวว่า “เจ้ามีวิธีซ่อนลมปราณมิใช่หรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ใช่! ทว่าทุกคนมักจะเล็งเป้ามาที่ข้า ข้าจึงไม่อาจใช้วิชาลึกลับนี้ได้เลย!”

ชายหนุ่มเร้นกายด้วยพลังชี่โกลหลไปก่อนหน้านี้สักพักหนึ่งแล้ว ทว่ามีใครบางคนตามติดเขาและสุนัขอสูรอย่างใกล้ชิด นั่นจึงไม่มีความหมายอะไรที่ตนจะซ่อนลมปราณ…

สุนัขอสูรกล่าวว่า “ข้ามีวิธีที่จะทำให้เราออกห่างจากพวกเขาแล้ว ทั้งยังสร้างโอกาสให้แก่เจ้าอีกด้วย!”

เยี่ยฉวนมองไปที่สุนัขอสูร “อย่างไรหรือ?”

สุนัขอสูรไม่กล่าวอันใดกลับส่งเสียงคำรามขึ้นมากะทันหัน ในวินาทีต่อมา ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว! ไม่ว่าจะผ่านไปที่หนใด สุญญากาศก็ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่านี่เป็นความเร็วที่สูงมากทีเดียว!

ในขณะที่สุนัขอสูรหายตัวไป ภาพติดตาก็ฉายขึ้นกลางอากาศซึ่งนั่นก็เร็วมากเช่นกัน แต่ก็ยังช้ากว่าสุนัขอสูรเล็กน้อย!

ในไม่ช้า ระยะห่างระหว่างสุนัขอสูรกับภาพติดตาก็ห่างออกไปเรื่อยๆ…

หนึ่งก้านธูปต่อมา สุนัขอสูรพลันหยุดที่เกาะแห่งหนึ่ง

ทันทีที่หยุดลง มันก็ล้มลงไปทันที! สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง จู่ๆ สุนัขอสูรก็พูดขึ้นว่า “จงเอนกายเสีย อย่าได้เสียเวลา!”

หลังจากนั้นตาของมันจึงปิดลงอย่างช้าๆ

เยี่ยฉวนไม่ได้พูดอะไรอีกและตนก็พาสุนัขอสูรเข้าไปในหอคอยแห่งเรือนจำทันที ในเวลาต่อมา… ชายหนุ่มเร้นกายด้วยพลังชี่โกลหลได้อย่างสมบูรณ์

ในขณะนี้เองที่ชายหนุ่มหายตัวไปในอากาศได้โดยปราศจากลมปราณ!

ชั่วอึดใจต่อมา หลังจากที่เยี่ยฉวนหายตัวไป ภาพติดตานั่นก็เคลื่อนผ่านเหนือหัวของเยี่ยฉวนทันที

ในความมืดมิดด้านล่างนี้เยี่ยฉวนไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด

ไม่นานนัก… ภาพติดตาก็กลับมาอีกครั้ง พลังจิตตรวจตรานั้นครอบคลุมทั่วทั้งเกาะราวกับตาข่ายขนาดใหญ่ เยี่ยฉวนสัมผัสได้ถึงพลังจิตตรวจตราของภาพติดตานั่น บัดนี้… จึงต้องกลั้นลมหายใจไว้

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง พลังจิตตรวจตราก็หายไปพลันภาพติดตาในอากาศก็พลอยหายไปด้วย

เยี่ยฉวนยังคงไม่ไปไหน!

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม เงาสีดำมากมายหลายเงาต่างบินผ่านท้องฟ้าในทันใด…

ลมปราณของเงาดำทุกตนนั้นทรงพลังยิ่งนัก! อย่างน้อยก็เหนือขั้นศักดิ์สิทธิ์ไปอีก!

เมื่อรับรู้ถึงสิ่งนี้เยี่ยฉวนก็พลันจริงจังขึ้นมา ใครกันที่พุ่งเป้ามาที่เขา? เป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ!

หลังจากมืดแล้ว… เยี่ยฉวนจึงจากไปอย่างเงียบๆ แต่คราวนี้ชายหนุ่มไม่ได้เลือกที่จะโบยบินไปในอากาศด้วยการขี่กระบี่ เพราะหากทำเช่นนี้ ต้องเสี่ยงตายเป็นแน่!

