Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 812

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 812 : การต่อสู้!

C

ทันทีที่เยี่ยฉวนพูดจบ สุนัขอสูรพุ่งตรงไปยังเจ้าสำนักเขตนักบุญทันที

ที่ด้านหลังเจ้าสุนัขอสูรเยี่ยฉวนจับกระบี่พาดเอวด้วยมือขวาไว้มั่นพร้อมมุ่งไป

เมื่อเห็นสุนัขอสูรกับเยี่ยฉวนพุ่งเข้ามา สายตาของเจ้าสำนักเขตนักบุญค่อยๆ เย็นลง เขายกมือขวาขึ้นเล็กน้อย ในตอนนั้นเองที่สุญญากาศตรงหน้าก่อเกิดขึ้นแล้วตกลงมาคล้ายคลื่น พลังสุญญากาศอันทรงพลังยังคงเคลื่อนเข้าหาสุนัขอสูรและเยี่ยฉวนไม่หยุด

เจ้าสุนัขอสูรกับชายหนุ่มขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น

ในไม่ช้า เยี่ยฉวนกระโดดขึ้นชักกระบี่แล้ววาดฟันลงไป!

สุนัขอสูรรีบวิ่งไปข้างหน้า มันกระแทกสุญญากาศเบื้องหน้าชายหนุ่มจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที เยี่ยฉวนประสบผลสำเร็จในเข้าประชิดตัวเจ้าสำนักเขตนักบุญพร้อมกับชักกระบี่ออกมา!

ฟึบ!

ทันใดนั้น เสียงร่ำร้องของกระบี่ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า!

เจ้าสำนักเขตนักบุญส่งสายตาเย็นชาไปที่เยี่ยฉวน แล้วกำมือขวาช้าๆ ออกหมัดชกไปข้างหน้า ในเวลาเดียวกัน ลำแสงของกระบี่ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบๆ……

ปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆ!

เมื่อเห็นเช่นนี้ สีหน้าเจ้าสำนักเขตนักบุญเปลี่ยนไปทันที เขายกหมัดขึ้นเหนือศีรษะป้องกันแทนการโจมตี

ตู้ม!

ลำแสงของกระบี่ทะลวงหมัดเจ้าสำนักเขตนักบุญเข้าทันท่วงทีจนต้องร่นถอยห่างออกไปหลายสิบจั้ง บัดนี้ สุนัขอสูรพุ่งโจมตีเจ้าสำนักเขตนักบุญ เกือบยกมือขึ้นป้องกันไม่ทัน

ตู้ม!

เจ้าสำนักเขตนักบุญโดนโจมตีกระเด็นห่างออกไปหลายสิบจั้ง!

ทันทีที่เขาหยุด เยี่ยฉวนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า จากนั้นแสงกระบี่พุ่งเป้าเข้าทันที!

เจ้าสำนักเขตนักบุญเดือดดาลในอก แล้วส่งกำปั้นชกขึ้นดั่งภูเขาไฟระเบิด อำนาจอันทรงพลังทำลายลำแสงของกระบี่ของเยี่ยฉวน ทว่ากระบี่บินกลับทะลวงศีรษะเจ้าสำนักเขตนักบุญอย่างเงียบเชียบ……

กระบี่บิน!

ฉ่า!

ลำแสงของกระบี่วาดตัดลงจากศีรษะจรดเท้า ถึงกระนั้นเจ้าสำนักเขตนักบุญไม่ได้กายแยกออกเป็นสองส่วนเหมือนร่างของชายหนุ่ม ทว่ากลายเป็นภาพลวงตาไปทันที แล้วปรากฏตัวห่างออกไปหลายจั้ง!

เมื่อเห็นภาพนี้เยี่ยฉวนพลันหัวคิ้วขมวด

เจ้าสำนักเขตนักบุญจ้องมองเยี่ยฉวนกับเจ้าสุนัขอสูรไม่วางตาด้วยท่าทางไม่พอใจ เขาไม่คิดว่าเยี่ยฉวนกับเจ้าสัตว์อสูรนั่นจะทำให้ตนบ้าคลั่งได้ขนาดนี้!

สุนัขอสูรกำลังจะโจมตีอีกครั้ง จู่ๆ มีเงาสีดำพุ่งมาจากด้านหลัง!

อยู่ๆ เจ้าสำนักเขตนักบุญหันกลับมา แต่เมื่อเห็นเงาดำ สีหน้าต้องเปลี่ยนไปแล้วหายตัวไปอีกครั้ง

ไม่ช้า เงาสีดำปรากฏขึ้นต่อหน้าเยี่ยฉวนและสุนัขอสูร คืออากุ้ยนั่นเอง!

เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยทว่าอากุ้ยพูดว่า “จงกลับไปก่อน”

เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เว่ยหยาง…”

อากุ้ยตกตะลึงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าแปลกใจในนามที่เยี่ยฉวนใช้เรียกนาง ทว่าไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเขาทำอะไรท่านเจ้าสำนักไม่ได้หรอก จงไปกับข้าเดี๋ยวนี้!”

เยี่ยฉวนพยักหน้า “ตกลง!”

ในไม่ช้า เยี่ยฉวน อากุ้ย และสุนัขอสูร ข้ามอุโมงค์สุญญากาศกลับไปยังกำแพงใหญ่จางเถี่ยน

เมื่อมาถึง สีหน้าชายหนุ่มแปรเปลี่ยนไป

ในขณะนี้ นอกกำแพงใหญ่จางเถี่ยนมีค่ายกลพาหนะสุญญากาศขนาดใหญ่ มีทางเดินที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก

เหนือกำแพงเมืองเยี่ยฉวนมองไปหาอากุ้ย “ท่านผู้อาวุโส นี่คือสิ่งใดหรือ?”

อากุ้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันลึกล้ำว่า “การเคลื่อนย้ายสุญญากาศ กองกำลังสำนักแมวดำจะผ่านมาที่นี่!”

เยี่ยฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “พวกเขามีกองกำลังหรือ?”

อากุ้ยมองไปที่เยี่ยฉวน “สำนักแมวดำไม่ใช่กลุ่มเดียว ทว่ามีกลุ่มอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน!”

ชายหนุ่มแหงนหน้ามองฟ้า ณ ปลายฟ้าอันไกลโพ้นเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นระยะๆ

เยี่ยฉวนกล่าวว่า “พวกเขากำลังจะต่อสู้หรือ?”

อากุ้ยพยักหน้า

เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยบางอย่าง จู่ๆ กลุ่มคนปรากฏกายขึ้นในค่ายกลพาหนะที่อยู่ไม่ไกล ผู้นำนั้นคือโมเยี่ย นอกจากเขาแล้ว เยี่ยฉวนยังเห็นคนหน้าคุ้น เป็น ‘จั่วชิง’ ที่เคยประมือนี่!

อากุ้ยเอ่ยเสียงเบา “พวกเขากำลังมา!”

บัดนี้ ผู้คนปรากฏตัวทีละคนบนกำแพงใหญ่จางเถี่ยน

เยี่ยฉวนมองไปรอบๆ ปรากฏใบหน้าที่คุ้นเคยมากมาย รวมทั้งใบหน้าที่แปลกประหลาดนับไม่ถ้วน เห็นได้ชัดว่าท่านไป่และอากุ้ยได้เรียกอัจฉริยะแห่งเว่ยหยางให้มารวมตัวกัน!

อากุ้ยที่ยืนข้างเยี่ยฉวนพูดขึ้นทันทีว่า “ตอนนี้สมรภูมินี้เป็นของท่านแล้ว”

พูดเสร็จก็จากไปอย่างเงียบๆ

เยี่ยฉวนมองลงไป เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสปะทะกับผู้อาวุโส ผู้เยาว์ปะทะกับผู้เยาว์ ทั้งสองฝ่ายไม่อาจพ่ายแพ้ต่อกันได้!

หากชนรุ่นอาวุโสพ่ายแพ้ เช่น เว่ยหย่างเทียน และคนอื่นๆ คงตายอย่างแน่นอน หากเยี่ยฉวนและคนอื่นๆ พ่ายแพ้ ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางจะไม่มีอนาคตอีกต่อไป อัจฉริยะแห่งสำนักแมวดำสามารถมุ่งตรงไปยังดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางได้!

หากคนรุ่นก่อนโดนบีบคั้น คงไม่มีใครหยุดยั้งพวกเขาได้!

ด้านล่าง โม่เยี่ยเข้ามาใต้กำแพงเมืองพร้อมกับจั่วชิงและคนอื่นๆ ทว่าไม่นาน เหาะเหินขึ้นฟ้าข้ามกำแพงเมือง อยู่ตรงข้ามเยี่ยฉวนกับคนอื่นๆ

เยี่ยฉวนค้นพบว่านอกเหนือจากโม่เยี่ยแล้ว เขายังพบชายชุดดำที่เคยสู้มาก่อนด้วย ตั้งแต่ชายผู้นั้นปรากฏกาย ดวงตาจับจ้องมาที่ชายหนุ่มไม่ลดละ

เยี่ยฉวนยกนิ้วกลางให้ชายชุดดำ!

