Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 845

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 845 : เยี่ยฉวนหายไปแล้ว!

C

เหลียนว่านลี่มองอีกฝ่ายพลางส่ายหน้า “เป็นข้า จะซัดให้สักเปรี้ยง!”

เยี่ยฉวนปล่อยหัวเราะก๊ากก่อนจะหันไปทางเหยี่ยนเสิงซึ่งยืนทำสีหน้าเศร้าหมอง “นี่หรือยอดฝีมือผู้มีพลังแข็งแกร่งที่สุดแห่งต่างดินแดน? ข้าว่างั้นๆ! ฮ่าฮ่า…”

ว่าแล้วร่างชายหนุ่มกลายเป็นแสงกระบี่ก่อนทะยานไปยังเส้นขอบฟ้า

เหลียนว่านลี่จึงหันไปหาเหยี่ยนเสิงพลางทำสีหน้าเศร้าสร้อย “เสียใจด้วยนะ เขาไม่ใช่คนอ้อมค้อม ชอบพูดอะไรตรงๆ อย่าถือสาเลย!”

ว่าแล้วหญิงสาวหันขวับกลับหลังจากไป

“อ๊ากกก!”

เสียงเหยี่ยนเสิงคำรามอย่างขัดแค้นด้วยความโกรธจนตัวสั่นเทา

ในตอนนั้นใบหน้าพลันเปลี่ยนวูบ ขณะต่อมาตัวเขากลับระเบิดออกจนตัวตาย

ตูม!

ร่างกายของเหยี่ยนเสิงพลันแหลกละเอียดกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไป ดวงวิญญาณทะยานไปไกลนับร้อยจั้ง!

และที่เหยี่ยนเสิงยืนอยู่ก่อนหน้า ปรากฏมีร่างของชายคนหนึ่งเข้ามาแทน

เขาคือเยี่ยฉวนซึ่งจู่ๆ หายไปนั่นเอง!

เยี่ยฉวนมองตรงมายังเหยี่ยนเสิงด้วยสายตาแน่วนิ่ง อีกฝ่ายมองตอบ ทว่าในแววตาเผยให้เห็นความตื่นกลัว “จะ……เจ้าแอบเข้ามาในตาข่ายดวงดาวอย่างเงียบเฉียบได้อย่างไร! เจ้า…”

ทันใดนั้นกระบี่ที่ชายหนุ่มถืออยู่ในมือกลายเป็นกระบี่เจิ้นหุน ก่อนชายหนุ่มจะใช้กระบี่ชี้ข้ามผ่านช่องอากาศไปยังเหยี่ยนเสิง “ย้ายดวงวิญญาณ!”

ภาพที่ปรากฏต่อมาเหยี่ยนเสิงซึ่งมองเห็นได้จากระยะไกลท่าทางหวาดกลัวสุดขีด ถอยหลังกรูดอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กำลังถอยหนี ดวงวิญญาณของเขาค่อยๆ แยกออกจากกายเนื้อทีละน้อย

เหยี่ยนเสิงมองเยี่ยฉวนดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยความสยดสยอง “เจ้า…”

เยี่ยฉวนยกกระบี่ขึ้นพร้อมโบกเบาๆ พลันดวงวิญญาณของเหยี่ยนเสิงแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีดำทะมึน ก่อนจะถูกเจ้าหุนสูบกลืนจนหมดสิ้น!

หลังจากผ่านไปชั่วครู่ เสียงพูดของเจ้าหุนดังขึ้นแสดงความตื่นเต้นยินดี “ดวงวิญญาณมีพลังอำนาจมากมายอะไรเช่นนี้! นายท่าน……ข้าอยากได้อีก!”

ชายหนุ่มฟังแล้วถึงกับพูดไม่ออก “อยากได้อีก! คิดว่ามันเป็นอะไร? พวกไร้สมรรถภาพงั้นหรือ?”

หุนรีบชี้แจงแถลงไขสุ้มเสียงตื่นเต้น “ของดีมีคุณภาพสูงอย่างนี้ เพียงสูบเข้าสู่ร่าง ข้าสามารถฟื้นพลังได้อย่างรวดเร็วเลยนะนายท่าน!”

เยี่ยฉวนยิ้มพลางส่ายหน้า “ถ้ามีโอกาส ข้าจะปล่อยให้เจ้าสูบจนเต็มอิ่มอย่างแน่นอน!”

เสียงอีกฝ่ายรีบพูดอย่างกระตือรือร้น “ขอบคุณนายท่าน! ข้ายินดีเผชิญกับอันตราย หรือแม้แต่ตายแทนนายท่านก็ย่อมได้…”

เยี่ยฉวนชะงักกึก ชายหนุ่มนิ่งงันไปชั่วครู่จากนั้นจึงสั่นศีรษะ “ในที่สุดเจ้าก็เผยตัวตนออกมาแล้วสินะ!”

เจ้าหุน “……”

ทันใดนั้นเยี่ยฉวนเงยหน้ามองจึงพบว่าในที่ไกลออกไปมีชายวัยกลางปรากฏตัวยืนอยู่ที่นั่น!

เที่ยนจุน!

คนที่เคยประมือกับเว่ยหยางเทียนก่อนหน้านั่นเอง!

เยี่ยฉวนเห็นดังนั้นจึงไม่รีรอ รีบผลักออกพลังสุญญากาศเพื่อถอยออกไปอยู่นอกเขตของตาข่ายดวงดาวอย่างรวดเร็ว

สายตาของเที่ยนจุนจ้องเขม็งมายังเยี่ยฉวน “เจ้าทำให้ข้าแปลกใจนัก!”

ชายหนุ่มสังหารยอดฝีมือต๋าหม่อทั้งสามด้วยตัวเอง ดูจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ! แน่นอนว่าเป็นเพราะโชคช่วยส่วนหนึ่ง! ถ้าเหยี่ยนเสิงไม่ประมาทจนดูแคลนฝีมือของเยี่ยฉวนแล้วรื้อตาข่ายที่กางกั้นออกเสีย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกเยี่ยฉวนตัดแขนจนสิ้นท่าอย่างรวดเร็วเช่นนั้น!

ถ้ายอดฝีมือต๋าหม่อทั้งสามรวมพลังกันต่อสู้ เยี่ยฉวนไม่มีวันต้านทานได้อย่างสิ้นเชิง!

ถึงอย่างไร คนพวกนั้นถูกเยี่ยฉวนกำจัดลงทีละคนจนหมด!

ชายหนุ่มมองเที่ยนจุนอยู่ครู่หนึ่ง จึงหมุนตัวหันกลับไป!

เยี่ยฉวนอดแปลกใจไม่ได้ที่เที่ยนจุนไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมเขาในทันที!

เพียงชั่วเยี่ยฉวนคล้อยหลังไปไม่นาน บริเวณที่ชายหนุ่มเคยยืนพลันปรากฏสตรีผู้หนึ่งขึ้นแทนที่

นางคือเว่ยหยางเทียน!

เที่ยนจุนเมื่อเห็นเว่ยหยางเทียน “ท่านเจ้าสำนักเว่ยหยาง คงไม่รู้สินะว่าใครคือศัตรูของตัวเอง!”

เว่ยหยางเทียนเลิกคิ้วย้อนถาม “แล้วไง?”

คนตรงข้ามไม่ตอบ หากเหยียดมุมปากยิ้มก่อนจะหันหลังกลับออกไป

พลันเว่ยหยางเทียนมองไปยังตาข่ายดวงดาวจึงเห็นว่านอกจักรวาลดาราปรากฏค่ายกลเคลื่อนย้ายจำนวนหนึ่งอยู่รำไร

ค่ายกลเคลื่อนย้าย!

นางจึงได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งถึงความนัยดังกล่าว

ไม่นานเว่ยหยางเทียนจึงกลับออกจากสถานที่…

ภายในหอศิลาแห่งกำแพงใหญ่จางเถี่ยน เวลานั้นบรรดายอดฝีมือจากสำนักแมวดำและดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางมารวมตัวกัน

รวมทั้งเยี่ยฉวนกับโม่เยี่ย!

สถานการณ์ภายในหอศิลา เว่ยหยางเทียนเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนกำลังโอบวงล้อมมาเพื่อทำลายเรา ไหนจะดินแดนจักรวาลดวงดาวทั้งเก้าแห่ง กองกำลังรับจ้างขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์สิบสองกอง ยอดฝีมือพิสดารยี่สิบหกคน ขุนศึกขั้นศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสิบสองคนและยังกองกำลังสัตว์อสูรระดับจ่าฝูงอีกสิบเก้าตัวด้วย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของชายชราหลังโก่งถึงกับหมองคล้ำทันตาเห็น

เยี่ยฉวนเอ่ยถามขึ้นทันที “ท่านบอกว่ามีกองกำลังรับจ้างขั้นศักดิ์สิทธิ์ งั้นหรือ?”

