บทที่ 795 ข้ารับคำท้า! (ปลาย)
ชายสวมชุดคลุมสีเขียวมองเขม็งมายังเยี่ยฉวน ขณะที่ทำท่าขยับจะพูดอะไรบางอย่าง พลันสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับเอี้ยวตัวเบี่ยงไปอีกทางอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนจะช้าไปเล็กน้อย……บังเกิดลำแสงกระบี่พุ่งทะลุเข้าตรงหัวไหล่พอดี
และแล้ว……แขนข้างขวาก็ขาดสะบั้นไปทันที ทว่าปราศจากโลหิตให้เห็น ยิ่งกว่านั้น แขนที่เพิ่งขาดหลุดร่วงหล่นยังมิทันถึงพื้นด้วยซ้ำ พลันที่บริเวณหัวไหล่ปรากฏแขนงอกขึ้นมาใหม่!
เมื่อเห็นภาพปรากฏต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ จ้านจุนรวมทั้งคนอื่นต่างตกตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน!
เป็นอมตะงั้นหรือ?
เยี่ยฉวนเห็นเหตุการณ์ชัดเจนถึงกับนิ่งอึ้ง ชายคนนี้น่ากลัวจริงๆ
พลันมีเสียงคนตรงข้ามพูดมาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ย “แน่จริงก็เข้ามาอีก!”
หลังจากพูดเสร็จ จึงเผยฝ่ามือออกไปพลันบังเกิดเปลวเพลิงแลบเลียขึ้นตรงกลางฝ่ามือข้างนั้น เปลวไฟสีขาวดูน่าพิศวงยิ่งนัก!
ขณะที่เปลวเพลิงลุกโชน อุณหภูมิโดยรอบเริ่มถีบตัวสูงขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นบริเวณโดยรอบบังเกิดจุดติดเปลวไฟขึ้นได้เอง
ชายสวมชุดเขียวมองตรงมายังเยี่ยฉวนสีหน้าเรียบนิ่ง “นี่คือเปลวไฟดวงวิญญาณของคนตาย สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่หกแห่งทำเนียบสิ่งมหัศจรรย์ อยากรู้ก็ลองดู……แล้วจะเห็นว่ากระบี่ของเจ้าทำลายมันได้หรือไม่อย่างไรล่ะ”
ว่าแล้วคนพูดประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน พลันเปลวไฟที่แลบเลียแปรสภาพกลายเป็นกระบี่เพลิง จากนั้นปรากฏเปลวไฟพุ่งเข้าใส่ร่างของเยี่ยฉวน!
ช่องอากาศที่ว่างเปล่าซึ่งกระบี่เพลิงพุ่งผ่าน จุดติดเปลวไฟเผาผลาญอย่างรวดเร็ว!
เมื่อเห็นเช่นนั้น จ้านจุนรวมทั้งคนอื่นรีบหันไปมองทางเยี่ยฉวน แววตาทุกคู่มีร่องรอยวิตกกังวลปรากฏให้เห็นเด่นชัด!
ขณะที่ฟากฝั่งของชายหนุ่ม เยี่ยฉวนเผยฝ่ามือออกไปข้างหน้า พลันกระบี่เล่มหนึ่งปรากฏสู่สายตา
กระบี่เจิ้นหุน!
ชายหนุ่มคว้ากระบี่ขึ้นถือพร้อมตวัดฟาดออกไป
เมื่อคมกระบี่ทั้งสองปะทะกัน พริบตาถัดมากระบี่เพลิงของฝ่ายตรงข้ามเกิดการสั่นสะท้านรุนแรง ทันใดนั้นเจ้ากระบี่เพลิงกระเด็นกระดอนห่างไป ขณะที่สีหน้าของอีกคนเปลี่ยนวูบไป ถอยหลังกรูดอย่างต่อเนื่องกว่าสามร้อยจั้งในคราวเดียว!
คนตรงข้ามจับจ้องมองมายังกระบี่ของเยี่ยฉวน “นี่มันอะไรกัน!”
จ้านจุนรวมทั้งคนอื่นต่างงุนงงสงสัยเช่นกัน!
