Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 806

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 806 : รนหาที่ตาย!

C

หลังจากที่เยี่ยฉวนพร้อมกับพรรคพวกอีกสองข้ามที่ราบอันกว้างขวางมาได้ จึงพบเข้ากับหุบเขาขนาดใหญ่ ปากทางมีภูเขาสูงสองลูกทอดยาวเหมือนประตูสองบาน ด้านหลังภูเขาสูงสองลูกปรากฏหออันงดงามที่มองเห็นได้รางๆ

เยี่ยฉวนมองที่หอนั่นแล้วเอ่ยเสียงเบา “สำนักแมวดำหรือ?”

จ้านจุนพยักหน้า “อย่างไรก็ตาม ที่นี่หาใช่ที่กบดาน ส่วนที่กบดานจริงๆ อยู่หนใด คงมีแต่เจ้าสำนักและผู้อื่นๆ เท่านั้นที่รู้”

บุรุษหัวโล้นกล่าวเบาๆ “ถึงจะเป็นศัตรู ทว่าต้องยอมรับว่าสำนักนี้น่าชื่นชมเสียจริง เหตุเพราะตั้งแต่ข้ามาที่นี่ ยังไม่เคยพบว่ามีผู้ใดในสำนักนี้ที่กลัวตายเลยสักคน”

เยี่ยฉวนหัวเราะ “ไปกันเถิด!”

ในไม่ช้า ทั้งสามมาถึงใต้หุบเขา

ระหว่างทาง เยี่ยฉวนรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองด้วยพลังจิตตรวจตราหลายครั้ง ทว่าไม่มีผู้ใดออกมาสกัดกั้นเลยสักคนเดียว!

ใต้หุบเขา เยี่ยฉวนมองไปไกลๆ แล้วยิ้มเล็กน้อย “ข้ากำลังมารนหาที่ตาย มีใครสนหรือไม่?!”

เสียงนั้นดังสะเทือนเลือนลั่นทั้งปฐพี

รนหาที่ตาย!

ข้างๆ ชายหนุ่ม ริมฝีปากของจ้านจุนกระตุกเล็กน้อย “พี่เยี่ย มันไม่หยิ่งผยองเกินไปหรือ?”

เยี่ยฉวนเอ่ยพร้อมสายตาจริงจัง “ข้าควรแสดงจุดยืนของตัวเองก่อน เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

จุดยืน!

จ้านจุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ฟังดูสมเหตุสมผล…”

ที่ยอดเขา ทันใดนั้นบุรุษผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้น ข้างๆ มีกิเลนสีดำตัวหนึ่ง

กิเลนอารมณ์ฉุนเฉียวเหลือบมองเยี่ยฉวนและคนอีกสองที่อยู่ด้านล่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธา กำลังพุ่งทะยานลงไป แต่ยามที่บุรุษผู้นั้นแตะศีรษะเบาๆ มันพลันต้องหมอบราบลง

บุรุษผู้นั้นยิ้มเล็กน้อย จากนั้นมองไปที่เยี่ยฉวนด้านล่างแล้วเอ่ยเบาๆ ว่า “ผู้ฝึกวิชากระบี่หรือ?”

ในเวลานี้ จั่วชิง เทียนซา และตี้ซาต่างเข้ามาที่ด้านหลังบุรุษผู้นั้นเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสตรีผมสั้นสีแดง ดวงตามืดมนเย็นชาราวกับคมมีด

จั่วชิงเอ่ยเสียงเบา “ข้าควรบุกก่อนหรือไม่?”

บุรุษผู้นั้นส่ายศีรษะ หันไปมองทางตรงข้าม ที่ยอดเขาอีกด้านปรากฏคนสามคน เป็นบุรุษสองสตรีหนึ่ง นำโดยบุรุษชุดดำที่รอบตัวรายล้อมไปด้วยลมปราณแปลกประหลาด

ข้างหลังบุรุษผู้นั้น สตรีผมสีแดงเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ข้าไม่ชอบคนแปลกประหลาดพวกนี้!”

เทียนซากล่าวว่า “ข้าก็ไม่ชอบพวกเขาเช่นกัน”

จั่วชิงส่ายศีรษะ เพียงแต่ยิ้มไม่กล่าวสิ่งใด

บุรุษผู้นั้นเอ่ยเสียงเบา “เช่นนั้น ปล่อยให้พวกเขาจัดการกับผู้ฝึกวิชากระบี่!”

