บทที่ 827 : ข้าจะพาคนสำคัญออกมา!
เมื่อเห็นดังนั้นพลันสีหน้าของเว่ยหยางเทียนชายชราหลังโก่งซึ่งลอยตัวอยู่กลางอากาศแปรเปลี่ยนไป!
ถึงกระนั้น ทั้งสองขยับออกจากคลื่นพลังประจุไฟมากมายมหาศาลแผ่กระจายโอบล้อมคนทั้งสองไว้ทันที คลื่นพลังกระจายดุจตาข่ายคลุมคนทั้งคู่ไว้จนมิดเม้น
ส่วนด้านล่าง ขณะที่ยอดฝีมือของสำนักแมวดำกับดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางหยุดลงกะทันหัน ท่านไป่และหมั่วเทียนฉือ เจ้าสำนักแมวดำนำหน้ากลุ่มคนเข้าสกัดกั้นร่างเงาประหลาดไว้ทันที!
ตูม! ตูม!
ระเบิดอย่างรุนแรงดังขึ้นถึงสองครา พลันร่างเงาหยุดชะงักราวกับถูกบังคับให้นิ่งอยู่กับที่!
อย่างไรก็ตาม ด้านล่างปรากฏคนสวมชุดดำทะยานเข้ามาจำนวนหนึ่ง ทุกคนใช้กระบี่ยาวเป็นอาวุธต่างมุ่งหน้าไปที่เยี่ยฉวนและโม่เยี่ยทีละคนๆ
ภาพที่ปรากฏทำให้สีหน้าของจ้านจุนและคนที่ยืนอยู่ข้างเปลี่ยนวูบ โดยเฉพาะเขากับชายหัวโล้น สองคนทะยานเข้าหาคนสวมชุดดำสองสามคนนั้นทันที!
อีกทางหนึ่งจั่วชิงและตี้ซาที่คุ้มกันโม่เยี่ย เร่งตรงเข้าช่วยกันสกัดกั้นชายสวมชุดดำด้วยเช่นกัน
การต่อสู้ที่ดำเนินไปอย่างดุเดือดทั้งสองฝ่าย ซึ่งในขณะนั้น ขั้นพลังของพวกจั่วชิงและจ้านจุนรวมทั้งคนอื่นๆ ยังไม่บรรลุพลังระดับสูงสุด ดังนั้น นี่เป็นเพียงเพียงแค่เริ่มเท่านั้น ทั้งจั่วชิง จ้านจุนและพวกต่างโดนควบคุมไว้โดยรวดเร็ว!
เบื้องหน้าเยี่ยฉวน เหลียนว่านลี่ซึ่งยืนเงียบๆ อยู่ในที่พร้อมกับในมือกระชับดาบชิงหลงไว้มั่น
ในทันทีนั้น
เหลียนว่านลี่หันไปทางขวามือ ขณะเดียวกันยกดาบยาวตวัดฟันออกไปเบื้องหน้า
ตูม!
พลันช่องอากาศแตกระเบิดและภาพติดตาที่ปรากฏเป็นการผงะหงายถอยห่างจากช่องอากาศอย่างต่อเนื่อง
เหลียนว่านลี่ใบหน้าถมึงทึงสายตาเขม้นมองไปยังภาพติดตา “จะฆ่าเยี่ยฉวน……ถามข้าสักคำไหม?”
พูดจบนางฉวยดาบยาวทำท่าราวกับจะพุ่งตัวออกไป ทว่าขณะนั้นเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นได้บางอย่างจึงรีบหยุดกึกแล้วกระชับดาบยาว ก่อนจะล่าถอยกลับไปคอยคุ้มกันชายหนุ่มตามเดิม
ห่างไปเล็กน้อย ทันใดนั้นร่างเงาร่างหนึ่งวูบหายไป
เหลียนว่านลี่จึงเงื้อดาบตวัดวาดฟันออกไป
ตูม!
พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังสนั่นร่างเงาถอยกลับไปอีกครา ทว่าไม่ทันไรยอดฝีมือชุดดำราวสิบกว่าคนปรากฏตัวเข้าล้อมเหลียนว่านลี่ไว้ทุกทิศทาง!
สตรีในวงล้อมนิ่วหน้าเล็กน้อย “พวกขี้ขลาดกล้าสู้กันตัวต่อตัวไหมล่ะ?”