เว่ยหยางเทียนหันมาตอบเยี่ยฉวน “ในจักรวาลดารากว้างใหญ่ คนบางพวกจะรวมกลุ่มกันตั้งเป็นกองกำลังโดยมีภารกิจเฉพาะไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างฆ่าหรือปล้นสะดม ถ้ากองกำลังนั้นมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นกองกำลังขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ แสดงว่าคนของกองกำลังนั้นมีพลังขั้นก่อเกิดชั้นเนรมิตอย่างน้อยหนึ่งคน ส่วนคนอื่นอย่างน้อยทุกคนสำเร็จขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์! สำหรับยอดฝีมือพิสดารคนพวกนี้มาจากชุมนุมเดียวกันกับพวกยอดฝีมือต๋าหม่อ เพียงแต่ยอดฝีมือพิสดารเป็นพวกใช้เล่ห์เพทุบายมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป”

เสียงพูดหยุดนิ่งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า “ขุนศึกขั้นศักดิ์สิทธิ์ คนพวกนี้ได้รับการเกื้อหนุนจากผู้คุมกฎ ล้วนแล้วแต่เป็นคนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แกร่งกล้าอันดับต้นๆ ทั้งสมรรถนะในการต่อสู้ยังแข็งแกร่งทรงพลังอย่างมากมาย รับรองว่าไม่ได้มีดีแค่ชื่ออย่างแน่นอน”

พลันที่สิ้นเสียงพูด ทุกคนในที่นั้นต่างพากันนิ่งเงียบไม่มีใครเอ่ยพูดแม้แต่คำเดียว

ในตอนนั้นเยี่ยฉวนผุดลุกขึ้นทันทีพลางเอ่ยถามออกไป “เรามีทางออกที่ดีกว่านี้งั้นหรือ?”

คำถามนี้เรียกสายตาของทุกคนให้มองมาที่เยี่ยฉวน ฝ่ายหลังเผยรอยยิ้มแห้งแล้ง “สำหรับข้าตอบเลยว่า ไม่มี! สิ่งที่เราจะทำได้ในตอนนี้คือสู้กับสู้ตาย ส่วนอย่างอื่นนั้น……ถึงอย่างไรก็ตายอยู่วันยังค่ำ แต่ก่อนจะตาย……เราต้องสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!”

ทุกคนตั้งอกตั้งใจฟังคำพูดเมื่อครู่

ชายหนุ่มจึงพูดออกไปว่า “พวกเราไม่มีทางเลือก……ใช่ไหม?”

เว่ยหยางเทียนผงกศีรษะ “สำหรับพวกเรา……ไม่มี! ถ้าโชคดีได้ชัยชนะ จะรอดชีวิตต่อไป หากพ่ายแพ้……”

พูดพลางสายตาแลเลยมองไปทางเยี่ยฉวน “อย่างที่เขาบอก มีคนพร้อมจะตายไปกับพวกเรา”

ชายชราหลังโก่งพยักหน้า “สู้! จนกว่าจะกว่าชีวิตจะหาไม่!”

สู้!

ภายในหอศิลาไม่มีใครพูดถึงการยอมแพ้หรือยุติสงคราม!

ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่นอน!

เยี่ยฉวนเดินออกมาภายนอกหอศิลา โดยโม่เยี่ยเดินตามมาข้างหลัง

ขณะที่ทั้งสองคนเพิ่งจะลงมาจากกำแพงใหญ่จางเถี่ยน

โม่เยี่ยเป็นฝ่ายเอ่ยถามว่า “เจ้าควบคุมกระบี่ได้แล้วสินะ?”

เยี่ยฉวนพยักหน้าแทนคำตอบ

คนถามมองยิ้มๆ “กระบี่ได้อยู่กับเจ้าก็สมแล้ว!”

ชายหนุ่มตอบว่า “ขอบใจมาก!”

โม่เยี่ยบุ้ยปากไปทางจักรวาลดาราไกลโพ้น “เจ้าคิดว่าจะชนะศึกครั้งนี้ไหม?”

เยี่ยฉวนยิ้มพลางตอบทันที “ไม่มีทาง!”

อีกฝ่ายหันมามองเยี่ยฉวน ขณะที่คนหลังพูดอีกว่า “ยิ่งกลัวแพ้ยิ่งมีโอกาสแพ้ ยิ่งกลัวตายยิ่งมีโอกาสตาย!”

คนฟังบิดมุมปากยกยิ้ม “จริงสินะ ยามที่เฉียดใกล้ความตายเป็นใครก็ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอด!”

เยี่ยฉวนหยุดคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะพึมพำตอบ “จริง!”

