บทที่ 822 : มาสู้กัน! (ปลาย)
ในขณะที่การประลองด้านล่างดำเนินต่อไป บัดนี้ชั้นอากาศรอบข้างเยี่ยฉวนถูกพลังแรงผลักของโม่เยี่ยบีบรัดจนเริ่มปริแตก ไม่เพียงเท่านั้น พลังแรงผลักยังพุ่งเข้าครอบคลุมร่างชายหนุ่มไว้ ชวนกระอึกกระอักหายใจแทบไม่ออกเอาเสียเลย!
ชายหนุ่มจับด้ามกระบี่ไว้มั่นก่อนจะหันส่วนปลายกระแทกปักลงไปบนพื้นเต็มแรง
ตูม!
พลันปรากฏพลังแรงผลักแห่งกระบี่แผ่กระจายออกมาจากกระบี่ในมือ
แรงผลักแห่งกระบี่!
ทว่าแรงผลักแห่งกระบี่กลับสยบด้วยพลังแรงผลักของโม่เยี่ย!
ในอากาศนั้นเอง ชายชราหลังโก่งเปล่งเสียงหัวเราะหึ “พลังแรงผลักคนธรรมดาหรือจะสู้พลังแรงผลักของฟ้าดิน?”
เว่ยหยางเทียนมองดูเยี่ยฉวนด้านล่าง แววตาเจือรอยกังวลให้เห็นรางๆ
เหตุการณ์ข้างล่าง เยี่ยฉวนนิ่งงันไป เมื่อประจักษ์ชัดว่าพลังแรงผลักกระบี่ของตนถูกสยบลงอย่างสิ้นเชิง
ขณะนั้นหวนนึกถึงสตรีลึกลับ!
ภาพที่ผุดขึ้นในห้วงคำนึงเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับนาง!
สตรีลึกลับยืนอยู่บริเวณหัวเรือกำลังปลุกเร้ากระบี่ ต่อมาปรากฏสายน้ำหลากเข้ามารวมกัน จนควบแน่นอยู่ภายในกระบี่!
ทุกอย่างในโลกอาจกลายเป็นกระบี่เมื่ออยู่ในมือคู่นั้น!
และภายใต้กระบี่ ทุกอย่างในโลกล้วนเปราะบาง!
เยี่ยฉวนก้มลงไปมองกระบี่ในมือ……กระบี่เล่มนี้เหมือนกระบี่ทั่วไป
เขานึกถึงคำพูดของสตรีลึกลับ
‘กระบี่แข็งแกร่งได้เพราะคน!’
กระบี่แข็งแกร่งได้เพราะคน!
ถ้าเจ้าแข็งแกร่ง แม้ใบหญ้าเพียงหนึ่งใบก็สยบฟ้าดินได้!
ชายหนุ่มเหลือบมองไปยังโม่เยี่ย ที่ยืนห่างออกไป เขาขยับมือที่กำด้ามกระบี่แน่น ชั่วขณะหนึ่งความรู้สึกเชื่อมั่นแผ่วาบเข้าสู่จิตใจ!
สู้!
เยี่ยฉวนมองตรงไปยังโม่เยี่ยในที่ไม่ไกลนัก ตอนนั้นเองแรงผลักแห่งกระบี่แผ่กระจายออกจากร่าง ปรากฏออกทั้งสีดำและสีขาวพวยพุ่งปะปนกัน!
พลังปณิธานกระบี่คุณธรรมและกระบี่มาร!
เมื่อเขาผลักดันพลังปณิธานกระบี่ขึ้นมาใหม่ พลังได้แผ่กระจายออกไปโดยรอบในทันที!
การปรากฏของพลังปณิธานกระบี่ทั้งสอง ยังตามมาด้วยเสียงกรีดก้องดังสะท้านทั่วแผ่นฟ้า!
คนที่ลอยตัวอยู่บนอากาศ นับเป็นครั้งแรกที่ริมฝีปากของเว่ยหยางเทียนปรากฏรอยยิ้ม “แรงผลักแห่งฟ้าดิน……งั้นหรือ?”
