บทที่ 830 : กระบี่แมวดำ! (ต้น)
ชายชราสวมชุดดำทั้งตัวหยุดยืนประจันหน้ากับเยี่ยฉวน!
สายตาของคนสวมชุดดำมองเขม็งตรงมายังชายหนุ่มสลับกับกระบี่เจิ้นหุนอย่างจาบจ้วง!
หัวคิ้วของชายชราสวมชุดดำขมวดแน่น ขณะสายตาแน่วแน่มองไปที่กระบี่ “ศิลป์รังสรรค์ขั้นก่อเกิด!”
เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยิ้ม “ตาแหลมนี่!”
พลันคนสวมชุดดำทำเสียงงึมงำรำพึงกับตนเอง “เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางสำเร็จศิลป์รังสรรค์ขั้นก่อเกิดได้รวดเร็วเช่นนี้!”
ขณะที่อีกฝ่ายพึมพำกับตนเองสายตาแลเลยไปที่เยี่ยฉวน “เจ้าถือว่าตัวเองมีไพ่ใบสุดท้ายสินะ!”
ด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นมา ส่งให้สีหน้าของเยี่ยฉวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย พลันโมโหเดือดขึ้นมา “ไม่มีไพ่ใบสุดท้ายอะไรทั้งนั้น แน่จริงก็เข้ามา!”
ชายชราสวมชุดดำเขม้นสายตามองเยี่ยฉวน “คิดว่าข้าจะหลงกลลูกไม้ตื้นๆ ของเจ้างั้นหรือ?”
ยิ่งได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น ดูเหมือนจะยิ่งทำให้เยี่ยฉวนอารมณ์ขุ่นเคืองมากขึ้น ชายหนุ่มจึงขยับกระบี่ที่ถืออยู่พร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาชายชราสวมชุดดำทันที
ทันทีที่เห็นเข้าแววตาของคนตรงข้ามแสดงความแปลกใจวูบ เขาเลือกที่จะถอยหลังไปอย่างรวดเร็วกว่าสามพันจั้ง เพื่อทิ้งระยะให้ห่างจากเยี่ยฉวนเข้าไว้!
เมื่อจับสัญญาณว่าเป็นการป้องกันการบุกรุก เยี่ยฉวนตั้งท่ารุกไล่ชายชราสวมชุดดำทันที ดูเหมือนชายหนุ่มเกิดสำนึกขึ้นมาได้บางอย่างจึงชะงักกึกหยุดไล่ตามในทันที เยี่ยฉวนเกือบลืมไปเสียแล้วว่าอันที่จริงตนไม่มีทางเอาชนะชายชราสวมชุดดำคนนั้นได้อย่างแน่นอน
คนที่ยืนตรงข้ามกับเยี่ยฉวน ชายชราสวมชุดดำจ้องเขม็งแววตาบ่งบอกความระมัดระวังอยู่ในที
ฉับพลันเกิดเสียงคำรามลั่นมาจากยอดฝีมือต๋าหม่อที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ “มัวรออะไร? ฆ่ามันเสีย!”
ชายชราสวมชุดดำได้ยินดังนั้นหันขวับมองท้องฟ้า ปรากฏยอดฝีมือต๋าหม่อพร้อมด้วยคนติดตามที่กำลังต้านทานเว่ยหยางเทียน ก่อนจะส่งสีหน้าบูดบึ้งอย่างไม่ชอบใจมองไปทางเยี่ยฉวนอีกครั้ง ขณะที่ชายหนุ่มกำลังกวัดแกว่งกระบี่เจิ้นหุนเตรียมตั้งท่า
ชายชราขยับมือขวากำเข้าหากันอย่างช้าๆ พลันอากุ้ยโผล่เข้ามาด้านข้างเยี่ยฉวน นั่นจึงทำให้สีหน้าของชราสวมชุดดำหมองคล้ำดำลงไปกว่าเดิม เห็นชัดว่าไม่สบอารมณ์นักที่เห็นอากุ้ยเข้ามาเช่นนี้
เยี่ยฉวนพูดกับคนตรงหน้าทันที “ผู้อาวุโส ลงมือเลย!”
ได้ยินเข้าดังนั้นอากุ้ยถึงกับเหวอไปเล็กน้อย พลันรีบดึงความคิดกลับมาพร้อมฉวยเอาเคียวโค้งคมกริบพุ่งตัวออกไป
เห็นแล้วจึงหรี่นัยน์ตาลง ชายชราสวมชุดดำไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้ามร่างนั้นพลันสั่นสะท้านเบาๆ ก่อนจะผลักหมัดกระแทกออกไป
เปรี้ยง!