โม่เยี่ยหันมาพูดกับเยี่ยฉวน สีหน้าจริงจัง “ข้าหวังว่าทุกคนจะมีชีวิตรอดไปได้!”

ว่าแล้วคนพูดเดินกลับออกไปทันที

คนที่ยืนอยู่ เยี่ยฉวนยืนนิ่งเป็นครู่ใหญ่ ขณะห้วงความคิดคำนึงยังโลดแล่นต่อไป

เอาตัวรอดให้จงได้!

ใครบ้างจะไม่อยากมีชีวิตอยู่?

ตัวเขาเองก็เช่นกัน……

ทว่าในขณะเดียวกันกลับคิดได้ว่าศัตรูในเวลานี้แข็งแกร่งทรงพลังอย่างแท้จริง! ไม่เพียงศัตรูภายนอกเท่านั้น แม้แต่ศัตรูภายในอย่างคนที่อยู่ในหอคอยแห่งเรือนจำชั้นที่ห้าก็เหมือนกัน!

หอคอยแห่งเรือนจำ!

หอคอยนำโชคดีมาให้ทว่านำหายนะมาด้วยเช่นกัน!

อย่างที่สตรีลึกลับเคยกล่าวไว้ หอคอยแห่งเรือนจำจะนำสิ่งดีๆ มาให้รวมทั้งวิบัติที่มาเยือนในเวลาเดียวกัน!

สตรีลึกลับ!

พลันเยี่ยฉวนหวนคำนึงถึงสตรีลึกลับขึ้นมาทันควัน

สตรีผู้มีพลังอำนาจอย่างเหลือเชื่อ!

นัดพบกันบนก้อนเมฆ!

ก่อนที่จะหายไปครั้งสุดท้าย นางบอกว่าจะกลับมาพบเขาอีก……พบกันบนก้อนเมฆ!

ชายหนุ่มอยากพบนางมากจริงๆ

จะมีโอกาสนั้นไหม?

เยี่ยฉวนมองไปทางเส้นขอบฟ้า ด้วยความรู้สึกฉงนใจยิ่ง

เวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปกระทั่งสิ้นสุดเวลากลางคืน ท้องฟ้าเริ่มปรากฏสีขาวจางๆ ณ เส้นขอบฟ้าปรากฏดวงอาทิตย์สาดแสงแรงกล้า

เหนือกำแพงใหญ่จางเถี่ยน ตาข่ายดวงดาวที่คลุมครอบอยู่นั้นค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทันใดนั้นใครคนหนึ่งทะยานลงมายืนบนกำแพง!

เที่ยนจุน!

เที่ยนจุนเหลือบสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง “คนของดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำจงฟัง ข้าจะไม่ทำอันตรายถ้าพวกเจ้ายอมแพ้แต่โดยดี!”

ไม่ทำอันตรายพวกที่ยอมแพ้งั้นหรือ!

คำประกาศส่งผ่านด้วยพลังชี่เร้นลับ ไม่นานจึงแพร่กระจายไปทั่วทั้งกำแพงใหญ่จางเถี่ยน!

ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เว่ยหยางเทียนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเที่ยนจุน สายตาของสตรีจ้องเขม็ง “อย่าเสียเวลามัวเพ้อเจ้อดีกว่า!”

คนตรงข้ามแสยะปากบิดเบี้ยว “เว่ยหยางเทียน ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้!”

ทันทีที่สิ้นคำพูด ณ จักรวาลดาราแสนไกล เหล่ายอดฝีมือควบม้าศึกเพลิงโลกันตร์ราวเจ็ดสิบสองตัว กำลังมุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว!

เห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนอยู่พลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น!

ขุนศึกขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์!

เมื่อปรากฏเหล่ายอดฝีมือทั้งเจ็ดสิบสองกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ ความรุนแรงประดุจม้าศึกรวมทั้งขุนศึกนับล้านเข้าถล่มก็มิปาน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างสีหน้าเคร่งเครียดด้วยความรู้สึกอึดอัดกดแน่นอยู่ในอก!

เสียงเว่ยหยางเทียนออกคำสั่ง “ผู้พิทักษ์เว่ยหยาง!”

ขาดคำของสตรี พลันด้านหลังเว่ยหยางเทียนปรากฏผู้พิทักษ์เว่ยหยางสิบหกคนภายใต้การนำของอากุ้ยผู้เป็นผู้นำ

ขณะต่อมาชายชราหลังโก่งส่งเสียงดังฟังชัด “นักรบแมวดำ!”