ชายชุดดำโมโหจัด แล้วชี้ไปที่เยี่ยฉวนก่อนเอ่ย “เยี่ยฉวน จงออกมา เตรียมตัวตายซะ!”

บนกำแพงเมือง เยี่ยฉวนกระโจนมาหาชายชุดดำ ชายหนุ่มยิ้มแล้วพูดว่า “โปรดทำให้ชัดเจนเสียก่อน หากเจ้ากลัวตายจงให้คนอื่นมาแทน ข้าไม่อยากสู้กับคนที่คิดจะวิ่งหนีในสนามรบ!”

ชายชุดดำจดจ้องไปที่เยี่ยฉวนเขม็ง “หยิ่งผยองยิ่งนัก! เจ้า…”

เยี่ยฉวนส่ายศีรษะ “หากท่านต้องการสู้……จงสู้เสีย อย่ามั่วแต่พร่ำอะไรไร้สาระให้มากความ!”

ทันใดนั้น จั่วชิงพูดขึ้นว่า “ท่านพี่ชางเยว่ หากไม่ลงมือ ขอข้าลอง!”

ด้วยเหตุนั้น เขาจึงออกมา

ชายชุดดำที่ชื่อชางเยว่พูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “เขาเป็นหนึ่งในคนของเขตต่างแดนของเรา!”

นอกจากจั่วชิงแล้ว เทียนซาเองพูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “เช่นนั้น จงไปสู้เสีย! หากไม่ไปสู้ คนอื่นจะคิดว่าสำนักแมวดำกลัวเจ้าเยี่ยฉวน!”

ตี้ซาที่ไม่ค่อยพูดกลับพยักหน้าเห็นด้วยเล็กน้อย “หากท่านไม่กล้า สำนักแมวดำจะจัดการเอง!”

บุรุษชุดดำและสตรีที่อยู่ข้างหลังต่างหน้าถอดสี!

เหยียดหยาม!

ต่างรู้ดีว่าทั้งสำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางกำลังดูถูกดูแคลนอยู่!

สตรีอยู่เบื้องหลังชางเยว่กำลังจะเข้าโจมตี ทว่าชางเยว่กลับหยุดนาง “ให้ข้าได้ลองประมือก่อน!”

หลังจากพูดเสร็จ จึงหายตัวไป และเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง……ก็อยู่ตรงหน้าเยี่ยฉวนเสียแล้ว

ชางเยว่มองไปที่เยี่ยฉวนกำลังจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่าลำแสงของกระบี่ปรากฏออกมาอย่างเงียบๆ…

ลำแสงของกระบี่เงียบสงบราวกับอากาศ

ยามที่สัมผัสได้ สีหน้าชางเยว่ต้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาประสานมือขึ้น จากนั้น ปรากฏโล่สีน้ำเงินดำขึ้นต่อหน้า

กระบี่จงออกมา!

ตู้ม!

ทว่าโล่แตกละเอียดทันที!

ในขณะนี้ ชางเยว่ก้าวไปข้างหน้าแล้วส่งหมัดทะลวงออกไป อำนาจอันทรงพลังถูกปล่อยออกมา

ในเวลานี้ลำแสงของกระบี่ก็มาถึง

ตู้ม!

กระบี่กับหมัดแยกออกทันทีที่สัมผัสกัน ชางเยว่ถอยกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า จู่ๆ ลำแสงของกระบี่เคลื่อนเข้าใกล้อย่างเงียบเชียบ

กระบี่บินอีกแล้ว!

ดวงตาของชางเยว่หรี่ลง ยกฝ่าเท้าขึ้นกระทืบอย่างแรง แล้วใช้พลังแห่งสุญญากาศบังคับตัวเองให้หยุด ยกมือขึ้นตบไปที่หน้าอกตัวเองเข้าเต็มแรง

ตู้ม!

ร่างชางเยว่สั่นสะท้านรุนแรง จากนั้น ลมปราณอันแรงกล้าแผ่กระจายออกจากร่าง ส่งให้สุญญากาศโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือน!

ทุกสายตากำลังจดจ้อง

อีกด้าน จั่วชิงเผยริมฝีปากขึ้นกระซิบแผ่วเบา “วิชาลึกลับ!”

โม่เยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ผู้คนจากต่างแดนล้วนเก่งกาจในวิชาลึกลับ น่าเสียดายที่ไม่มีวิชาลึกลับโบราณปรากฏขึ้น หากวิชาลึกลับโบราณ……”

จั่วชิงมองโม่เยี่ยที่กำลังยิ้มแล้วกล่าวว่า “หากวิชาลึกลับโบราณปรากฏขึ้น แม้แต่ตัวข้ายังเกรงกลัวอยู่!”