สตรีผมแดงพ่นลมอย่างเฉยเมย “ผู้ฝึกวิชากระบี่ผู้นั้นมีสมบัติล้ำค่าอยู่กับตัว เหตุใดเราจึงปล่อยเขาให้กับพวกนั้น?”

บุรุษผู้นั้นเหลือบมองสตรีผมแดงและยิ้ม “อาเฟิง เจ้าคิดเห็นว่าสิ่งใดสำคัญกว่ากันหรือ? สมบัติล้ำค่าหรือเรื่องใหญ่ของทั้งสำนัก?”

สตรีนามว่าเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “พวกเราสำนักแมวดำไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนนอก!”

บุรุษผู้นั้นเอ่ยเบาๆ “ไม่ เราจำเป็น”

ทุกคนมองไปที่บุรุษผู้นั้น ก่อนบุรุษผู้นั้นจะเอ่ยเสียงเบาว่า “โลกนี้เท่านั้นที่รู้ว่าท่านผู้นำเว่ยหยางเทียนแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยานั้นไร้เทียมทาน ทว่าอันที่จริงแล้วในดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางยังมีอีกผู้หนึ่งที่เหนือชั้นเช่นกัน”

อาเฟิงถามว่า “ผู้ใดหรือ?”

บุรุษผู้นั้นเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านจิตรกร หากสำนักเราต้องการครอบครองดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางอย่างสมบูรณ์ เราจำต้องเอาชนะคนสองคน หนึ่งในนั้นคือผู้นำเว่ยหยาง ส่วนอีกคนคือคนผู้นี้!”

อาเฟิงกล่าวโดยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ “พวกเขาเพียงเกิดเร็วกว่า หากเราอยู่รุ่นราวคราวเดียวกันจะกลัวพวกเขาไปไยช?”

บุรุษผู้นั้นยิ้มแล้วกล่าวว่า “คำพูดของเจ้า… ใช่ว่าจะไม่สมเหตุสมผล!”

ในเวลานี้ อยู่ๆ จั่วชิงจึงเอ่ยว่า “พวกมันโจมตีเข้ามาแล้ว!”

ทุกคนมองลงมา ด้านล่างมีบุรุษผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหน้าเยี่ยฉวนพร้อมกับคนอีกสอง

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ผู้นำในชุดดำ ทว่าเป็นบุรุษอีกผู้หนึ่งที่มาพร้อมกับทวน

บุรุษถือทวนย่างกายไปยังเบื้องหน้าเยี่ยฉวนและพรรคพวก จ้านจุนกับบุรุษหัวโล้นจึงล่าถอยไป!

ทันใดนั้นบุรุษผู้นั้นเริ่มโจมตี ทวนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า มุ่งตรงไปที่หว่างคิ้วของชายหนุ่ม!

ทวนที่อยู่ห่างจากเยี่ยฉวนเพียงไม่ถึงจั้ง ชายหนุ่มหันขวับแล้วกระโดดหนีไปข้างหน้าพลันชักกระบี่ออกมาฟาดฟัน

ครืน!

เสียงกระบี่กรีดร้องดังสนั่นกัมปนาท

กระบี่ถูกฟาดฟันออกไป บุรุษผู้ถือทวนกระโดดหลบออกไปด้วยปลายเท้าแล้วลอยตัวถอยไปด้านหลัง เยี่ยฉวนฟันพลาดไป! ในตอนนั้นเอง บุรุษถือทวนพุ่งกระโจนไปข้างหน้าพร้อมยกทวนในมือขึ้นฟาด ความเร็วนี้เร็วมาก! เร็วจนมาอยู่เหนือศีรษะของเยี่ยฉวนในทันใด!

เยี่ยฉวนเคลื่อนตัวไปด้านข้าง ส่งให้ทวนของบุรุษผู้นั้นเล็งเป้าพลาดไป ทว่าไม่นาน เขาโบกมือขวาแล้วเบี่ยงทวนไปทางเยี่ยฉวนอีกครั้ง

ทว่าเยี่ยฉวนยกกระบี่ขึ้นขวางการโจมตีนี้

ตู้ม!