จากนั้น ที่ด้านหลังของเขาปรากฏร่างนักรบแมวดำถึงเก้าคนทันที!

เว่ยหยางเทียนออกคำสั่งเสียงเข้ม “ฆ่ามัน!”

อากุ้ยฉวยเคียวโค้งพร้อมด้วยผู้พิทักษ์เว่ยหยางทั้งสิบหกพลันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า!

อีกทั้งนักรบแมวดำทั้งเก้าแห่งสำนักแมวดำพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน!

ยี่สิบห้าต้านทานเจ็ดสิบสองในแง่ของพลังแรงผลัก คนยี่สิบห้าคนจากดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางรวมกับสำนักแมวดำ มิได้ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนศึกขั้นศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสิบสองคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย!

ขณะนั้นเที่ยนจุนจับตามองฝ่ายดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำด้วยสายตาแน่วนิ่ง คนเหล่านั้นพลังแข็งแกร่งก็จริง ทว่าคนยี่สิบห้าคนจะต้านทานคนเจ็ดสิบสองคนได้อย่างไร?

เมื่อการปะทะกันเริ่มขึ้น ในเวลาไม่นานดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำถูกสกัดอย่างรวดเร็ว!

คนเหล่านี้เป็นผู้มีพลังสูงส่งนักด้วยดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำให้การอุปถัมภ์ค้ำจุนด้วยความอุตสาหะ อย่างไรก็ตามขุนศึกขั้นศักดิ์สิทธิ์หาใช่คนอ่อนด้อยพลังแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ที่ได้เปรียบในด้านจำนวนคน นับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ ดินแดนจักรวาลดาวเว่ยหยางและสำนักแมวดำจึงเป็นฝ่ายถูกสกัดยับยั้งอย่างรวดเร็ว!

คนที่จับตามองเห็นเช่นนั้น เที่ยนจุนแสยะยิ้มพลันเบนสายตามองไปทางเว่ยหยางเทียน “จู่โจม!”

ต่อมาปรากฏคนกลุ่มใหญ่พุ่งออกมาจากจักรวาลดาราทันที!

ครานี้มีคนไม่มากราวสี่สิบหรือห้าสิบ ทุกคนทั้งหมดทยอยกันลงมาทีละกลุ่ม จากการสังเกตจะรู้ได้โดยทันทีว่าคนพวกนี้คือกองกำลังรับจ้างขั้นศักดิ์สิทธิ์!

สมาชิกทุกคนมีพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์!

เท่ากับในเวลานี้มีคนพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์กระจายอยู่ทุกที่อย่างแท้จริง!

ถึงตอนนี้จะมีคนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์มากมายมาปรากฏตัว หากพวกเขามิใช่คนไร้สมรรถภาพแต่อย่างใด ตรงกันข้ามดินแดนจักรวาลดวงดาวแห่งนี้ คนขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นของหาได้ยากอยู่ดี! จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้มีพลังอำนาจจากทุกแห่งหนเกือบทั้งหมดจึงมารวมตัวกันที่นี่!

ถ้าวันนี้พวกเขาไม่มารวมตัวกัน ยอดฝีมือขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละดินแดนจักรวาลดวงดาวอย่างมากมีเพียงสิบหรือยี่สิบคนเท่านั้น!

คนที่มองดูอยู่ด้านล่าง เว่ยหยางเทียนหันไปมองให้สัญญาณกับท่านไป่ ฝ่ายหลังพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ เขาและหลีฉางเฟิงรวมทั้งคนอื่นทะยานออกไปเผชิญหน้ากับบรรดากองกำลังรับจ้างที่โผล่มาข้างบน!

ยังมีหมั่วเค่อฉือ เจ้าสำนักแมวดำคนปัจจุบันซึ่งพุ่งตัวออกไปพร้อมกับเหล่ายอดฝีมือในสำนักอีกจำนวนหนึ่ง!

บนท้องฟ้า ขณะนั้นเที่ยนจุนกำลังจับมองลงมา สายตากวาดไปที่โม่เยี่ย จั่วชิงและคนอื่นๆ ทว่ากลับไม่พบตัวเยี่ยฉวน!

หัวคิ้วขมวดเข้าหากันกับเพ่งมองดูเพื่อให้รู้แน่ชัด ก็ยังไม่เห็นเยี่ยฉวนอยู่ดี!

พลันราวกับเที่ยนจุนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ ส่งให้สีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “เจ้าเยี่ยฉวนหายไปแล้ว! ใช้ลูกไม้สกปรกอีกแน่!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!