ห่างออกไป ร่างของชางเยว่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า! ขณะเดียวกัน ลมปราณก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเช่นกัน!

ชางเยว่จ้องไปที่เยี่ยฉวนด้วยแววตาขุ่นมัว แล้วออกทะยานตรงเข้าหาเยี่ยฉวน ทุกครั้งที่ก้าวเท้าพื้นโดยรอบจะสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนน่ากลัว!

เยี่ยฉวนถือกระบี่ยืนเงียบๆ เมื่อชางเยว่ย่างกรายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ชายหนุ่มกระโดดขึ้นชักกระบี่แล้วส่งแรงฟาดฟันลงไป

ฟึบ!

เสียงร่ำร้องของกระบี่ดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า

เมื่อเห็นเยี่ยฉวนฟาดฟันใส่ตัวเอง ชางเยว่ยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะส่งหมัดต่อยออกไป อำนาจอันทรงพลังทำให้พื้นที่ในระยะหลายสิบจั้งรอบๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง!

กระบี่ของชายหนุ่มยังคงพุ่งทะยานออกไปตรงๆ ทว่ากระบี่นั่นกลับกลายเป็นกระบี่เจิ้นหุน!

ตู้ม!

ภายใต้สายตาของทุกคน ร่างหนึ่งพลันลอยถอยหลัง นั่นคือเยี่ยฉวน!

แต่ทุกคนมองไปที่ชางเยว่

หลังจากที่ชางเยว่ต่อยเยี่ยฉวน พลันให้วิญญาณและกายเนื้อแยกจากกันทันที อีกทั้งจิตวิญญาณยังถูกตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

วิญญาณของชางเยว่มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดผวาปนงุนงง

ทุกคนฉงนใจเล็กน้อย!

เกิดอันใดขึ้น?

ในระยะไกลเยี่ยฉวนลุกยืนขึ้น ยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก สายตามองไปที่ชางเยว่ ซึ่งจ้องมองที่เยี่ยฉวนอย่างไม่วางตาเช่นกัน “ท่านทำอันใดกับข้า!”

เยี่ยฉวนยิ้ม ยกกระบี่เจิ้นหุนขึ้นแล้วพูดเบาๆ ว่า “ดูดกลืน!”

หลังจากนั้น ภายใต้สายตาของทุกคน วิญญาณของชางเยว่กลายเป็นแสงสีดำแล้วหายลับเข้าไปในกระบี่เจิ้นหุน!

รอบด้านพลันเงียบสงัด……

โม่เยี่ยและคนอื่นๆ ต่างมองไปที่เยี่ยฉวน!

จั่วชิงกล่าวด้วยเสียงที่ลึกล้ำ “นั่นคือกระบี่อะไรหรือ?”

โม่เยี่ยเอ่ยเสียงเบา “คงจะเป็นกระบี่เจิ้นหุนในตำนาน ตามบันทึกโบราณ กระบี่เล่มนี้เป็นของเจ้านรกแห่งสำนักเจ้านรกที่หายตัวไป มันอยู่ในมือเจ้านั่นได้อย่างไร น่าแปลก……”

เขาหันมองไปที่จั่วชิง “หากต้องสู้กับเขา……โปรดระวังกระบี่นี้ให้ดี พิษสงร้ายแรงต่อจิตวิญญาณ แม้เจ้าจะมีกายเนื้อพิเศษ ทว่าอย่าได้ประมาทศัตรู!”

จั่วชิงพยักหน้า “เช่นนั้นนี่เอง”

ห่างออกไป หลังจากที่เยี่ยฉวนดูดซับวิญญาณของชางเยว่ด้วยกระบี่เจิ้นหุน ชายหนุ่มหันหลังกลับเดินไปตามทาง

ข้างๆ โม่เยี่ย จั่วชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ให้ข้าสู้กับเขาเถิด!”

ขณะที่เขากำลังจะเข้าสู้ โม่เยี่ยเอ่ยแทรกขึ้นว่า “มีคนกำลังมา!”

ไกลออกไปที่น่านฟ้า มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “ผู้คนจากต่างแดนยังไม่สิ้นชีพไปหมด คงยังไม่ถึงคราวสำนักแมวดำของท่านสินะ!”

ด้วยเหตุนี้สุญญากาศในอากาศแตกออกในฉับพลัน แล้วชายคนหนึ่งที่มีหอกปรากฏกายออกมาจากที่นั่น!

ชายคนนั้นสวมชุดผ้า พร้อมกับหอกในมือที่ถูกห่อไว้ สายตาคมกริบราวกับมีด!

โม่เยี่ยหัวเราะเบาๆ “ในที่สุดก็มาหรือ หึ?”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!