บทที่ 784 ท่านไป๋!
เบื้องหน้าเยี่ยฉวน เงาทั้งสี่นั้นยังไม่พุ่งโจมตีราวกับว่ารอบางสิ่งบางอย่าง
ข้างๆ เยี่ยฉวน อยู่ๆ จ้านจุนถามขึ้นมาว่า “พี่เยี่ย พวกมันเป็นกองกำลังแบบใดกัน?”
เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “ข้าไม่รู้!”
จ้านจุนกำลังจะพูดขึ้น บัดนั้น ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีม่วงปรากฏกายเบื้องหน้าพวกเขา
เป็นเหรินจุนนั่นเอง!
เหรินจุนถือกระจกสีขาวบริสุทธิ์อยู่ในมือ
เจ้าสำนักมาแล้ว!
มือขวาของเยี่ยฉวนค่อยๆ กำแน่น พลังชี่ในร่างกายเริ่มบังเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ
เหรินจุนมองไปที่เยี่ยฉวนยิ้มเล็กน้อย “ต้องบอกว่าทักษะการเร้นกายของเจ้านั้นยอดเยี่ยมจริงๆ หากข้าไม่ไปพบชุมนุมดวงดาวตรวจตราเพื่อขอหยิบยืมกระจกส่องจิต คงหาเจ้าไม่เจอเป็นแน่”
เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?”
เหรินจุนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เรียกข้าว่าเหรินจุน มาที่นี่เพื่อบอกเพียงว่าพวกเราไม่ใช่คนของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง”
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากเยี่ยฉวนและกล่าวว่า “เยี่ยฉวน หากเจ้าส่งมอบสมบัตินั้นมา ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีร่างกายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ว่าอย่างไรเล่า?”
เยี่ยฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “คิดว่าเจ้าจะพูดว่า……หากข้าส่งมอบสมบัติให้ เจ้าจะไว้ชีวิตข้าเสียอีก!”
เหรินจุนส่ายศีรษะ “เจ้านั้นช่างปราดเปรื่อง หากเติบโตกว่านี้จะเป็นปัญหาใหญ่ ข้าต้องกำจัดต้นตอของปัญหาเสีย!”
เยี่ยฉวนเงียบและดูเหมือนจะรำลึกถึงบางสิ่งบางอย่าง
เหรินจุนส่ายศีรษะและยิ้ม “เจ้ายังจะประวิงเวลาอีกหรือ?”
ในเวลานี้เอง เงาข้างๆ กระซิบสองสามคำ ในไม่ช้า เหรินจุนมองไปยังจ้านจุนที่อยู่ข้างๆ เยี่ยฉวน “เจ้ามาจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยนหรือ?”
จ้านจุนพยักหน้า
เหรินจุนยิ้มและกล่าวว่า “ไม่ใช่ธุระอันใดของเจ้า จงไปเสียตอนนี้!”
จ้านจุนมองไปที่เยี่ยฉวน……ชายหนุ่มยิ้มและพูดว่า “น้องจ้าน เจ้าไปก่อนเถิด!”
จ้านจุนเงียบงันไป……
เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของข้า ขออภัยที่ทำให้ติดร่างแหด้วย แท้จริงแล้ว ไม่มีความหมายอันใดที่เจ้าจะอยู่ที่นี่”
จ้านจุนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ระวังตัวด้วย!”
หลังจากนั้นเขาหันหลังแล้วหายตัวไปไม่ไกล
เยี่ยฉวนมองไปที่เหรินจุนที่ยิ้มและกล่าวว่า “จงดูสิ โลกแห่งความเป็นจริงเป็นเช่นนี้”
เยี่ยฉวนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นี่เป็นเรื่องปกติ ทั้งยังเป็นเรื่องส่วนตัวอีก เหตุใดต้องปล่อยให้เขาตายไปพร้อมกับข้าเล่า?”
เหรินจุนพยักหน้าเล็กน้อย “เจ้ามีทัศนคติที่ดีนี่!”
ทันใดนั้น เงาที่อยู่ข้างหลังหายไปพลันสุญญากาศบริเวณโดยรอบถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
ในขณะที่เงาหายไป สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไป มือขวากำแน่น กระบี่พลังชี่ทั้งห้าเล่มรวมตัวกันอย่างเงียบๆ ต่อหน้าเขา ตอนนั้นเองที่กระบี่พลังชี่ทั้งห้าฟาดฟันลงไป
ตู้ม!
ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังขึ้น กระบี่พลังชี่ทั้งห้าแตกสลายอย่างกะทันหันในทันที เยี่ยฉวนถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในระหว่างที่ล่าถอย เงาหลายเงาปรากฏขึ้นล้อมตัวเขาอย่างเงียบๆ
อันตราย!
ในยามนี้ เยี่ยฉวนได้กลิ่นความตายขึ้นมา!
ชายหนุ่มไม่อาจหาญพอที่จะประมาท!
เยี่ยฉวนกระทืบเท้าขวาพร้อมกับสวมเกราะเทพแห่งความมืดทันที ในเวลาเดียวกัน ชักกระบี่ออกมาอย่างแรงและฟาดฟันลงไป
ออกกระบี่ชี้ชะตา!
หลังจากนั้น เงาที่อยู่ข้างหน้าชายหนุ่มถูกตัดออกทันที ทว่ารู้สึกว่ามีอำนาจอันทรงพลังจากหลายจุดพุ่งเข้าหาตน
ตู้ม!
เยี่ยฉวนกระเด็นออกไปทันที ในยามนี้ ทั่วร่างกายกำลังแตกร้าวเมื่อชายหนุ่มกำลังจะหยุดลง เงาปรากฏขึ้นรอบตัวเขาอีกครั้ง ทันใดนั้นกระบี่สีดำทมิฬปรากฏขึ้นในมือของเยี่ยฉวน ในเวลาต่อมา จึงฟันออกไปในแนวนอนด้วยกระบี่ ลำแสงสีดำของกระบี่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
ไม่ไกลนัก เสียงของเหรินจุนดังขึ้น “ถอย!”
หลังจากนั้น เงาทั้งสี่รอบๆ เยี่ยฉวนหายไป เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพบว่าอยู่ข้างหลังเหรินจุนเสียแล้ว!
การโจมตีของเยี่ยฉวนล้มเหลว!
เหรินจุนเหลือบมองกระบี่ในมือของเยี่ยฉวนในระยะไกล เอ่ยเสียงเบาว่า “กระบี่ของเจ้า…น่าทึ่งมาก!”
เยี่ยฉวนเช็ดเลือดจากมุมปากและยิ้ม “จริงหรือ?”
เหรินจุนหายตัวไปในทันใด ในระยะไกลนั้นเองเยี่ยฉวนจึงฟันลงไป
ตู้ม!
ทันทีที่กระบี่ฟันลง เยี่ยฉวนกระเด็นออกไปทันที
ห่างออกไปนั้นเหรินจุนยิ้มเล็กน้อย “นับเป็นความสำเร็จยิ่งหากได้สังหารอัฉริยะเช่นนี้!”
ด้วยเหตุนี้ เขากำลังจะเข้าสู้อีกครั้งพลางหัวคิ้วขมวดขึ้นในทันที เมื่อมองไปยังด้านหลังเยี่ยฉวน ปรากฏคนหกคนกำลังวิ่งเข้ามาสบทบ ผู้นำคือจ้านจุนที่จากไปแล้ว!
เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาของเหรินจุนหรี่ลงเล็กน้อยในทันใด
จ้านจุนรีบไปหาเยี่ยฉวนพลางเหลือบมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้น “พี่เยี่ย ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ เลือดทะลักออกจากปาก ชายหนุ่มฝืนยิ้ม คราวนี้เขาไม่อาจโต้กลับได้เลยจริงๆ!
ในยามนี้ เจ้าหุนพูดขึ้นทันทีว่า “อย่าดูถูกตัวเอง ความแข็งแกร่งของคนผู้นี้เหนือกว่าเจ้านัก อยู่เหนือกว่าขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตเสียอีก เจ้าไม่ใช่คู่มือของเขาเลย”
เยี่ยฉวนเงียบไป อย่างไรเสียก็ถูกปู้ยี่ปู้ยำอย่างน่าสังเวชไปแล้ว!
ไม่ไกลนัก เหรินจุนเหลือบมองจ้านจุนและคนอื่นๆ คนพวกนี้อยู่ในขั้นศักดิ์สิทธิ์!
เหล่าอัจฉริยะแห่งกำแพงใหญ่จางเถี่ยน!