เยี่ยฉวนนิ่งงัน ความรู้สึกหนักอึ้งถาโถมเข้าสู่จิตใจ
ณ ขณะนี้ตนพยามใช้กระบี่เจิ้นหุนเพื่อแยกดวงวิญญาณของคนผู้นั้น! อย่างไรก็ตามเขาพลาดไป!
‘ผิดพลาด!’
ชายหนุ่มอดรนทนไม่ได้ รีบส่งเสียงถามในจิตว่า ‘อาหุน เหตุใดจึงไม่ได้ผล?’
เงียบงันไปชั่วขณะ เสียงเจ้าหุนตอบว่า “นายท่าน ชายคนนี้มีสภาพทางกายพิเศษ ทั้งดวงวิญญาณและกายเนื้อมีความประหลาดนัก ข้าไม่สามารถแยกดวงวิญญาณของมันออกมาได้!”
‘สภาพกายพิเศษ!’
เยี่ยฉวนนิ่วหน้าขณะถามไปว่า “มันเป็นอย่างไร?”
เจ้าหุนตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ในโลกนี้มีคนจำนวนมากที่ฉวยความได้เปรียบจากสิ่งที่พิเศษผิดธรรมดา คนพวกนี้มีสภาพกายพิเศษ ไหนจะลักษณะที่โดดเด่นเป็นพิเศษอีกหลายอย่าง คนตรงหน้ามีสภาพกายพิเศษ แต่ไม่รู้ว่ากายาของมันเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่สามารถแยกดวงวิญญาณออกจากกายเนื้อของเขาได้ นายท่านระวังตัวด้วย!”
สภาพกายพิเศษ!
เยี่ยฉวนเหลือบตามองชายสวมชุดคลุมสีเขียวที่ยืนอยู่ไม่ห่างเท่าใด ขณะที่คนผู้นั้นกำลังมองมาที่ตนด้วยเช่นกัน ในแววตาของคนที่มองตรงมาแฝงรอยหวาดกลัวแวบวาบ
สายตาจ้องเขม็งมายังเยี่ยฉวน “กระบี่ที่เจ้าใช้เป็นกระบี่อะไร?”
คนถูกถามบิดมุมปากยิ้ม “กระบี่ปลิดชีพ!”
จากนั้นเยี่ยฉวนหายวับไปทันที เพียงชั่วขณะ จอประสาทตาของอีกฝ่ายหดแคบลงเล็กน้อย ทันใดนั้นชายคนดังกล่าวใช้ฝ่ามือข้างขวาตบลงบนพื้นอย่างแรง!
ตูม!
พื้นพสุธาใต้ฝ่าเท้าปริแตกอย่างรวดเร็ว ชายสวมชุดคลุมเขียวกระโจนพรวดออกไปข้างหน้า ใช้หมัดฟาดใส่เยี่ยฉวน ประดุจคลื่นยักษ์โถมกระแทกตลิ่งก็ปาน ช่องอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าชายหนุ่มแหลกกระจายทันที ในเวลาเดียวกัน พลังอำนาจแห่งหมัดพสุธาพินาศพุ่งวาบเข้าสกัดทำให้ชายหนุ่มต้องยั้งหยุดอยู่กับที่
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกระบี่ของเยี่ยฉวน ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวเลือกต้านกลับแบบปะทะซึ่งหน้า
ขณะนั้นเองเยี่ยฉวนเสือกกระบี่แทงเข้ามา ชายตรงข้ามจึงพุ่งหมัดของเขาออกไป
ตูม!
ภาพที่ปรากฏบังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นปานฟ้าผ่า ส่งให้ทั้งสองถูกพลังผลักดันถอยกรูดไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เยี่ยฉวนกำลังผงะถอยห่างไปพลันคลื่นพลังแสงแห่งกระบี่พุ่งวาบเข้าใส่ชายสวมชุดคลุมยาว!
คนตรงหน้าไม่ทันสังเกตเห็นแสงกระบี่ทว่าสัมผัสได้!
ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวพลันยกท่อนแขนขึ้นกันพร้อมผลักหมัดสวนออกไปอย่างรัวเร็ว
ตูม!