ทวนพุ่งเข้าใส่อย่างจัง จนชายหนุ่มล่าถอยไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว ในตอนที่บุรุษผู้นั้นจะฉวยโอกาสโจมตีอีกรอบ ทว่าสีหน้าต้องเปลี่ยนไปในทันใด ด้วยสัญชาตญาณอันแรงกล้าจึงยกทวนขึ้น ส่งให้……

ตู้ม!

เกิดเสียงระเบิดดังกังวาน บุรุษผู้นั้นจึงถลาถอยกลับอย่างรวดเร็ว!

ทว่าเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยามที่เยี่ยฉวนปรากฏกายต่อหน้า ชายหนุ่มเหวี่ยงกระบี่ออกฟาดฟันไม่หยุดยั้ง

รูม่านตาของบุรุษผู้นั้นหดแคบลง เขาจึงใช้ทวนในมือขวาปักพื้นอย่างรุนแรง

ตู้ม!

แผ่นดินสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ต่อมาทวนอันทรงพลังพวยพุ่งจากพื้นดินขึ้นสู่ห้วงอากาศ แล้วเข้าห้อมล้อมเยี่ยฉวนไว้ ชายผู้นั้นยกเท้าขวาพลางเตะไปข้างหลังแล้วเหวี่ยงทวนฟาดฟันออกไป!

ฟึบ!

พื้นที่ทั่วบริเวณที่ปลายทวนเคลื่อนผ่านต่างแยกฉีกออกจากกันทันที!

ครั้งนี้ เยี่ยฉวนไม่ปฏิเสธการโจมตีนี้ เมื่อทวนมาถึงเบื้องหน้า ชายหนุ่มจึงส่งกระบี่ในมือเข้าสู้

ทั้งคู่ดูคล้ายกับสำนวนที่ว่า ‘เพชรตัดเพชร’ *[1]! อย่างไรอย่างนั้น

ปลายทวนปะทะกับคมกระบี่

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่น ทั้งสองล่าถอยอย่างรุนแรง ทว่าในเวลาต่อมา ต่างพุ่งกายเข้าหากันอีกครั้ง

ที่ยอดเขา บุรุษข้างๆ จั่วชิงเอ่ยเสียงเบา “เขากำลังประลองฝีมือฝึกซ้อม!”

จั่วชิงพยักหน้า “เจ้าคิดอย่างไรกับเขา?”

บุรุษผู้นั้นยิ้มก่อนเอ่ยว่า “ข้ายังไม่เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเลย ไม่อาจแสดงความเห็นใดๆ ได้!”

เมื่อกล่าวเช่นนั้น จึงมองไปที่จั่วชิง “เจ้าเคยประมือกับเขามาก่อนนี่ รู้สึกอย่างไรเล่า?”

จั่วชิงเงียบงันไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวขึ้น “กระบี่เขาเร็วยิ่งนัก”

บุรุษผู้นั้นหัวเราะ “ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกหรือ?”

จั่วชิงเยาะเย้ย “เพียงแค่นั้นนับว่าเพียงพอแล้ว”

บุรุษพยักหน้าเล็กน้อย “ดูเข้าใจได้”

เมื่อเอ่ยเช่นนั้น เขามองไปยังเยี่ยฉวนที่อยู่ด้านล่างแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “อันที่จริงข้าปรารถนาจะพบกับสตรีที่อ้างว่าไร้เทียมทานในหมู่คนระดับเดียวกันมากกว่า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สายตาของเทียนซาที่อยู่ข้างๆ เปลี่ยนไปในทันใด

บุรุษผู้นั้นกล่าวว่า “เทียนซา ทั้งจั่วชิง อาเฟิง และข้าต่างฝึกวิชาอยู่ข้างนอก มีเพียงเจ้าที่พบนาง นางเป็นคนอย่างไรกันแน่หรือ?”

เทียนซาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “นางเป็นคนที่น่าหวาดเกรงนัก!”

บุรุษผู้นั้นหัวเราะเยาะ “ช่างน่าเสียดายเสียจริง”

เทียนซาส่ายศีรษะ ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

ในไม่ช้ามีเสียงระเบิดดังมาจากด้านล่าง การต่อสู้ระหว่างเยี่ยฉวนกับบุรุษผู้ใช้ทวนดุเดือดดุจไฟที่โหมกระหน่ำ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้ว ทั้งสองต่างอยู่ในระดับที่สูสี

ตู้ม!

