บทที่ 848 : ปล่อยให้ข้าตายเถอะ! (ต้น)
ชายเฒ่ามุ่งผลักหมัดออกไปหมายซัดใส่เยี่ยฉวนเต็มแรง ทว่าจู่ๆ มีทวนยาวปรากฏขึ้นมาทางไหนไม่รู้ได้
เปรี้ยง!
ชายชราสวมผ้าสีม่วงผงะถอยอย่างต่อเนื่องรวดเดียวไปไกลกว่าสามสิบจั้ง
คนที่ถูกตีจนล่าถอยเงยหน้าขึ้นมอง ที่เบื้องหน้าเยี่ยฉวนปรากฏสตรีสวมชุดขาวทั้งตัวหยุดยืนในมือมีทวนยาวถือกระชับแน่น
อันหลานซิ่วนั่นเอง!
หญิงสาวจ้องเขม็งไปยังชายชราสวมผ้าคลุมสีม่วง ขณะในมือยังถือทวนยาวเช่นเดิม สายตาแน่วแน่ไร้ร่องรอยความหวาดกลัวอย่างสิ้นเชิง
ชายชราฝั่งตรงข้ามเขม้นมองตรงมายังสตรีที่เข้ามาปรากฏตัว “เจ้าเป็นใคร!”
อันหลานซิ่วไม่ตอบคำถามกลับหันหลังไปมองดูเยี่ยฉวน ขณะนั้นชายหนุ่มกำลังยกหลังมือเช็ดคราบโลหิตที่มุมปากพอดี เยี่ยฉวนจึงเอ่ยถามว่า “อะไรพาเจ้ามาถึงที่นี่?”
หญิงสาวมองหน้าคนถาม “ไม่อยากต้อนรับข้า……งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนบิดมุมปากยิ้ม “เรื่องอันใดถึงจะไม่ต้อนรับเจ้า ยินดีอย่างยิ่งเชียวล่ะ!”
ขณะที่อันหลานซิ่วขยับปากจะโต้ตอบ พลันมีเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของชายชราสวมชุดสีม่วงดังออกมาไม่ไกลนักขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน “เช่นนั้นก็เตรียมตัวตายด้วยกันทั้งคู่นั่นล่ะ!”
ทันใดนั้นชายชราสวมชุดม่วงผลักออกฝ่ามือข้างซ้ายกดลงล่าง ส่งออกพลังฝ่ามือขนาดมหึมาฝ่าข้ามผ่านชั้นอากาศลงไปในทันที พลังฝ่ามือพุ่งเข้าใส่เยี่ยฉวนและอันหลานซิ่วอย่างรวดเร็ว!
ฝ่ายหญิงสาวหมุนพลิกข้อมือกริก เสือกทวนแทงออกไป
ฟิ้ว!
ปลายแหลมของทวนแทงทะลุฝ่ามือยักษ์ตรงๆ ทว่าฝ่ามือขนาดใหญ่ทรงพลังส่งพลังผลักร่างของอันหลานซิ่วถอยวูบกระเด็นไปไกล ข้างฝ่ายเยี่ยฉวนไม่รีรอ ชายหนุ่มใช้กระบี่ในมือฟันฉับเข้าที่ฝ่ามือนั่นทันที
เปรี้ยง!
พลันฝ่ามือยักษ์ถูกทุบจนแหลกกระจายในทันที!
ทว่าเยี่ยฉวนกลับต้องแปลกใจ ขณะพบว่าชายชราสวมชุดสีม่วงปรากฏกายขึ้นต่อหน้า ชายหนุ่มเตรียมขยับทำท่าจะออกต้านทาน พลันเสียงของอันหลานซิ่วดังเข้ามาในหัวว่า “ถอยไป!”
เยี่ยฉวนจึงขยับถอยห่างไปเพียงหนึ่งก้าว พลันทวนยาวพุ่งลงมาจากด้านบนศีรษะ เห็นเพียงแสงสว่างแวบวาบออกจากปลายทวนแหลมคม
ฝั่งชายชราสวมชุดม่วง เขาเองประหลาดใจเกินกว่าที่จะประมาทต่อพลังต้านทานดังกล่าวได้ จึงผลักหมัดซ้ายกระแทกออกไปอย่างหนักหน่วง!
เปรี้ยง!