……

ทางน้ำ!

เยี่ยฉวนดำดิ่งลงไปในทะเลและค่อยๆ ว่ายไปข้างหน้า!

ชายหนุ่มไม่กล้าเคลื่อนที่เร็วเกินไป เหล่าคนในความมืดนั่นไม่ใช่คนธรรมดา หากส่งเสียงเพียงเล็กน้อย… เจ้าพวกนั้นอาจจะสังเกตเห็นเขาได้!

แม้จะช้าไปหน่อย แต่ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!

เหนือขึ้นไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงยืนอยู่กลางอากาศ ชายผู้นี้คือเหรินจุน… ด้านหน้ามีเงาสี่ตน เงาทั้งสี่นี้เห็นได้ไม่ชัดเจนนักและแปลกประหลาดจริงๆ

หลังจากนั้นไม่นานเหรินจุนก็พูดขึ้นว่า “หายไปสิ้นอย่างนั้นหรือ?”

เบื้องหน้าเขานั้นเองที่เงาร่างหนึ่งพยักหน้าลง “หายไปอย่างเงียบเชียบ โดยไร้ซึ่งร่องรอยของลมปราณ”

เหรินจุนยิ้มเล็กน้อย “น่าสนใจ!”

เงาหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เหรินจุน… บัดนี้เราควรทำอย่างไรดี?”

เหรินจุนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “จุดประสงค์เขาคือการไปที่กำแพงใหญ่จางเถี่ยน แล้วการจะเข้าไปนั้น… ต้องผ่านประตูจางเถี่ยน เป็นวิธีเดียวที่จะไปถึงกำแพงใหญ่จางเถี่ยนได้ จงไปที่นั่นและเฝ้ารอเขาเสีย!”

เงาทั้งสี่ผงกศีรษะเล็กน้อยและในวินาทีต่อมา เงาเหล่านั้นพลันหายไปในบัดดล

เหรินจุนหันศีรษะมองไปด้านข้าง “ไปที่ชุมนุมดวงดาวตรวจตราและบอกว่าข้าต้องการจะขอหยิบยืมกระจกส่องจิต… ไม่สิ! ข้าจะไปด้วยตนเอง!”

หลังจากนั้นจึงหันหลังกลับ ก้าวไปข้างหน้าแล้วก็หายวับไปทันที

ใต้พื้นทะเล……เยี่ยฉวนพบถ้ำถ้ำหนึ่ง ชายหนุ่มนั่งลงแล้วตรงเข้าไปยังหอคอยแห่งเรือนจำ

ที่ชั้นหนึ่งนั้น มีสุนัขอสูรนอนหลับตาอยู่บนพื้น ยังมีลมหายใจอยู่ ทว่าร่างดูจะเล็กลงไปหน่อย

โดยไม่จำเป็นต้องกล่าวให้มากความ สุนัขอสูรต้องใช้วิชาลึกลับหรือวิชาเวทเทวะมา บัดนี้จึงมีผลข้างเคียง!

ในเวลานี้… เจ้าหุนก็พูดขึ้นทันทีว่า “อย่าได้กังวลเลย มันแค่หลับลึกน่ะ ไม่ได้ร้ายแรงแต่อย่างใด”

เยี่ยฉวนกระซิบ “เจ้าหุน… สำนักเจ้านรกแข็งแกร่งอย่างมากจริงหรือ?”

เจ้าหุนกล่าวว่า “แข็งแกร่งมากเลยล่ะ… หากอยู่ที่นั่น เจ้าจะถูกมองว่าเป็นคนปกติทั่วไป หรือไม่ก็ผู้ที่อยู่ในระดับที่ธรรมดามาก”

เยี่ยฉวนพูดไม่ออก “ข้าไม่ได้ถามเจ้าเรื่องนี้!”

เจ้าหุนกล่าวว่า “ก็ได้…”

ครู่ต่อมา… เยี่ยฉวนกล่าวอีกครั้งว่า “เหตุใดข้าถึงเป็นเพียงคนธรรมดาในสำนักเจ้านรกได้?”