บัดนั้น เยี่ยฉวนกับบุรุษผู้ใช้ทวนต่างผละแยกออกจากกัน

หลังจากที่บุรุษผู้ใช้ทวนหยุดลง จึงเบนสายตาไปมองเยี่ยฉวนที่อยู่ไม่ไกลนักด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้ากำลังปฏิบัติกับข้าราวกับเป็นสิ่งที่ให้เจ้ายกระดับตัวเองได้อย่างไรอย่างนั้น!”

เยี่ยฉวนกล่าวว่า “เจ้าถือเรื่องนี้หรือ?”

บุรุษผู้ใช้ทวนจับจ้องเยี่ยฉวน “แน่สิ! ข้าถือ!”

หลังจากนั้น ทวนในมือสั่นไหวรุนแรง ราวกับว่ากำลังจะใช้ท่าไม้ตาย จู่ๆ ลำแสงกระบี่ที่แทบจะจับสัมผัสไม่ได้ บังเกิดแสงส่องประกายไปทั่วทุกหย่อมที่จะสาดถึง

เมื่อเห็นเช่นนี้ แววตาของบุรุษผู้ใช้ทวนเปลี่ยนไปในบัดดล เขารีบหยุดแล้วยกทวนขึ้นขวางหน้าเพื่อสกัดกั้น!

ตู้ม!

บุรุษผู้ใช้ทวนถดถอยไปกว่าเก้าจั้ง ทว่ายังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อเยี่ยฉวนปรากฏกายต่อหน้าคว้ากระบี่ขึ้นชักออกอย่างดุเดือดพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป ในระหว่างที่คิดจะโต้กลับนั้น ปรากฏลำแสงของกระบี่เจาะทะลวงลงหว่างคิ้วตนอย่างเงียบๆ

ฟึบ!

ร่างของบุรุษผู้นั้นแข็งทื่อ ตนพบว่าเยี่ยฉวนไม่ได้ชักกระบี่ออกมาเลย……

บัดนั้นเองที่เขารู้ว่าการชักกระบี่เป็นการหลอกลวง ทว่ากระบี่บินสิของจริง!

เยี่ยฉวนคว้าแหวนสัมภาระที่นิ้วของบุรุษผู้นั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมอง “มีผู้ใดอีกหรือไม่?”

ที่ยอดภูเขา บุรุษข้างจั่วชิงยิ้ม “น่าสนใจดีนี่!”

จั่วชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “กระบี่เจ้านั่นเร็วกว่าเดิม!”

ข้างหลังสองคนนั้น สตรีนามว่าเฟิงเอ่ยขึ้นมาทันทีว่า “ข้าไปเอง!”

หลังจากกล่าวนางทำท่าจะลงไป ทว่าบุรุษผู้นั้นหยุดนางไว้

อาเฟิงมองไปที่บุรุษผู้นั้น “โม่เยี่ย ข้าไม่อนุญาตให้คนจากดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางมาจองหองต่อหน้าหรอกนะ”

โม่เยี่ยเอ่ยเบาๆ “ถอยไปเสีย!”

สตรีนามเฟิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาแล้วหันหลังกลับ

จั่วชิงส่ายศีรษะยกยิ้มแล้วเอ่ย “นางช่างหุนหันยิ่งนัก”

โม่เยี่ยมองออกไปฝั่งตรงข้าม ที่ด้านบนของภูเขา บุรุษในชุดดำและสตรีที่อยู่ข้างหลังยังคงนิ่งเงียบ

โม่เยี่ยยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่หน่านหลี่ หากพี่ไม่โจมตีเขา แล้วปล่อยสำนักแมวดำของเราจัดการ ของที่เป็นของเขาจะกลายเป็นของเรา!”

ฝั่งตรงข้ามนั้น บุรุษชุดดำจ้องมองโม่เยี่ย ไม่กล่าวสิ่งใด หลังจากนั้นไม่นานเขาหายตัวไป เมื่อปรากฏกายขึ้นอีกครั้งก็อยู่ต่อหน้าเยี่ยฉวนเสียแล้ว

เมื่อเห็นบุรุษชุดดำ เยี่ยฉวนประหลาดใจปนตื่นตัวอยู่ในอก

บุรุษชุดดำเอ่ยด้วยเสียงต่ำ “ขอดูหน่อยสิว่า กระบี่เจ้าจะเร็วเพียงใดกัน!”

หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาได้หายตัวไป

ฟึบ!

บังเกิดเสียงฉีกขาดดังขึ้นในยามนี้

กายาทลายสุญญากาศ!

ด้านหน้าเยี่ยฉวน สุญญากาศแตกร้าว ช่างน่าเกรงกลัวยิ่งนัก!

เหล่ายอดฝีมือ!

ผู้ชำนาญจะพิสูจน์ความแข็งแกร่ง!

เมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษในชุดดำ เยี่ยฉวนไม่กล้าดูถูกดูแคลนอีกฝ่ายแต่อย่างใด ชายหนุ่มยกเท้าขวาขึ้นกระทืบอย่างรุนแรง แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นกระบี่แห่งแสง รีบพุ่งทะยานออกไป

ตู้ม!

ปรากฏเสียงดังขึ้นไม่ขาดสาย

เงาดำบินถอยกลับไปทันที!

เป็นเยี่ยฉวนนั่นเอง!

เยี่ยฉวนถอยห่างออกไปหลายร้อยจั้งทันที แต่ชายหนุ่มไม่หยุดเพียงเท่านั้น เมื่อบุรุษชุดดำปรากฏตัวต่อหน้าอีกครั้ง จึงจ้วงแทงด้วยกระบี่ ทว่าบุรุษชุดดำไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้กระบี่ฟาดฟันเข้าที่ศีรษะ

ตู้ม!

กระบี่สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง บุรุษชุดดำกลับไม่เป็นอันใดเลย ยิ่งกว่านั้นยังส่งหมัดกระแทกเข้าที่หน้าท้องชายหนุ่ม

เปรี้ยง!

เยี่ยฉวนกระเด็นถลาออกไปทันที!

ด้านล่าง บุรุษชุดดำกำมือขวาแน่นแล้วโจมตีขึ้นไปในอากาศพุ่งตรงไปทางเยี่ยฉวน “สุญญากาศ จงสลาย!”

พร้อมกับเหวี่ยงหมัดออกไป!

พื้นที่โดยรอบแตกร้าวในทันที

ตู้ม!

ร่างเยี่ยฉวนกระเด็นห่างออกไปหลายจั้ง!

ทันทีที่ล้มลงบนพื้น บุรุษในชุดคลุมสีดำที่อยู่ไกลออกไปกระโดดขึ้นสูงถึงหลายร้อยจั้งกลางอากาศ มือขวาพลันกางออก จนพื้นที่กว่าหกสิบลี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

กลางอากาศ ดวงตาของบุรุษชุดดำค่อยๆ ปิดลง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จึงส่งแรงกระแทกลงไปข้างล่าง

ตู้ม!

ปฐพีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สุญญากาศโดยรอบในระยะหกสิบลี้แตกแยกออกราวกับใยแมงมุม!

ในเวลาเดียวกัน อำนาจอันทรงพลังตกลงมาจากฟากฟ้าพุ่งตรงไปยังเยี่ยฉวน!

ทรงพลัง……ทรงพลังจนทำลายล้างโลกได้ทั้งใบ!

ด้านล่าง เยี่ยฉวนสูดหายใจเข้าลึกๆ สองมือกำกระบี่ แล้วชักออกจากฝักฟาดฟันออกไปด้านบน!

ในขณะที่ชายหนุ่มชักกระบี่ฟาดฟันขึ้นไป ดวงวิญญาณพลันแยกออกจากร่าง ส่งให้ดวงวิญญาณพุ่งฟันออกไปเช่นกัน…

แปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

เพราะในตอนนี้ร่างและดวงวิญญาณของเยี่ยฉวนกำลังพุ่งจู่โจมออกไปทั้งคู่!

เมื่อเห็นสิ่งนี้ โม่เยี่ยและคนอื่นๆ ที่อยู่บนยอดเขาต่างพากันขมวดคิ้วทันที

…………….

[1] คนเก่งต่อสู้กับคนเก่ง หรือคนที่มีสติปัญญาและความสามารถพอๆ กันสู้กัน

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!