พูดแล้วพลางปรายตาไปยังชายชราหลังโก่งฝั่งตรงข้าม “ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินเรื่องคนที่พิชิตธรรมชาติได้หรือไม่? ถ้าพวกเราที่ฝึกฝนบ่มเพาะพลังชี่ไม่ใฝ่ฝันจะพิชิตธรรมชาติแล้วล่ะก็……การเฝ้าเพียรฝึกฝนบ่มเพาะพลังจะมีประโยชน์อันใด?”
อีกฝ่ายสีหน้านิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน “แค่การบรรลุในชั้นสภาวะจิตเท่านั้น จะทำอะไรได้!”
เว่ยหยางเทียนไม่ตอบคำ พูดเพียงว่า “เจ้าคอยดูเอาเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
ชายชราหลังโก่งมองลงไปข้างล่างทันทีเช่นกัน
ด้านล่างในขณะนั้น เยี่ยฉวนปลดปล่อยพลังแรงผลักกระบี่ออกมามากขึ้น แรงขึ้นทุกขณะ จนกระทั่งแรงผลักแห่งกระบี่สามารถต้านทานพลังผลักได้สำเร็จ!
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าหาฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามโดยถือกระบี่ไว้ในมือ ซึ่ง ณ เวลานั้นกระบี่เซียนหลิงเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
โม่เยี่ยจับตามองคนที่ตรงมาทางตนด้วยสายตาแน่วนิ่ง ทันใดนั้น กระโจนขึ้นสู่อากาศก่อนหงายฝ่ามือข้างขวาขึ้น แล้วตวัดฝ่ามือฟาดลงมาเต็มแรง
ตูม!
ฝ่ามือที่ฟาดลงไปสามารถบดขยี้ฟ้าดินให้ป่นปี้ก็มิปาน อีกทั้งปรากฏพลังมหาศาลพุ่งกวาดลงจากอากาศ ทำให้ช่องอากาศที่ถูกแรงกดทับบังเกิดการพังทลายลงทีละน้อยๆ!
คนที่รอข้างล่าง เยี่ยฉวนมองดูพลางมุมปากเผยรอยแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม จากนั้น ชายหนุ่มกระแทกฝ่าเท้าลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว พลันร่างแปรเปลี่ยนเป็นแสงแห่งกระบี่ทะลึ่งพรวดขึ้นสู่ท้องฟ้า!
หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!
ณ เวลานี้เขารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ สิ่งที่ได้รับคือความตายสถานเดียว!
ณ เวลานี้ ถ้าสังหารโม่เยี่ยไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือตนจะถูกฆ่าตาย!
ชายหนุ่มคิดอยู่อย่างเดียวเท่านั้น!
สู้!
ขณะเดียวกันกับที่เยี่ยฉวนฉวยกระบี่ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงกระบี่กรีดก้องกังวานสะท้านไปทั้งอากาศ
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ทุกย่างก้าวที่เยี่ยฉวนทะยานฝ่าเข้าไป ช่องอากาศตลอดทางฉีกขาดเป็นจุณ ก่อนจะตวัดกระบี่ที่ถือไว้ฟาดลงไปบนฝ่ามือโม่เยี่ย
ตูม!
พลันทั่วแผ่นฟ้าและผืนปฐพีไหวสั่นสะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง ปรากฏร่างสองร่างห่างออกไปในรัศมีหกลี้ บังเกิดรอยแตกร้าวรานลากเป็นแนวยาวดุจใยแมงมุม!
คนที่ยืนประจันหน้ากับเยี่ยฉวน โม่เยี่ยจ้องเขม็งแววตาเย็นยะเยือก คมกระบี่ของเยี่ยฉวนอาจทำอันตรายผิวกายไม่ได้ก็จริง ทว่าพลังรุนแรงที่ปรากฏอยู่ในกระบี่ทำให้ร่างถึงขั้นสั่นสะเทือนอย่างช่วยไม่ได้ พลังแกร่งกล้าชนิดนั้น เขาตระหนักดีว่าไม่อาจรับมือโดยไม่มีการไตร่ตรองให้รอบคอบ!