อันหลานซิ่วกระเด็นลิ่วไปไกลกว่าสามสิบจั้งในคราวเดียว ทว่าในเวลาเดียวกันปรากฏกระบี่บินถึงสองเล่มขึ้นต่อหน้าชายชราสวมชุดม่วง พลันกระบี่ทั้งสองพุ่งตัดเข้าที่บริเวณลำคอของเขาอย่างรวดเร็ว!
ความว่องไวในการรับรู้ของจอประสาทตาสัมผัสได้ทันที ชายชราสวมชุดสีม่วงจึงเอนตัวเลี่ยงหลบ ถึงกระนั้นในจังหวะที่หยุดเคลื่อนไหว เยี่ยฉวนซึ่งอยู่ห่างออกไปในตอนแรกกลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า จากนั้นชายหนุ่มตวัดกระบี่ในมือฟาดใส่ชายชราอย่างรวดเร็ว!
หนึ่งกระบี่พิฆาตวิญญาณ!
คงไม่ต้องเดาเลยว่าในครั้งนี้เยี่ยฉวนใช้กระบี่เจิ้นฮุนในการพิฆาตศัตรู!
เมื่อการชิงชัยครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามเป็นชายชราสวมชุดม่วง เยี่ยฉวนไม่มั่นใจการต่อสู้ระยะห่างเลยสักนิดเมื่อต้องใช้งานวิชาสองร่างในสถานที่เดียวหรือการยึดครองดวงวิญญาณ ผลจึงปรากฏว่าเขาเลือกใช้การต่อสู้ในระยะประชิดตัวฝ่ายตรงข้าม
ทว่าครานี้เยี่ยฉวนจงใจฟาดใส่ชายชราเมื่อประจักษ์ชัดว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหลบพ้น!
ณ ตอนนั้นชายชราสวมชุดสีม่วงเองตระหนักถึงลักษณะเฉพาะตัวของกระบี่ที่เยี่ยฉวนใช้อยู่เหมือนกัน ดังนั้นฝ่ายแรกจึงค่อนข้างวิตกไม่น้อย ทว่าในทางกลับกันพบว่าตนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย พลังฟาดนั้นทั้งเฉียบคมอีกทั้งยังตรงเวลาเหมือนคาดการณ์ไว้แล้ว ในท้ายที่สุดชายชราสวมชุดสีม่วงจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเผชิญหน้าสู้ชนิดตัวต่อตัวเท่านั้น!
ไม่มีหนทางอื่น!
เสียงชายชราคำรามอย่างกราดเกรี้ยวผ่านลำคอ พร้อมกับเงื้อหมัดซ้ายผลักออกพร้อมกับอัดพลังทั้งหมดที่มีเข้าอย่างเต็มที่ ทันใดนั้นพื้นอากาศเบื้องหน้าถล่มทลายลงมาโดยฉับพลัน
กระบี่ที่เยี่ยฉวนถืออยู่พลันลดฮวบ!
เปรี้ยง!
ขณะนั้นเสียงระเบิดสนั่นดังสะท้อนไปในอากาศ ร่างของเยี่ยฉวนกระเด็นหวือไปไกล ทว่าในขณะที่ลอยละลิ่ว กระบี่ได้ตวัดตัดลงที่แขนของชายชราสวมชุดสีม่วงทันที!
ชายชราสวมชุดม่วงที่ถูกตัดแขนพลันตัดสินใจระเบิดตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว ทั้งน่าตกใจทั้งดูสิ้นท่าในเวลาเดียวกัน พลันต่อมาดวงวิญญาณชายชราลอยออกสู่ภายนอก!
เหตุนี้ทำให้ดวงวิญญาณถลันลอยไปไกลกว่าสามร้อยจั้ง!
อันหลานซิ่วขยับตัวทำท่าจะออกตามดวงวิญญาณ พลันชายชราสวมชุดม่วงคำรามเสียงลั่น “หยุดพวกมันซะ!”
ทันใดนั้นเบื้องหน้าชายชราปรากฏคนสวมชุดดำสี่คนออกมาคุ้มกัน
หญิงสาวจึงชะงักหยุดอยู่กับที่ นางเปลี่ยนเป็นย้อนกลับไปข้างเยี่ยฉวนซึ่งขณะนั้นที่มุมปากยังมีโลหิตรินไหลออกมาไม่ขาดสาย
อันหลานซิ่วเช็ดโลหิตรอบมุมปากของเขาออกให้อย่างแผ่วเบา พลางสีหน้าหญิงสาวค่อยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
เยี่ยฉวนมองไปไกล ที่นั่นเผยดวงวิญญาณของชายชราสวมชุดสีม่วงออกมาให้เห็น ทว่าหลังจากนั้นต่อมาภาพดวงวิญญาณค่อยกลายเป็นกระจ่างชัดขึ้นมาอีกครั้ง!