เจ้าหุนตอบเสียงเบา “เหตุเพราะระดับอารยธรรมของเต๋าแตกต่างกันไงล่ะ! อารยธรรมของกฎเต๋าแห่งสำนักเจ้านรกนั้นเหนือกว่าดินแดนจักรวาลดวงดาวนี้มาก! อย่าง… เจ้าเพิ่งจะรู้จักกฎแห่งการปกครองเวทเทวะและเวทเทวะขั้นสูงสินะ แต่เจ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวิชาลึกลับโบราณ วิชาจิตวิญญาณโบราณ กฎแห่งการปกครองโลกา กฎแห่งการปกครองสวรรค์ กฎแห่งการปกครองจักรวาลดวงดาว กฎแห่งการปกครองจักรวาลเลย ในสำนักเจ้านรก ผู้คนต้องได้รับสั่งสอนสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่กำเนิดสิ”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและถอนหายใจ ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดสุนัขอสูรถึงได้หยิ่งผยองนัก!

เพราะแข็งแกร่งอย่างมากเลยไงล่ะ!

เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว ผู้คนในดินแดนจักรวาลดวงดาวแห่งนี้… พ่ายแพ้ไปตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว!

สิ่งแวดล้อมหรือ!

หลายครั้งที่สิ่งแวดล้อมนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก!

ในเวลานี้ เจ้าหุนพูดอีกครั้งว่า “เจ้าก็ไม่เลวนี่……ต้องมีสิ่งพิเศษบางสิ่งที่ทำให้เจ้าเป็นเจ้าของหอคอยนี้ เพียงแต่ข้ายังค้นหาไม่เจอ!”

เยี่ยฉวนอับจนคำพูด “เจ้าหุน…ในใจของเจ้านั้นไม่ใช่ว่าข้ามีข้อดีอันใดบ้างหรือ?”

เจ้าหุนเงียบงันไปนาน… แล้วพูดว่า “มีสิ… เจ้ามี!”

เยี่ยฉวนรีบถาม “เป็นสิ่งใดกัน?”

เจ้าหุนกระซิบว่า “เจ้านั้นไร้ยางอายอย่างยิ่ง… นี่ก็เป็นข้อได้เปรียบเช่นกัน…”

เยี่ยฉวนตกตะลึง!! สักพักจึงพูดอย่างจริงจังว่า “หุน… ข้ายังไม่เคยพูดกับเจ้าเช่นนี้เลยนะ!”

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ออกจากหอคอยแห่งเรือนจำแล้วเดินทางต่อ

ระหว่างทาง เจ้าหุนก็พูดขึ้นว่า “นายท่าน อารยธรรมของดินแดนจักรวาลดวงดาวแห่งนี้อยู่ในระดับต่ำ ข้าแนะนำให้ไปยังดินแดนจักรวารดวงดาวที่มีอารยธรรมอื่นดีกว่า ท่านจะได้สัมผัสกับกับกฎเต๋าในอารยธรรมที่เยี่ยมยอดกว่าอย่างแน่นอน! ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อท่านอีกด้วย!”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “ข้ายังไม่เข้าใจกฎเต๋าในดินแดนจักรวาลดวงดาวนี้อย่างเต็มที่เลย!”

เจ้าหุนตอบเสียงเบา “นั่นก็… จริง!”

เยี่ยฉวนถามขึ้นทันทีว่า “เหตุใดสำนักเจ้านรกและสำนักเซียนที่มีอารยธรรมกฎเต๋าที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้จึงสาบสูญไป?”

เจ้าหุนกล่าวว่า “ไม่มีผู้แข็งแกร่งที่สุด… มีเพียงแต่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น!”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะและยิ้ม “กฎเต๋าไร้ซึ่งขอบเขตงั้นหรือ!”

เจ้าหุนกล่าวว่า “ใช่……เส้นทางของกฎเต๋าไม่มีที่สิ้นสุด! เหมือนก่อนกาลนั้น ข้าเคยคิดว่าข้าเป็นกระบี่ที่ทรงพลังที่สุดในโลก… ทว่าบัดนี้…”

เยี่ยฉวนหัวเราะ “เป็นเพราะกระบี่สามเล่มบนยอดหอคอยใช่หรือไม่?”