ทั้งหมดต่างหาได้ใส่ใจคำพูดนั้นไม่ กลับพุ่งตัวเข้าหาพร้อมกันโดยไม่รอช้า
เหลียนว่านลี่รีบหันไปร้องบอกเยี่ยฉวน “ระวังตัวด้วย!”
จากนั้นคนพูดตวัดดาบฟาดฉับ
ตูม!
พลันชายสวมชุดดำคนหนึ่งตรงหน้า ร่างของมันต้องคมดาบที่เหลียนว่านลี่ฟันออกไปอย่างจังเต็มแรง ต่อมาปรากฏดาบยาวที่ไหนไม่รู้พุ่งตรงเข้าที่ก้านคอของสตรี เหลียนว่านลี่เองปราดเปรียวคล่องแคล่วอย่างยิ่ง นางเบี่ยงหลบไปทางหนึ่งถึงจะหลีกเลี่ยงพลังปะทะนั้นได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันหญิงสาวสะบัดดาบชิงหลงตวัดฟันในแนวนอนอย่างแรง
ตูม!
ร่างคนสวมดำสามคนกระเด็นกระดอนออกไป! ทว่าทันใดนั้น ปรากฏคนสวมดำเข้ามาอีกจำนวนหนึ่งกรูเข้าล้อมกรอบเหลียนว่านลี่!
ในเวลาเดียวกัน มีชายสวมดำอีกคนปรากฏขึ้นทางด้านหลังเยี่ยฉวนอย่างปัจจุบันทันด่วน พลันใช้กระบี่เสือกปลายแทงเข้าที่บริเวณคอหอยชายหนุ่มทันที!
รวดเร็ว แม่นยำ และโหดเหี้ยม!
เมื่อพุ่งกระบี่แทงออกไป มุมปากของชายสวมดำบิดยกยิ้มอย่างสาแก่ใจ ทว่าทันใดนั้น ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวจนถอยกรูดออกห่าง ทว่าหาได้พ้นคมกระบี่บินที่พุ่งเข้าปักคอหอยเข้าพอดิบพอดีไม่!
ชายสวมดำตาเหลือกถลน แววตาเพ่งมองเยี่ยฉวนอย่างไม่เชื่อต่อสิ่งที่เห็น!
ตอนนั้นเยี่ยฉวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืนยืดตัวตรงต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาทางชายสวมดำ “แปลกใจงั้นหรือ? ชอบไหมล่ะ?”
ชายสวมดำจ้องมองคนพูดนัยน์ตาแทบปะทุออกมานอกเบ้า รู้สึกงงงันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดชายหนุ่มตรงหน้าจึงปกติดีทุกอย่าง!
เยี่ยฉวนเผยฝ่ามือพร้อมยื่นออกไปข้างหน้า ทันใดนั้นที่กลางฝ่ามือปรากฏกระบี่ชี่พุ่งวาบออกห่างไปราวสามสิบจั้ง ทันใดนั้น ศีรษะเจ้าคนที่กำลังต่อสู้กับเหลียนว่านลี่กระเด็นหลุดจากบ่าอย่างกะทันหัน!
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของคนสวมดำอีกคนขณะกำลังประมือกับหญิงสาวเผือดซีดปานผีดิบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคนที่เหลือต่างพร้อมใจกันถดถอยห่างทันที!
เหลียนว่านที่เหลือบมองพลางร้องถามเยี่ยฉวน “หายดีแล้วหรือไง?”
คนถูกถามตอบให้พร้อมกับพยักหงึก “ใช่!”
ว่าแล้วชายหนุ่มจึงหันไปยังสุนัขอสูรในที่ไม่ไกลออกไปนัก ขณะนั้นเจ้าสุนัขอสูรไม่ได้กำลังสู้กับกิเลนอสูร ด้วยกิเลนทะยานกลับไปที่โม่เยี่ยนายมัน ทว่าสายตายังคงจ้องจับไปที่สุนัขอสูรและเยี่ยฉวน แววตาแฝงความเหี้ยมโหดอาฆาตมาดร้าย!
เจ้าสุนัขอสูรจึงย้อนกลับไปสมทบกับเยี่ยฉวนบ้าง “กิเลนตัวนี้มีสายเลือดอสูรบริสุทธิ์นัก……เป็นสายเลือดชั้นสูง!”
เยี่ยฉวนถามกลับทันที “สายเลือดใครเหนือกว่ากัน? ระหว่างเจ้ากับมัน?”
สุนัขอสูรนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ใกล้เคียงกัน ฉะนั้นพวกเราไม่จำเป็นต้องกำจัดมันทันทีก็ได้”
จากนั้นมันเหลือบสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า “น้องชาย……ดูท่าเจ้าจะมีศัตรูใหม่เพิ่มอีกแล้ว!”
ศัตรูใหม่!
เยี่ยฉวนเงยหน้าขวับขึ้นไปบนท้องฟ้า ณ ที่นั่น เว่ยหยางเทียนและชายชราหลังโก่งคนสำนักแมวดำยังคงติดกับอยู่ที่เดิม
เมื่อได้พบว่าเว่ยหยางเทียนติดกับอยู่เช่นนั้น สีหน้าชายหนุ่มออกไปทางหมองคล้ำทันที
สถานการณ์ดูท่าจะลำบากเสียแล้ว!
บนอากาศ ชายวัยกลางคนสวมผ้าคลุมขาวล้วนมองลงมาพลางยิ้มก่อนจะพูดกับเยี่ยฉวนว่า “อัจฉริยะที่แท้จริง ข้าเชื่อว่าคนขั้นพลังพอกันมีน้อยนักที่จะต้านทานกระบี่บินเช่นนั้นของเจ้า!”
จากนั้นเขาหันหน้ากลับ “พวกเจ้าไม่อยากเจอกับอัจฉริยะแห่งดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางบ้างหรือไง? ออกมา!”
หลังจากนั้นช่องชั้นบรรยากาศไกลออกไปราวสามสิบจั้ง บังเกิดรอยแตกแยก ทันใดนั้น ปรากฏหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีเดินออกมาจากรอยแยก
บุรุษสวมผ้าคลุมสีดำสนิทบนศีรษะเส้นผมยาวประบ่า ที่เอวเหน็บปลอกกระบี่ยาวเฟื้อย ข้างกันเป็นสตรีสวมกระโปรงยาวมีระบายเป็นช่อชั้น ทาปากสีแดงสดตัดกับฟันขาวจั๊วะ หน้าตาสะสวยไม่น้อย
บุรุษมองลงมาที่เยี่ยฉวนและโม่เยี่ย “ให้เจ้าเลือกก่อน!”
เสียงตอบดังมาจากคนยืนข้างขณะมองไปที่เยี่ยฉวน “มัน!”
ว่าแล้วนางเหินลงไปเบื้องล่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประดุจเกล็ดหิมะหล่นจากฟากฟ้าลงมาบนพื้นดินก็มิปาน
ขณะที่จับตามองภาพตรงหน้า ชายหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆ พลันเสียงเจ้าสุนัขอสูรถามขึ้นว่า “สู้ไหม?”
เยี่ยฉวนพึมพำตอบ “ข้าปฏิเสธได้ที่ไหนเล่า!”
สุนัขอสูรพูดต่อไปอีกว่า “เจ้าคงปฏิเสธไม่ได้ ท่าทางสตรีผู้นั้นเฉพาะเจาะจงมายังเจ้าเป็นกรณีพิเศษ!”
ชายหนุ่มขยับปากจะโต้ตอบ ทว่าเหลียนว่านลี่เอ่ยขัดจังหวะขึ้นทันที “ข้าเอง!”
เยี่ยฉวนหันไปมองคนพูด หญิงสาวแววตาเป็นประกายวาววับ “ข้าชอบนัก สู้กับผู้หญิงด้วยกันนี่นะ!”
จากนั้น นางฉวยดาบจับกระชับก่อนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
สุนัขอสูรหันไปมองหน้าชายหนุ่ม ขณะนั้นเขางัดเอาอัญมณีเพชรน้ำค้างออกมากำมือหนึ่งก่อนจะเร่งรีบสูบเข้าร่างไปอย่างรวดเร็ว
รักษาอาการบาดเจ็บ!
ในเวลานี้ชายหนุ่มอยากเร่งเยียวยาบาดแผลให้หายเสียก่อน ด้วยประจักษ์ชัดว่าตนเองกำลังตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตราย……อันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง! โดยเฉพาะตอนนี้เว่ยหยางเทียนติดกับฝ่ายศัตรูเสียแล้ว!
สถานการณ์ตึงเครียด!
