บทที่ 787 โทสะของข้า!
นักรบภูติเร็วมาก! ในชั่วพริบตาพุ่งเข้ามาหาคนทั้งสามแล้วบัดนี้ ชายหัวล้านจึงรีบวิ่งออกไปแล้วทุบด้วยไม้วัด
นักรบภูติไม่หลบเลี่ยง อีกทั้งยังชกไม้วัดของชายหัวโล้นกลับอีกด้วย!
ตู้ม!
ที่ใต้ฝ่าเท้าพลันพื้นดินแตกร้าว ขณะเดียวกันต่างพากันถอยกลับอย่างต่อเนื่อง
เยี่ยฉวนกำลังจะสู้กลับ จู่ๆ จ้านจุนเอ่ยขึ้นว่า “ปล่อยให้พวกเขาสู้ไป!”
เยี่ยฉวนมองไปที่จ้านจุนที่พูดด้วยน้ำเสียงแสนลึกล้ำว่า “อย่าปล่อยให้คนของสำนักแมวดำดูถูกพวกเรา”
เยี่ยฉวนไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดี
ไม่ไกลนักชายหัวล้านยิ้มอย่างเหี้ยมโหด แล้วกระโดดขึ้นพร้อมกับไม้วัดอันมหึมาในมือที่เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที นักรบภูติที่อยู่ตรงข้ามต่างรีบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว บริเวณสุญญากาศย่างกรายผ่านบังเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างเฉียบพลัน น่าหวาดเกรงยิ่งนัก!
ไม่นานจึงเข้าประชิด ชายหัวโล้นกำไม้วัดด้วยสองมือแล้วเหวี่ยงแรงฟาดออกไปอย่างรุนแรง จากนั้นเปลวไฟอันน่าสยดสยองปรากฏขึ้นจากปลายไม้วัดนี่
ทว่านักรบภูติไม่หลบเลี่ยงกลับตอบโต้ด้วยกำปั้นแทน!
ความแข็งแกร่งทางร่างกายล้วนๆ!
ด้วยพลังหมัดพื้นถึงกับสั่นสะเทือน!
ตู้ม!
หมัดนี้ทำให้เปลวเพลิงสลายไปทันที ในเวลานี้ไม้วัดอันใหญ่โตในมือของชายหัวโล้นฟาดเข้ากับกำปั้นของนักรบภูติอย่างรุนแรง
ตู้ม!
พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พวกเขาพากันล่าถอยอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นเช่นนี้เยี่ยฉวนที่อยู่ข้างๆ เริ่มเคร่งเครียดขี้นมาทันที
ความแข็งแกร่งของชายหัวโล้นและนักรบภูติผู้นี้เกินความคาดหมายจริงๆ!
ในตอนนี้ชายหนุ่มยังคิดด้วยว่าตนไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดในบรรพชนรุ่นหลังในดินแดนสวรรค์ ด้วยเหล่าอัจฉริยภาพแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางทั้งหมดอาจอยู่ที่นี่
ที่นี่เป็นแหล่งรวมเหล่าปราดเปรื่องจริงๆ!
ที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการต่อสู้ของอัจฉริยะเหล่านี้แข็งแกร่งมากนัก!
ในเวลานี้นักรบภูติที่อยู่ไม่ไกลกระแทกมือลงกับพื้นพลันผืนดินทั้งหมดสั่นสะเทือน จากนั้นใต้เท้าของชายหัวโล้นปรากฏหนามที่พุ่งสูงเสียดฟ้า!
สีหน้าของชายหัวโล้นเปลี่ยนไป เท้าขวากระทืบลงแล้วถอยกลับ ก่อนจะถึงพื้น มีหนามอีกจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาจากพื้นดินเช่นกัน แววตาดุร้ายฉายในดวงตาของชายหัวโล้น ขณะเหวี่ยงฟาดไม้วัดอันหนาหนักในมือออกไปอย่างรุนแรง
ตู้ม!
เจ้าหนามทั้งหมดนั่นหักในทันที!
ในยามนี้นักรบภูติปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายหัวโล้น แล้วชกเข้าที่หน้าอกพลันชายหัวโล้นกระเด็นถอยออกไป อย่างไรก็ตามตอนที่ร่างกระเด็นไป ไม้วัดลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับอกของนักรบภูติอย่างรุนแรง
ตู้ม!
นักรบภูติลอยกระเด็นไปในพริบตา
พวกเขาล้มลงกับพื้นแทบจะพร้อมกัน ทันทีที่ร่างกระทบพื้น แผ่นดินโดยรอบแตกร้าวในทันที!
ห่างออกไปนั้นนักรบภูตินอนดิ้นรนอยู่บนพื้นครู่หนึ่งแล้วลุกขึ้นมา……เมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าของเยี่ยฉวนมืดครึ้มขึ้น เหตุเพราะกายของนักรบภูติแตกร้าวไปแล้วทั้งตัว ยังสู้ต่อได้อีกหรือ?
ไม่ไกลนัก ชายหัวโล้นค่อยๆ คืบคลานขึ้นมา นักรบภูติมองไปยังชายหัวโล้นที่ดูไร้อารมณ์ มีเพียงจิตมุ่งมั่นที่จะเข่นฆ่าและต่อสู้เท่านั้น!
เมื่อนักรบภูติกำลังจะโจมตีอีกครั้ง ในตอนนั้นเองที่เสียงจากด้านข้างดังขึ้น “พอได้แล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นนักรบภูติรีบหยุดทันที
ทว่าสีหน้าของเยี่ยฉวนและจ้านจุนกลับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเยี่ยฉวน ที่ขมวดคิ้วแน่น เพราะชายหนุ่มหาได้รู้สึกว่ามีผู้ใดตามมา!
เยี่ยฉวนและจ้านจุนหันกลับมา ด้านหน้าพวกเขาไม่ไกลนัก มีบุรุษผู้หนึ่งอายุประมาณยี่สิบกว่าปียืนอยู่ สวมชุดสีดำ ไพล่มือขวาไปข้างหลังด้วยท่าทีที่สงบและใจเย็น
ทางด้านซ้ายของชายผู้นี้ มีบุรุษคนหนึ่ง รูปร่างกำยำ ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่ามีอาวุธอยู่ในมือทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อของปูดโปน เต็มไปด้วยพละกำลัง ทางขวาของชายชุดดำมีบุรุษอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ รูปร่างแตกต่างจากชายร่างใหญ่ทางด้านซ้ายอย่างมาก ตัวเล็กเป็นพิเศษราวกับสตรี สวมเสื้อคลุมขนาดใหญ่โดยซ่อนมือไว้ในเสื้อคลุม
เมื่อเห็นบุรุษทั้งสาม สีหน้าของจ้านจุนที่อยู่ถัดจากเยี่ยฉวนเคร่งขรึมทันที สีหน้าของชายหัวโล้นก็เช่นกัน
เยี่ยฉวนเอ่ยเบาๆ “เจ้ารู้จักพวกเขาหรือ?”
จ้านจุนจ้องไปที่ชายสองคนที่อยู่ข้างหลังบุรุษชุดดำ “สองคนนี้คือเทียนซาและตี้ซาแห่งสำนักแมวดำ พวกเขาแข็งแกร่งมาก อีกทั้งไม่ค่อยปรากฏกายให้เห็น”
ยามที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ พลันชะงักไปเล็กน้อยแล้วกล่าวอีกครั้งว่า “ทั้งสองมีพลังสังหารผู้คนในชั้นเนรมิต! แต่มีพลังนี้เมื่อหนึ่งปีก่อน สำหรับตอนนี้นั้น…”
สังหารผู้คนในชั้นเนรมิตหรือ!
สีหน้าท่าทางของเยี่ยฉวนเริ่มเคร่งขรึม ชายหนุ่มหันมองทั้งสองคนอีกครั้ง ทั้งคู่ดูอ่อนเยาว์มาก คงอายุไม่มากไม่น้อยไปกว่าตน ทว่าสามารถฆ่าผู้คนในชั้นเนรมิตได้!
ดูเหมือนจะระลึกถึงบางสิ่งบางอย่างได้ จึงมองไปยังชายชุดดำ “คนผู้นี้คือผู้ใดกัน?
จ้านจุนส่ายศีรษะ “ข้าไม่รู้เหมือนกัน!”
ทันใดนั้น บุรุษในชุดดำเดินไปข้างหน้าเยี่ยฉวนและคนอื่นๆ แล้วมองไปที่เยี่ยฉวน “ผู้ฝึกกระบี่หรือ?”
เยี่ยฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้ด้วยว่าเขาเป็นผู้ฝึกกระบี่!
ชายชุดดำกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง ในตอนนั้นเองที่หันศีรษะมองดูผืนฟ้าอันไกลโพ้น ไม่นานคิ้วทั้งคู่ขมวดขึ้น สักพักจึงหันหลังเดินห่างออกไป
ข้างๆ นั้นเทียนซา ตี้ซาและนักรบภูติรีบรุดตามไป
ชายชุดดำหยุดกะทันหัน หันกลับมามองทั้งสามคน ต่อมายกเท้าขวาขึ้นแล้วค่อยๆ กระทืบลงพื้น
ตู้ม!
พื้นที่รอบตัวแตกแยกออกทันที พวกเขาถอยห่างออกไปราวๆ ร้อยจั้งในพริบตา
หลังจากหยุดลง มุมปากของจ้านจุนและชายหัวโล้นเอ่อล้นไปด้วยเลือดในทันที ทว่าเยี่ยฉวนยังสบายดี
ชายในชุดดำมองที่เยี่ยฉวนอย่างแปลกใจ “เจ้าน่าสนใจดีนี่”
จากนั้นหันหลังกลับหายตัวไปไม่ไกล
รีบร้อนอะไรอย่างนั้นน่ะ!
ยามที่มองไปยังทิศทางที่ผู้คนเหล่านั้นหายตัวไป สีหน้าของเยี่ยฉวนจริงจังขึ้นมา ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงพลังแห่งสุญญากาศของบุรุษผู้นี้ ทว่าชายผู้นั้นเร็วมากจนไม่มีเวลาใช้กฎเต๋าอวกาศ จนพื้นที่รอบๆ ตัวแตกสลายไปหมดแล้ว
ทว่านี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือชายผู้นั้นทำลายสุญญากาศได้อย่างง่ายดาย!
ไม่เพียงแค่เร็วเท่านั้น ทว่ายังทรงพลังอย่างมากอีกด้วย!
ในยามนี้จ้านจุนที่อยู่ข้างๆ เยี่ยฉวน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำว่า “อัจฉริยะอีกคนที่ปรากฏตัวในสำนักแมวดำ ความแข็งแกร่งของบุคคลนี้เหนือกว่าเทียนซากับตี้ซาอย่างเห็นได้ชัด ไม่แน่อาจจะเป็นโม่เยี่ยในตำนานผู้นั้น!”
ชายหัวล้านพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “อย่างไรก็ตาม เราต้องกลับไปบอกเจ้าอ้วนถัง นี่ไม่ใช่เรื่องปกติที่สำนักแมวดำจะนิ่งเงียบ”
หลังจากนั้นหันหลังกลับเดินจากไป
จ้านจุนมองไปที่เยี่ยฉวน “ไปกันเถิด!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า
ระหว่างทาง จิตใจของเยี่ยฉวนหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ในอก ก่อนหน้านั้นชายหนุ่มคิดว่าคู่ต่อสู้ของตนคงเป็นชนรุ่นเก่า โดยพื้นฐานแล้วไม่มีใครในหมู่ชนรุ่นหลังเป็นคู่มือของเขาได้ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มาถึงกำแพงใหญ่จางเถี่ยน จึงพบว่าในหมู่รุ่นเยาว์มีผู้แข็งแกร่งจำนวนมาก……มากเกินไป เช่นเดียวกับบุรุษชุดดำ ชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ไหมนี่สิ
ทว่าไม่ได้สิ้นหวังแต่อย่างใด!
มีเพียงจิตวิญญาณการต่อสู้เท่านั้น!
จิตวิญญาณการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด!
เยี่ยฉวนไม่อยากเป็นผู้ไร้เทียมทานในหมู่ชนรุ่นหลัง ทว่าต้องไม่พ่ายแพ้!
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขากลับไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน จ้านจุนแยกย้ายจากไปทันที ชายหัวล้านกับเยี่ยฉวนกลับไปที่บ้านหิน ในบ้านหิน ชายหัวล้านนั่งลงบนพื้นแล้วเริ่มฟื้นฟูตนเอง
เยี่ยฉวนไม่อยากรบกวนเขา ทว่าในไม่ช้ากลับพบปัญหา เมื่อชายหัวล้านหายดี เขาใช้ศิลาจิตวิญญาณทั่วไปแทนเพชรน้ำค้างสีม่วง!
เยี่ยฉวนถาม “เหตุใดไม่ใช้เพชรน้ำค้างสีม่วงเล่า?”
ชายหัวล้านเหลือบมองเยี่ยฉวน “ข้าไม่มีนี่!”
เยี่ยฉวนงอนิ้วพร้อมชี้ แหวนสัมภาระปรากฏขึ้นต่อหน้าชายหัวโล้น ชายหัวโล้นเหลือบไปมอง ในนั้นมีเพชรน้ำค้างสีม่วงแสนก้อนอยู่
ชายหัวล้านส่ายศีรษะ “ข้ารู้ เจ้าเพิ่งมาที่นี่ มีติดตัวอยู่บ้างบางส่วน ทว่าคงถูกใช้ในไม่ช้านี้ เพราะอีกไม่นานเจ้าจะพบว่ามีสถานที่ต้องใช้เพชรน้ำค้างสีม่วงอย่างมากเลยล่ะ ฉะนั้นเก็บไว้เถิด”
เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าใช้มันไปก่อน ข้าจะหาทางแก้ไขหากมีไม่เพียงพอเอง!”