ยังไม่ตาย!
สีหน้าของชายหนุ่มหมองคล้ำไปทันที!
ไกลออกไป ชายชราสวมชุดม่วงอีกฟากมองตรงมาที่เยี่ยฉวน แววตาแฝงความหวาดกลัวล้ำลึก
ทุกพลังฟาดที่ปล่อยออก เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด!
หากไม่ควบคุมพลังวิญญาณ……คงตายไปเสียนานแล้ว!
ชายชราสวมชุดม่วงจ้องมองเยี่ยฉวนอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นทะยานย้อนกลับสู่จักรวาลดาราทันที
ณ ขณะนั้นเขาไม่กล้าเสี่ยงประมือกับคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยฉวนหรืออันหลานซิ่วก็ตาม!
ชายชราสวมชุดสีม่วงมีสภาพเป็นร่างวิญญาณ และเมื่อเจอกับความชำนาญในการใช้กระบี่เสมือนมือปราบแห่งร่างวิญญาณก็ว่าได้จากกระบี่เยี่ยฉวน ถ้าฝืนสู้ต่อชายชราคงหนีตายอย่างฉิวเฉียดเป็นแน่!
ภายหลังจากถอนตัวคืนสู่จักรวาลดารา ชายชราสวมชุดสีม่วงออกสั่งเสียงคำรามดุดัน “พวกเจ้าทุกคน ลงมือ!”
ทันใดนั้น ลึกเข้าไปภายในจักรวาลดาราปรากฏกลุ่มยอดฝีมือจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนดิ่งลงตามกันมา
ด้วยจำนวนยอดฝีมือทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างฉับพลันทันใด!
ต่อมาเหล่าผู้คุ้มกฎทั้งหลายถูกจู่โจมในเวลาไล่เลี่ยกัน!
ลงไปที่ด้านล่าง เยี่ยฉวนเงยมองไปยังจักรวาลดารา ปรากฏปราการสีดำสนิท หัวคิ้วขมวดมุ่นกดลึกไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าความคิดในใจ
อันหลานซิ่วเข้ามาช่วยคุ้มกัน ส่งเสียงดังแว่วมาจากข้างๆ “ทำให้เต็มที่ล่ะ!”
เยี่ยฉวนพยักหน้า “เต็มที่แน่นอน!”
ทันใดนั้นคนพูดฉวยกระบี่ไว้ในมือพร้อมกับทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
โดยมีอันหลานซิ่วตามมาติดๆ
ชายหนุ่มมุ่งเข้ารับหน้ากับเหล่ายอดฝีมือพลังศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งทันที ขณะที่อากุ้ยและพรรคพวกบางคนล่าถอยอย่างสิ้นเชิง บางคนถูกศัตรูที่ตามมาทันสังหารตายอย่างทารุณ โดยไม่มีใครหยิบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้!
การที่เยี่ยฉวนกับอันหลานซิ่วเข้าไปช่วยเหลือนั้น ทำให้ภาระอันหนักอึ้งบนบ่าของพวกอากุ้ยผ่อนคลายลงไปมาก โดยเฉพาะกระบี่บินของเยี่ยฉวนซึ่งช่วยต้านทานอยู่เบื้องหลัง ถ้าพูดให้ถูกคงบอกได้ว่าช่วยคนได้มากเลยทีเดียว!
กระทั่งยอดฝีมือจากขั้นพลังสูงที่สุดก็ไม่อาจต้านกระบี่บินของเยี่ยฉวนที่ออกปะทะได้
กระบี่บินมีความเร็วยิ่งยวด!
ความรวดเร็วที่ว่าแม้แต่คนในขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ยังหลบหนีการจู่โจมไม่พ้น!
ส่วนอันหลานซิ่วคว้าชัยมาได้เช่นกัน หญิงสาวจัดการยอดฝีมือขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเองจนอยู่หมัด การประสานมือร่วมพลังกันระหว่างอันหลานซิ่วและเยี่ยฉวนทำให้การต่อสู้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก จนสังหารคนในขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ล้มตายเกลื่อนไปเพียงไม่กี่อึดใจ! ดังนั้นทั้งอากุ้ยกับพรรคพวกจึงออกเคลื่อนไหวสู้ต่อ!