แรงปะทะส่งให้ร่างของอากุ้ยผงะถอยห่างไปทันที ทว่าเกือบในเวลาเดียวกัน กระบี่บินกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าชายชราสวมชุดดำอย่างกะทันหัน!
กระบี่บินที่จู่ๆ โผล่ขึ้นมาสร้างความประหลาดใจให้แก่ชราสวมชุดดำมาก จึงรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไขว้พร้อมกับเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
เปรี้ยง!
ลำแสงกระบี่ระเบิดกระจาย ปรากฏกระบี่บินพุ่งไปยังชายสวมชุดดำอีกครั้ง โดยครานี้กระบี่พุ่งเข้าหาทุกทิศทุกทาง!
คนสวมชุดดำใบหน้าถมึงทึง ก่อนใช้มือฟาดไปทางซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
บริเวณโดยรอบไหวสั่นสะท้านสะเทือนไปทันที กระบี่บินถูกทำลายจนเหี้ยนแทบไม่ได้ผุดได้เกิด ในขณะที่กระบี่สลายหายไปนั้น อากุ้ยได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าชายชราสวมชุดดำ พร้อมกับเคียวโค้งฟันฉับลงไปที่คอหอยของคนตรงข้ามด้วยความมั่นอกมั่นใจ!
เป็นการฉวยจังหวะได้อย่างยอดเยี่ยม!
ส่วนชายชราสวมชุดดำเองว่องไวมากจึงหลบหลีกการจู่โจมไปได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้มือทั้งสองตะปบยึดเคียวโค้งไว้ได้ทันที ขณะที่กระบี่เหินสับลงบนศีรษะอย่างฉับพลัน
เปรี้ยง!
ร่างของชายชราสวมชุดดำถอยกรูดไปรวดเดียวไกลกว่าสามร้อยจั้งกับศีรษะที่ถูกฟันหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เขายังมีลมหายใจเพียงแต่ร่างกายค่อยพร่าเลือนเสมือนร่างเงายิ่งขึ้นทุกทีๆ
เสียงพูดดังมาจากข้างตัวอากุ้ย เยี่ยฉวนถามอย่างเคร่งขรึม “ยังไม่ตายงั้นหรือ?”
คนอีกฝ่ายจึงตอบว่า “มีหลายปัจจัยที่ทำให้มีชีวิตอยู่ได้……แล้วแต่สถานการณ์”
เยี่ยฉวนผงกศีรษะนิดหนึ่ง “ท่านจู่โจมระยะประชิดก็แล้วกัน ส่วนข้าจะรับหน้าที่จู่โจมระยะไกล!”
ทันใดนั้นอากุ้ยหายวับไปจากสถานที่ เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งได้โผล่ออกมาต่อหน้าชายชราสวมชุดดำ จอประสาทตาของชายชราหดตัวเข้าหากัน แล้วหมุนตัวหลบหลีกอย่างเฉียบขาดไปในทันที
นับตั้งแต่ที่ชายชราสวมชุดดำรับรู้ได้ในเดี๋ยวนั้นว่า……ขืนดันทุรังสู้ต่อมีหวังเป็นฝ่ายถูกฆ่าแน่!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่บินที่เยี่ยฉวนนำมาสำแดง เป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างแท้จริง!
ด้วยการเคลื่อนที่รวดเร็วอย่างน่ามหัศจรรย์ ชายชราสวมชุดดำหมุนตัวหันกลับเกือบทะยานขึ้นสู่อากาศ ทันใดนั้นปรากฏเงาภูตผีขึ้นด้านบนศีรษะ ก่อนจะตามด้วยพลังประหลาดพุ่งกระจายลงมา
ใบหน้าคนบิดเบี้ยวเหยเก ชายชราสวมชุดดำเร่งออกพลังต้านทานด้วยการดันผลักฝ่ามือขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
แผ่นฟ้าแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปล่อยร่างชายชราสวมชุดดำลอยละลิ่วลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง
ทุกขณะปรากฏคลื่นพลังลำแสงกระบี่พุ่งวาบตัดผ่านข้ามบริเวณสนามรบ
ชึ่บ!
ลำแสงเจิดจ้าพุ่งตัดคอหอยของชายชราสวมชุดดำ พลันศีรษะขาดสะบั้น โลหิตแดงฉานพุ่งกระฉูดปานน้ำพุขนาดย่อม เมื่อดวงวิญญาณของชายชราสวมชุดดำตั้งท่าจะหนี ทว่ากระบี่บินซึ่งว่องไวกว่าทะยานมาถึงตรงเข้าสูบเอาดวงวิญญาณจนหมดสิ้น!
เยี่ยฉวนโบกมือขวาขึ้นเป็นเชิงให้สัญญาณเรียกกระบี่เจิ้นหุน ต่อมากระบี่ทะยานวาบกลับคืนสู่ฝ่ามือ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองไกลไปยังที่ซึ่งมีชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่!
ชายคนนั้นที่แท้คือโม่เยี่ย เป็นคนที่ต่อสู้กับชายชราสวมชุดดำนั่นเอง!
จากที่สังเกตอาการบาดเจ็บสาหัสของโม่เยี่ยคงใกล้ฟื้นคืนสู่สภาพปกติเต็มที
โม่เยี่ยเขม้นมองตรงมายังเยี่ยฉวนสายตาแน่วนิ่ง หลังจากมองอยู่เป็นนานในท้ายที่สุดจึงชี้มือไปทางยอดฝีมือต๋าหม่อทั้งหกคนซึ่งลอยตัวอยู่บนอากาศไม่ไกลนัก “คุ้มกันให้ด้วย!
ทันใดนั้นโม่เยี่ยกระทืบฝ่าเท้าขวาลงบนพื้น
เปรี้ยง!
ว่าแล้วคนพูดทะยานขึ้นบนอากาศยังพุ่งตรงไปยังหกยอดฝีมือต๋าหม่อในทันทีทันใด!
ด้านล่างพื้นดิน เยี่ยฉวนพลันยกประกบนิ้วมือเข้าหากัน พลังลมหายใจก่อให้เกิดการจับตัวรวมกันของกระบี่ชี่
ยามนี้ทั้งเยี่ยฉวนและโม่เยี่ยต้องร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่ง แม้ว่าก่อนหน้านี้สำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางต่างสู้กันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง แต่เป็นที่แจ่มแจ้งว่าเหตุการณ์ ณ ขณะนี้ หากทั้งสองสำนักยังอยากมีชีวิตอยู่……คงไม่มีทางอื่นนอกจากหันมาร่วมมือกัน!
เหยี่ยนเสิงรับรู้ว่าโม่เยี่ยกำลังพุ่งตรงมา เขาบิดยกมุมปากยิ้มเยาะหยัน “ขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์กระจอกงอกง่อย…”
ชั่วขณะหนึ่งโม่เยี่ยเร่งการเคลื่อนไหวให้รวดเร็วขึ้น จนไม่นานมาโผล่ตรงหน้าเหยี่ยนเสิง ยังความแปลกใจให้แก่เหยี่ยนเสิงมากพอสมควร พลันเหยี่ยนเสิงผลักฝ่ามือข้างซ้ายออกไปข้างหน้า ที่กลางฝ่ามือข้างนั้นปรากฏเปลวไฟสีน้ำเงินเข้มพุ่งออกไป
โม่เยี่ยโดนพลังฝ่ามือฟาดเข้าบริเวณหน้าอก เขาเองหาได้หลบเลี่ยงไม่ ทว่าในทางตรงข้ามออกหมัดชกเข้าที่หน้าอกของเหยี่ยนเสิงอย่างแรง!
เปรี้ยง!
โม่เยี่ยถูกพลังผกผันย้อนกลับเข้าอย่างจัง ในขณะที่เหยี่ยนเสิงถอยหลังกรูดไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อกระบี่บินซึ่งไม่ปรากฏที่มาจู่ๆ โผล่เข้ามาข้างหน้า เหยี่ยนเสิงถึงกับตกใจอย่างยิ่ง ปฏิกิริยาทำให้เขาฉวยจับกระบี่ไว้มั่นด้วยมือซ้าย
เหยี่ยนเสิงจับกระบี่ไว้อย่างแน่นหนา ทว่าจากนั้นมีกระบี่บินเล่มอื่นพุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง!
อนิจจา…
ชึ่บ!
แขนซ้ายเหยี่ยนเสิงขาดกระเด็นออกไปฉับพลัน!