ชายหนุ่มจึงรีบรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีเจ้าหมาอสูรยืนข้างๆ คอยอารักขา ณ ขณะนี้มีคนจำนวนมากที่อยากได้ชีวิตเขา!
อีกด้านหนึ่ง จั่วชิงที่อยู่คอยเฝ้าโม่เยี่ยพลันพุ่งตัวออกไปต่อสู้กับชายสวมดำคนหนึ่ง
ทั้งเยี่ยฉวนและโม่เยี่ยต้องการเวลาเพื่อเยียวยาบาดแผลของตัวเอง ด้วยไม่ต้องสงสัยเลยว่า……เวลานั้นสมรรถนะรวมทั้งพละกำลังการต่อสู้ของทั้งสองคงด้อยลงกว่าเดิมมาก!
บนอากาศ มีสายตาของชายวัยกลางคนสวมผ้าคลุมขาวจับตามองลงไปยังเยี่ยฉวนและโม่เยี่ย ทันใดนั้น เหลือบมองไปทางเว่ยหยางเทียนและชายชราหลังโก่งอีกด้านหนึ่ง
สีหน้าของเว่ยหยางเทียนออกเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน ชายผ้ายาวสีรุ้งได้ถูกคลื่นพลังประจุไฟทำลายลงเกือบหมดสิ้น เช่นเดียวกับชายชราหลังโก่งที่โล่สีทองเข้มเริ่มกลายเป็นพร่าเลือน
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้น จึงหันไปออกปากกับยอดฝีมือต๋าหม่อคนหนึ่งทางด้านข้าง “เร่งมือหน่อย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นยอดฝีมือต๋าหม่อพยักหน้ารับคำ จากนั้นนางเริ่มขยับปากขมุบขมิบอ่านท่องอาคม พลันไม่นานนักเหนือศีรษะเว่ยหยางเทียน ปรากฏท้องฟ้าเบื้องบนสั่นไหวอย่างประหลาด ทันใดนั้น ช่องอากาศพลันแยกออกจากกัน พร้อมกับลำแสงแห่งคลื่นพลังประจุไฟยิงออกจากรอยแตก!
ภาพที่ปรากฏต่อหน้า ทุกคนในบริเวณต่างมองด้วยความตกตะลึง!
ถ้าคลื่นพลังประจุไฟตกลงมาเมื่อใด กำแพงใหญ่จางเถี่ยนจะกลายเป็นเถ้าธุลีในฉับพลันทันที อีกทั้งผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นต้องตายกันหมด!
นอกจากเว่ยหยางเทียนแล้ว จะมีใครที่สามารถต้านทานคลื่นพลังประจุไฟนั้นได้?
ไม่มีสักคน!
เยี่ยฉวนหน้าเคร่งขณะหันไปถามเสียงเครียด “พี่ชายสุนัขอสูร เจ้าต้านไหวไหม?”
ฝ่ายสุนัขอสูรนิ่งคิดชั่วขณะก่อนจะพูดว่า “ถ้าวิ่งหนี……ไหวอยู่แล้ว”
คนฟังหน้าเหลอ “…”
สุนัขอสูรเหล่ตามองคนข้างๆ “เจ้าจะวิ่งหนีไหมล่ะ?”
เยี่ยฉวนมองไปทางจ้านจุนและชายหัวโล้น ซึ่งขณะทั้งสองคนยังต่อสู้ไม่ลดละอย่างเงียบๆ
เสียงสุนัขอสูรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่ชาย จริงๆ แล้วข้าสู้พวกมันทั้งหมดไม่ไหวหรอก!”
ชายหนุ่มรำพึงแผ่วเบา “เจ้าคิดว่าพวกมันจะปล่อยเราไปไหม?”
สุนัขอสูรนิ่งเงียบ……
คนที่มาที่นี่ บางพวกมาตามหาเยี่ยฉวน ดังนั้นทุกคนจะหนีไป……ได้ ยกเว้นแต่เยี่ยฉวน!
ไม่ว่าเขาจะหนีอย่างไร คนเหล่านี้คงไม่มีทางปล่อยให้เขารอดไปได้แน่
ในตอนนั้นเยี่ยฉวนลุกขึ้นยืน พลางแหงนมองไปทางท้องฟ้าแล้วบอกออกไปว่า “อยู่ให้ห่างไว้ ข้าจะพาคนสำคัญออกมาเดี๋ยวนี้!”
สุนัขอสูร “…”