เจ้าหุนกล่าวว่า “ใช่! ทว่าข้าก็ไม่เลวสักเท่าไหร่นะ จะพยายามเอาชนะพวกมันให้จงได้เลยคอยดูเถอะ!”

เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ทะเยอทะยานดีนี่! มาพยายามอย่างหนักไปด้วยกันเถิด!”

หลังจากนั้น เยี่ยฉวนก็ค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้น

สามวันต่อมา เยี่ยฉวนก็ขึ้นมาบนฝั่งเรียบร้อย

ด้านหน้าชายหนุ่มเป็นเทือกเขาเรียงรายสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางเสียงสัตว์ป่าคำรามเป็นครั้งคราว

หลังจากเดินผ่านเทือกเขานี้ ก็จะไปถึงกำแพงใหญ่จางเถี่ยนเสียที!

เยี่ยฉวนมองไปรอบๆ ไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้น แต่ชายหนุ่มรู้แท้แน่ว่าคนเหล่านั้นซ่อนเร้นอยู่ในความมืดและไม่เลิกราอย่างแน่นอน!

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เยี่ยฉวนแอบลอบเข้าไปในป่า ทันทีที่เข้าไป พลันรอบด้านก็มืดหม่นลงในฉับพลัน เหตุเพราะเป็นป่าทึบจนแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาไม่ได้นั่นเอง

ในป่าทึบ…เยี่ยฉวนลอบย่องเบาๆ แต่ในไม่ช้าสีหน้าชายหนุ่มฉายแววจริงจังขึ้นมา!

เพราะสัตว์อสูรในเทือกเขานี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!

ไม่นานหลังจากที่ชายหนุ่มเข้ามาในที่แห่งนี้ ก็ได้พบกับสัตว์อสูรหลายตนในขั้นศักดิ์สิทธิ์แล้ว…

สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลย!

เยี่ยฉวนเริ่มมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ากำแพงใหญ่จางเถี่ยนนั้นไม่ใช่สถานที่ที่ดีอย่างแน่นอน

เพื่อหลบลี้เรื่องวุ่นวาย… เยี่ยฉวนจึงหลีกเลี่ยงสัตว์อสูรเหล่านั้นระหว่างการเดินทาง! ประมาณหนึ่งชั่วยามต่อมา เยี่ยฉวนได้มาถึงธารน้ำแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มเหลือบมองไปที่แห่งนั้น… พลันธารน้ำทั้งสายก็เดือดขึ้นมาทันที!

สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป ขณะกำลังออกไปจากที่แห่งนี้… ธารน้ำที่อยู่ตรงหน้าพลันแตกแยกออกทันที ปรากฏชายคนหนึ่งพุ่งออกมาจากก้นบึ้งและลงเทียบอย่างมั่นคง พร้อมกันนั้นเองที่ผืนดินทั่วทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

ในมือขวาของชายผู้นั้นมีหัวของสัตว์อสูรสีเลือดอยู่!

เขาเปลือยครึ่งตัวและสวมกางเกงผ้ารัดรูป เยี่ยฉวนพบว่ากายส่วนบนของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น!

ในขณะนั้น จู่ๆ ชายคนนั้นก็มองมาที่เยี่ยฉวนก็ตกใจเล็กน้อย “ขั้นหลอมรวมลมปราณ? ล้อเล่นหรือ?”

เยี่ยฉวนยิ้มเล็กน้อย “ขอรบกวนท่านสักนิด… ข้าจะไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยนได้อย่างไรหรือ?”

ชายผู้นั้นก้าวไปยังด้านหน้าของชายหนุ่มพลางเหลือบมองและเอ่ยว่า “เจ้ากำลังจะไปกำแพงใหญ่จางเถี่ยนหรือ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้า ชายผู้นั้นพูดอย่างจริงจังว่า “เจ้าแน่ใจหรือ… ว่าไม่ได้ล้อเล่น?” เยี่ยฉวน “…”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!