เหรินจุนมองไปที่จ้านจุน “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ข้างๆ จ้านจุน ชายหัวโล้นพูดขึ้นมาทันทีว่า “อาจุน เจ้าไม่ใช่หรือที่บอกว่าพวกเขาเป็นขั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด? ใช่แน่หรือ? ทั้งหมดนี้อยู่ในขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิต! และ…”
ด้วยเหตุนี้ เขาชี้ไปที่เหรินจุนที่อยู่ไม่ไกล “คนผู้นี้และคนผู้นี้อาจจะอยู่เหนือกว่านั้น! ไหนบอกว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ในขั้นศักดิ์สิทธิ์……หากไม่พอใจอันใดแค่บอกมา! เจ้าหลอกลวงเช่นนี้ไม่ได้!”
จ้านจุนยิ้มอย่างรู้สึกผิด “หาได้มีความแตกต่างระหว่างขั้นศักดิ์สิทธิ์และขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตเสียหน่อย!”
สีหน้าของชายหัวโล้นบิดเบี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่แตกต่างหรือ? เจ้าถึงกับกล้าเอ่ยเช่นนี้!”
ไม่ไกลนัก เหรินจุนพูดขึ้นว่า “เหล่าสหายทั้งหลาย เป้าหมายของเราคือเยี่ยฉวนเท่านั้น จงไปเสียเถิด!”
เขาไม่กล้าที่จะสังหารอัจฉริยะเหล่านี้ที่มาจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เหตุเพราะถ้าทำเช่นนั้นจะทำให้ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางโกรธเคืองเอาได้ อัจฉริยะเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากกองกำลังหลักของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง!
การสังหารคนเหล่านี้จะนับว่าเป็นศัตรูกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยาง และอารามเว่ยหยาง!
จ้านจุนเหลือบมองเหรินจุน จากนั้นมองไปยังชายหัวโล้นข้างๆ ตน “สหาย อย่างน้อยบุรุษผู้นั้นอยู่เหนือชั้นเนรมิต เจ้าจะสู้กับเขาหรือไม่?”
ชายหัวโล้นเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “จ้านจุน ผู้ใดกันที่อยู่บนพื้นนั่น? ควรค่าที่เราจะสู้เพื่อเขางั้นหรือ?”
จ้านจุนยิ้มอย่างขมขื่น “เป็นชายที่ข้าเพิ่งรู้จัก นามเยี่ยฉวน ก่อนหน้านี้ข้าถูกสัตว์ร้ายสามตนซุ่มโจมตี เขาไม่ได้หนีไปแต่กลับอยู่เพื่อช่วยเหลือข้า นิสัยใจคอถือว่าไม่เลวนัก”
ชายหัวโล้นถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า “ข้าไม่รู้จักเขา ทว่าในเมื่อเจ้าบอกว่าจะช่วย เช่นนั้นก็จะช่วย”
หลังจากนั้นเขาก้าวไปข้างหน้า ในชั่วขณะต่อมา ไม้วัดสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกันนั้น ชี้ไปที่หน้าอกของตน ครู่หนึ่งจึงสูดลมหายใจเข้าออกอย่างแรง จากนั้นกระโดดไปข้างหน้า ตรงไปยังศีรษะของเหรินจุน ฟาดลงไปด้วยไม้วัดนั่น “ไม้วัดแบ่งเขต!”
หลังจากนั้น ฟ้าดินดูราวกับจะแยกออกจากกัน!
ด้านล่าง เหรินจุนยกมือขึ้นโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ
ตู้ม!
ชายหัวโล้นถอยห่างออกไปกว่าเก้าสิบจั้ง เหรินจุนเองไม่คิดถอยกลับสักนิด! แต่หลังมือเกิดเป็นรอยไม้วัดอย่างชัดเจน!
เหรินจุนเหลือบมองที่หลังมือตน แล้วมองไปยังชายหัวโล้นที่อยู่ไม่ไกล เอ่ยเบาๆ ว่า “อัจฉริยะแห่งกำแพงใหญ่จางเถี่ยนช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!”
หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาหายตัวไป
สีหน้าของชายหัวโล้นและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก ทั้งหกจึงรีบวิ่งออกไป!
แววตาของเหรินจุนค่อยๆ เย็นเยียบ แล้วกางฝ่ามือออก กดไปข้างหน้าเบาๆ ทันใดนั้น พื้นที่ด้านหน้าถูกกวาดเรียบไปราวกับคลื่นซัดสาด ชายหัวโล้นกับคนอื่นๆ ที่อยู่เบื้องหน้า ล่าถอยไปอย่างต่อเนื้องด้วยพลังอันแข็งแกร่งนี้ ชายหัวโล้นและจ้านจุนที่นำหน้าอยู่ต่างบาดเจ็บจนเลือดท่วม!
บังเกิดจิตสังหารในแววตาของเหรินจุน โดยไม่คิดจะยั้งมือแต่อย่างใดพุ่งเข้าใส่ชายหัวโล้น จ้านจุนและคนอื่นๆ อีกครั้ง ในขณะนั้นมีเสียงขลุ่ยดังมาจากด้านข้าง ต่อมา พื้นที่ด้านหน้าของเหรินจุนระเบิดออกทันที เหรินจุนหยุดลงพลางหันศีรษะไปดู ไม่ไกลไปจากทางขวา ปรากฏชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวเดินช้าๆ ถือขลุ่ยสีเขียวอยู่
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาว สีหน้าของเหรินจุนมืดทึมทันที
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวเดินมาหยุดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเหรินจุนนัก เขาเหลือบมองเหรินจุนและคนอื่นๆ “ไสหัวไปซะ!”
เหรินจุนกำลังจะเอ่ยปาก ในยามนี้ เงาสีดำปรากฏขึ้นข้างหลังตนและคนอื่นๆ ในตอนนั้นเองที่ศีรษะของเงาทั้งสองพุ่งออกไปทันที
เลือดพุ่งกระจายเป็นทาง!
เหรินจุนจ้องไปที่ชายวัยกลางคนในชุดขาวอย่างไม่วางตา “เป็นท่านไป๋ผู้เลื่องชื่อนี่เอง”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวมองที่เหรินจุน “ยังไม่ไปอีกหรือ?”
หลังจากนั้น เงาสีดำน่ากลัวเกรงปรากฏขึ้นด้านหลังของทั้งสามโดยถือเคียวยาวสีแดงเลือดอยู่ในมือ
เหรินจุนเงียบไปครู่หนึ่งแล้วมองไปที่เยี่ยฉวนที่นอนไม่ไกลอยู่บนพื้น “เห็นที……เราได้เจอกันอีกแน่!”
หลังจากนั้นเขาและเงาทั้งสองข้างหลังหายไปทันที
ท่านไป๋หันกลับมามองชายหัวโล้นและคนอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ลงโทษหักเบี้ยสามเดือนและกวาดกำแพงใหญ่เป็นเวลาหนึ่งเดือน”
ชายหัวโล้นและคนอื่นๆ ดูเศร้าสลดในทันใด จ้านจุนที่อยู่ด้านข้างกล่าวอย่างระมัดระวัง “ท่านไป๋ พวกเรากระทำอันใดผิดหรือขอรับ?”
ท่านไป๋เหลือบมองที่จ้านจุน จ้านจุนยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าเพียงเอ่ยถามเฉยๆ หากไม่มีคำตอบก็ไม่เป็นไรขอรับ…”
ท่านไป๋กล่าวว่า “หน้าที่ของเจ้าคือเฝ้าระวังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน!”
ชายหัวโล้นรีบชี้ไปที่เยี่ยฉวนบนพื้น “เขามาจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยนของเราเช่นกันขอรับ!”
ท่านไป๋เหลือบมองเยี่ยฉวนก่อนเอ่ยเสียงค่อยว่า “เขายังไม่เคยเข้าไปในกำแพงใหญ่จางเถี่ยนเลย ไม่นับครั้งนี้”
ด้วยเหตุนี้ เขาเลยมองไปที่จ้านจุน “เจ้าไม่พอใจกับบทลงโทษนี้หรือไม่?”
จ้านจุนรีบส่ายศีรษะ “ไม่ขอรับ ข้าพอใจมาก พอใจมากๆ!”
ท่านไป๋กล่าวว่า “หลังจากที่เขาฟื้นแล้ว บอกให้ไปที่ตำหนักทองด้วย และไม่อนุญาตให้ออกมา……เป็นเวลาหนึ่งเดือน”
หลังจากนั้น เขาและภาพติดตาที่อยู่ไม่ไกลหายตัวไปอย่างเงียบๆ
ตำหนักทอง!
ชายหัวโล้นและคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันแล้วมองที่เยี่ยฉวนที่อยู่บนพื้น ในแววตามีทั้งความเวทนาและเห็นอกเห็นใจ…