ชายหัวล้านยังคงต้องการที่จะปฏิเสธ ทว่าอยู่ๆ เยี่ยฉวนพูดขึ้นว่า “สหาย หากคิดว่าข้าสมควรเป็นเพื่อนกับเจ้าล่ะก็……ยอมรับซะ!”
ชายหัวล้านเหลือบมองที่เยี่ยฉวน เกิดความลังเลขึ้นแล้วเก็บแหวนสัมภาระไป
เพชรน้ำค้างสีม่วงแสนก้อนสามารถแก้ปัญหาความต้องการอันเร่งด่วนได้ในตอนนี้! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ บัดนี้ที่เบี้ยถูกระงับไว้โดยท่านไป่ ดังนั้นเพชรน้ำค้างสีม่วงแสนก้อนนี้จึงมีความสำคัญต่อเขามาก!
ชายหัวโล้นเริ่มดูดซับพลังพลางเหลือบมองเยี่ยฉวน “ที่นี่มีคนสองคนที่เจ้าไม่อาจคุกคามได้ คนแรกคือท่านไป่ คนที่สองคือเจ้าอ้วนถัง เราจะพบพวกเขาในภายหลัง……เข้าใจหรือไม่?”
เยี่ยฉวนกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่หรือ?”
ชายหัวล้านส่ายศีรษะ “มีไม่มาก ทว่าคนที่นี่หยิ่งผยองนัก เจ้ารู้ว่าข้าจะสื่ออันใดใช่หรือไม่?”
เยี่ยฉวนพยักหน้า ตนเข้าใจดีว่าที่นี่มีอัจฉริยภาพชั้นแนวหน้าที่หยิ่งทะนงมาก!
ในขณะนี้จ้านจุนเข้ามาพลางเหลือบตามองเยี่ยฉวนแล้วพูดว่า “เจ้าอ้วนถังต้องการพบท่าน!”
ชายหัวล้านขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานจึงลุกขึ้น “ไปกันเถิด!”
เยี่ยฉวนพยักหน้าแล้วก้าวตามไป
หลังจากนั้นไม่นานเยี่ยฉวน จ้านจุนและชายหัวโล้นมาถึงบ้านหิน บ้านหินหลังนี้ใหญ่มาก ใหญ่กว่าบ้านหินของจ้านจุนหลายเท่าเสียอีก
หลังจากเข้าไปในบ้านหินแล้ว กลิ่นของเนื้อโชยมา
ในบ้านหินมีคนอยู่เจ็ดคน บุรุษห้า สตรีสอง ผู้นำเป็นคนอ้วนรูปร่างใหญ่โต
เยี่ยฉวนรู้ว่าคนผู้นี้เป็นเจ้าอ้วนถังแน่นอน
เจ้าอ้วนถังนั่งอยู่บนพื้นกำลังกินขาแกะ ปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน ไม่นึกใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองมากนัก คนที่นั่งอยู่รอบๆ ต่างพากันโซ้ยเนื้อแกะเข้าปาก
จ้านจุนเดินเข้าไป “พี่ถัง เหล่าพี่น้องของข้ามาแล้ว!”
เจ้าอ้วนถังไม่สนใจจ้านจุน ยังคงกินขาแกะในมือต่อไป
จ้านจุนอับอายเล็กน้อย ใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วมองไปที่เยี่ยฉวนกับชายหัวล้าน “โปรดรอสักครู่!”
ชายหัวล้านพยักหน้า ทว่าเยี่ยฉวนไม่ได้กล่าวอันใด
ด้วยเหตุนี้ภายใต้สายตาของคนทั้งสาม เจ้าอ้วนถังที่กินจนเสร็จ ทว่ากลับเอาขาแกะอีกข้างออกมาแล้วเริ่มกินต่อ
เมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าของจ้านจุนและชายหัวโล้นต่างหมองหม่นลง ทว่าไม่มีผู้ใดเอ่ยสิ่งใด
ในเวลานี้เองเยี่ยฉวนเดินไปข้างหน้า จ้านจุนรีบคว้าตัวชายหนุ่มเอาไว้ แล้วมองไปที่เยี่ยฉวนพลางส่ายศีรษะ
เยี่ยฉวนยิ้มเล็กน้อย “ไม่มีทางเสียหรอก โทสะของข้านั้นยากจะกักเก็บ!”
หลังจากนั้น กระบี่ที่อยู่ในฝักปรากฏขึ้นในมือซ้ายชายหนุ่ม ดึงกระบี่ออกไปข้างหน้าแล้วฟันลงไป
ตู้ม!
บ้านหินทั้งหลังพังทลายลง!