โม่เยี่ยผลักพลังผ่านฝ่ามือกดกระบี่ของเยี่ยฉวนไว้ ขณะที่ฉวยยึดกระบี่ไว้อย่างเหนียวแน่นพลันผลักออกฝ่ามือกระแทกออกไป แล้วใช้หมัดชกเข้าที่หน้าอกเยี่ยฉวน ทว่าเกือบพร้อมกันที่จุดตายบนร่างของโม่เยี่ยถูกกระบี่บินจำนวนหนึ่งจู่โจมเข้าใส่
ตูม! ตูม!
ทั้งสอง ต่างถูกพลังผลักดันร่างจนผละออกจากกันและถอยห่างอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ขณะที่ต่างคนต่างถอยไปนั่นเอง เยี่ยฉวนยกนิ้วมือเข้าประกบกันก่อนสะบัดชี้ออกไปข้างหน้า
หึ่มมม!
ลำแสงกระบี่มากมายปรากฏให้เห็นเพียงแสงสว่างพุ่งวาบเข้าหาโม่เยี่ย ลำแสงเคลื่อนไหวรวดเร็วชั่วพริบตา มาถึงยังเบื้องหน้าฝ่ายตรงข้ามแล้ว ขณะที่โม่เยี่ยตวัดฝ่ามือปัดอย่างแรง “หยุด!”
ทันใดนั้นกระบี่บินทั้งหมดหยุดชะงักอยู่กับที่!
พลังงานสุญญากาศ!
โม่เยี่ยดันฝ่ามือไปข้างหน้าเพียงเบาๆ “ไป!”
จากนั้น ฝูงกระบี่บินพลิกหมุนกลับหลัง ก่อนจะทะยานย้อนกลับพุ่งแทงไปยังเยี่ยฉวน
เหล่ากระบี่ทะยานด้วยความเร็วซึ่งไม่ด้อยกว่ากระบี่บินของเยี่ยฉวนเลยแม้แต่น้อย!
อย่างไรก็ตามเมื่อกระบี่พุ่งเข้าไปถึงเยี่ยฉวน ฉับพลันทั้งหมดหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย!
คนตรงข้ามจ้องเขม็งมายังเยี่ยฉวน ขณะเอ่ยว่า “ข้าต้องยอมรับว่า……เจ้ามันดวงแข็งจริงๆ ยิ่งต่อสู้กันนานเข้า เจ้ายิ่งแกร่งกล้ามากขึ้น……”
เมื่อพูดดังนั้น จึงค่อยๆ ขยับกำมือข้างขวาเข้าหากันอย่างช้าๆ “เคราะห์ดีที่ไม่ประมาทฝีมือเจ้าตั้งแต่แรก มิเช่นนั้นข้าเองอาจจะต้องสูญเสียครั้งใหญ่”
ถึงจะมีวิชาอุบัติฟ้าดินก็ไม่ช่วยให้อยู่ยงคงกระพันเสมอไป บัดนี้กระบี่ของเยี่ยฉวนมีพลังทำลายล้างแก่ตัวเขาเสียแล้ว!
และถ้าไม่ลงมืออย่างจริงจังกับคนผู้นั้น มีหวังตนนั่นเองที่เป็นฝ่ายถูกฆ่าตาย!
คนอย่างเขาไม่เคยประมาทฝ่ายศัตรู!
นี่คือสิ่งที่เขามักเตือนตนเองอยู่เสมอมา!
โม่เยี่ยยกฝ่ามือข้างขวาขึ้นอย่างฉับพลัน พลางเอ่ยวาจาเย้ยหยันดังก้องผ่านอากาศ “ได้เวลาจัดการให้จบกันไปเสียที!”
หลังจากสิ้นคำประกาศ เขาพลิกฝ่ามือเผยออกมา บังเกิดช่องอากาศรอบตัวเยี่ยฉวนบิดเบือนไปอย่างฉับพลัน……
บนอากาศ ดูเหมือนเว่ยหยางเทียนจะสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง สีหน้านางแปรเปลี่ยนไปทันที ขณะที่สตรีขยับตัวทำท่าจะเคลื่อนไหวออกไป พลันชายชราหลังโก่งปรากฏตัวเข้าขวางอยู่เบื้องหน้า……