แสงแห่งกระบี่ถูกทุบจนบังเกิดเสียงดังสนั่น ร่างของชายสวมชุดคลุมเขียวโดนพลังปะทะอย่างจัง หงายเงิบห่างไกลไปกว่าสามร้อยจั้ง ตามท่อนแขนปรากฏรอยกระบี่ทั่วไป! ทว่ารอยเหล่านั้นกลับเลือนหายไปจนแขนกลับคืนสู่สภาพปกติ!
เมื่อประจักษ์แก่สายตาต่อภาพตรงหน้า สีหน้าของเยี่ยฉวนมัวหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ‘เจ้านั่นเป็นอมตะ……งั้นหรือ?’
ฝ่ายจ้านจุนและคนอื่นๆ ที่อยู่อีกทางต่างพากันตกตะลึงไปเช่นกัน ชายสวมชุดเขียวคนนั้นช่างน่ากลัวเหลือร้ายนัก!
คนสวมชุดเขียวจ้องมองตรงมายังเยี่ยฉวน ขณะยื่นมือขวาออกไปพลันบนฝ่ามือปรากฏกระบี่แบนกว้างเล่มยาว กลั่นตัวออกสู่สายตา
คนที่จับจ้องมองดูภาพที่เห็น เทียนซาและตี้ซาซึ่งยืนถัดไปไม่ไกลนักต่างหันไปสบตากัน แววตาของทั้งสองเห็นแจ่มชัดมันทั้งอึ้งปนทึ่งกันไปเลยทีเดียว
เป็นที่รู้กันว่า นานๆ ทีที่ชายคนเบื้องหน้าจะใช้กระบี่แบนกว้างสักครั้ง!
ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวฉวยด้ามกระบี่ ตวัดควงข้อมือเบาๆ ทันใดนั้นบังเกิดเสียงกรีดก้องดังไปทั่ว เป็นเสียงของอากาศที่โดนคมจนฉีกขาด!
ครู่ต่อมา ชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียวดีดตัวทะยานขึ้นสู่อากาศ จากนั้นสารพัดพลังมากมายเหลือคณาทั้ง ลม ชี่ ไฟ ฟ้าผ่า แสง สุญญากาศ ปฐพี จิตวิญญาณ ดวงวิญญาณ และแม้กระทั่งความมืด หลอมรวมเข้าสู่มือของชายคนนั้นเป็นหนึ่งเดียว
ทันใดนั้นช่องอากาศที่ว่างเปล่าเกิดแรงสั่นสะเทือนกินอาณาบริเวณกว้างนับหลายพันลี้ทันที ขณะเดียวกัน บังเกิดรอยแผ่นดินแยกแตกร้าวเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
ชายสวมชุดเขียวส่งเสียงหัวเราะดังสนั่นกลางอากาศแล้วเหลือบมองลงมายังคนที่อยู่เบื้องล่าง “เยี่ยฉวน ดูสิว่าเจ้าจะกล้ายืนหยัดต้านพลังปะทะของข้าหรือไม่?”
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองขึ้นไปยังคนพูด ขณะที่เสียงภายในจิตใจร้องขึ้นว่า ‘ถอยกลับ!’
เสียงของท่านไป่!
ถอยงั้นหรือ?
เยี่ยฉงนชะงักงันด้วยตกตะลึงจนพูดไม่ออก สัญชาตญาณบอกกับตนว่าไม่อาจยืนหยัดต้านพลังปะทะของชายคนนั้นได้แน่
ดีไม่ดีจะถูกฆ่าตายเสียได้!
การล่าถอยหมายถึงความเป็นไปได้อย่างอเนกอนันต์!
ทว่าถ้าไม่ถอย……อาจเป็นฝ่ายถูกฆ่าตาย!
ทั่วทั้งบริเวณเงียบเสียงไปโดยฉับพลันทันใด!
ครู่ต่อมาเยี่ยฉวนเอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยข้าคงหนีไปแล้ว! แต่นี่ไม่อาจยอมอับอายขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลเป็นอันขาด!”
ว่าแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังชายสวมชุดคลุมยาวสีเขียว “ข้าขอรับคำท้าของเจ้า!”
บรรยากาศรอบด้านแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน



