Skip to content

หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ 859

Yi Jian Du Zun
BC

บทที่ 859 : อำลา! (ปลาย)

C

เมื่อกลับถึงหอศิลา เยี่ยฉวนหยิบวงแหวนสัมภาระที่ได้จากจักรพรรดิซิงซึ่งยกให้ก่อนที่คนผู้นั้นจะสิ้นลมปราณ ในวงแหวนประกอบด้วยของสองสิ่ง ชิ้นแรกเป็นปลอกแขนสีทองดำคล้ำคู่หนึ่ง จากที่เห็นดูเหมือนปลอกแขนคู่นี้จะทำจากหนังสัตว์บางชนิด ตอนที่ลองเอามือลูบรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มชวนสัมผัสยิ่ง

ชายหนุ่มสวมปลอกแขนเสียโดยเร็ว ทันใดนั้นปลอกแขนบีบรัดเข้าหากัน ไม่นานนักรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไหลหลากเข้าสู่แขนข้างนั้นอย่างต่อเนื่อง มิหนำซ้ำที่ด้านหลังปรากฏเงาของสัตว์อสูรโผล่ออกมาอย่างปัจจุบันทันด่วนจนมองเห็นได้ด้วยตา!

พิจารณาจากรูปเงาแล้วละม้ายคล้ายเสือตัวใหญ่ ทว่ามีปีกและเกล็ดสีดำสนิทห่อหุ้มตลอดทั้งร่าง มีแสงเปล่งประกายเจิดจรัสออกมาอย่างเข้มข้น

เป็นสัตว์อสูรชนิดใด?

เยี่ยฉวนนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความข้องใจ ขณะนั้นเสียงเจ้าสุนัขอสูรดังขึ้นว่า “เจ้านี่น่าจะเป็นสมิงคุณไสยจากบรรพกาล”

เยี่ยฉวนย้อนถามทันควัน “สมิงคุณไสย……งั้นหรือ?”

เสียงสุนัขอสูรพูดต่อไปว่า “สัตว์อสูรตัวนี้มีพลังร้ายกาจ ปลอกแขนคู่นั้นปลุกเสกไว้ด้วยวิญญาณของสมิงคุณไสย ทำให้คนที่สวมใส่ได้รับความช่วยเหลือจากวิญญาณของสมิงคุณไสย ดังนั้นพลังความแข็งแกร่งของเจ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ นับว่าเป็นของล้ำค่ามากทีเดียว!”

คนฟังแล้วพยักหน้าตาม ในเมื่อเป็นของดีล้ำค่าเช่นนี้เป็นธรรมดาที่เขาต้องเก็บไว้แน่นอน

หลังจากเก็บปลอกแขนเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มหันไปหาสมบัติล้ำค่าชิ้นที่สองต่อ ซึ่งมีลักษณะคล้ายรูปจำลองเรือขนาดเล็ก ของชิ้นนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น……เรียกว่าเล็กนิดเดียว

เมื่อมองดูใกล้ๆ พลันเยี่ยฉวนถึงกับนิ่งอึ้ง

เสียงสุนัขอสูรถามอย่างหงุดหงิด “สงสัยอะไร เจ้านี่เรียกว่ายานจักรดารา!”

คนทวนคำพลางถามกลับ “ยานจักรดารา?”

เสียงตอบของอีกฝ่ายดังมาว่า “ไอ้หนุ่ม จะบอกให้ว่าสมบัติชิ้นนี้มีค่ายิ่งกว่าปลอกแขนคู่นั้นเสียอีก แม้แต่สำนักของข้าสมัยก่อนนี้เคยมีไว้ครอบครองเพียงแค่ชิ้นเดียว ก่อนที่มันจะหายสาบสูญไป ในตอนนั้นข้าเองยังกลัวว่าจะหาไม่ได้อีกแล้ว”

เยี่ยฉวนถามอีก “ใช้ทำอะไร?”

สุนัขอสูรอธิบายยืดยาว “สารพัดประโยชน์เลยทีเดียว! เรือเหาะจักรวาลดาราธรรมดาๆ เวลาเดินทางไปทั่วในจักรวาลดารามีโอกาสพบกับอันตรายนานาประการ เพราะมีทั้งดวงดาวมากมาย ไหนจะหินอุกกาบาตหรือหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินเรือเหาะที่ผ่านไปมาทุกเมื่อ อย่างไรก็ตามยานจักรดารานั้นไม่เหมือนกันเพราะยานลำนี้มีทั้งความแข็งแกร่ง อีกทั้งเคลื่อนที่ได้เร็วมาก ทำให้มีเพียงยานจักรดาราเท่านั้นที่สามารถสัญจรไปมาภายในจักรวาล และที่สำคัญสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้จะช่วยปกป้องคนที่โดยสารมาบนเรือ ถ้าเจ้าเคยใช้ยานจักรดาราก่อนหน้านี้……บรรดายอดฝีมือจากต่างดินแดนกับดินแดนจักรวาลดาวเที่ยนเหอจะไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน แม้แต่ร่างอวตารของผู้นำสูงสุดแห่งจักรวาลดวงดาวก็ทำอะไรมันไม่ได้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้เยี่ยฉวนเบิกตาโพลงอดตกใจไม่น้อย “น่าทึ่งขนาดนั้นเลยหรือ?”

เสียงตอบเคร่งขรึมจริงจัง “นี่แน่ะไอ้หนุ่ม ของชิ้นนี้มีคุณค่ามากมหาศาล สมัยนั้นสำนักของข้าเคยมีไว้ครอบครองอยู่หนึ่งชิ้น แต่เห็นได้ชัดว่าชิ้นที่เราเคยมีเทียบไม่ได้กับชิ้นที่เจ้ามีเลยด้วยซ้ำ ยานจักรดาราที่ถืออยู่ตอนนี้เป็นยานจักรดาราของแท้เลยก็ว่าได้!”

เสียงพูดชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อไปว่า “ตอนนี้เจ้าจะไปสำนักเซียนยังได้”

“สำนักเซียน?”

เยี่ยฉวนขมวดคิ้ว สีหน้าครุ่นคิด “ให้ข้าไปสำนักเซียนงั้นหรือ?”

สุนัขอสูรจึงตอบอีกฝ่ายว่า “ถือว่าช่วยข้าสักครั้ง! ถ้ามีคนของสำนักเซียนยังเหลือรอด เวลานี้สถานการณ์อาจไม่สู้ดีนัก”

เสียงเยี่ยฉวนโพล่งออกไปว่า “อยู่ไกลแค่ไหน?”

เสียงตอบว่า “ถ้าเป็นเมื่อก่อนบอกได้ว่าไกลโข แต่ตอนนี้ด้วยสิ่งที่เจ้าถืออยู่สามารถพุ่งเข้าหลุมดำได้ และเมื่อนั้นจากที่ไกลจะกลายเป็นใกล้ทันที”

ชายหนุ่มผงกศีรษะ “ตกลง!”

ด้วยความสัตย์จริงเขาเองก็อยากแวะไปดูสำนักเซียนอยู่แล้วด้วย เพื่อไปเห็นสำนักที่ครั้งหนึ่งเคยเก่งฉกาจทรงพลัง

แน่อยู่แล้วว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงเผื่อค้นหาบางอย่างที่มีมูลค่า……

นอกจากสมบัติล้ำค่าทั้งสองชิ้นนี้แล้ว เยี่ยฉวนยังเห็นว่ามีไข่อีกสามใบ

ขนาดของไข่แต่ละใบต้องบอกว่าใหญ่มาก!

ชายหนุ่มหยิบเอาไข่ทั้งสามใบออกมาวาง ขณะนั่งมองด้วยความรู้สึกฉงนงงงัน “พี่ชายสุนัขอสูร ไข่พวกนี้คืออะไร?”

คนถูกถามกลับตอบด้วยน้ำเสียงเมินเฉย “ข้าจะไปรู้ได้ไง!”

เยี่ยฉวนนิ่งงัน “……”

ตอนนี้เองหลิงน้อยปรากฏตัวออกมายืนข้างหน้าเยี่ยฉวน ในมือของเด็กน้อยถือผลไม้มาข้างละชิ้น

ชายหนุ่มมองดูอาหลิง อีกฝ่ายเดินสำรวจไปรอบๆ ไข่ทั้งสาม ค่อยๆ ดูไข่ทีละใบท่าทีพิจารณาอย่างถี่ถ้วนพลันเด็กหญิงหันขวับไปบอกเยี่ยฉวนว่า “ข้าขอนะ!”

ชายหนุ่มลังเลเล็กน้อยขณะถามอีกฝ่าย “ไม่ใช่ว่าเจ้าจะเอาไปกินเองนะ?”

เด็กหลิงใช้นิ้วเคาะเปลือกไข่ทั้งสามเบาๆ และหันมายิ้มเผล่ “ข้าจะเอาไปเลี้ยง บางทีอาจมีลูกนกฟักออกมาก็ได้!”

คนตรงข้าม “……”

เด็กหญิงไม่รอช้าฉวยไข่ทั้งสามใบไปทันที

ในเวลาไล่เลี่ยยอดยุทธ์ที่ชั้นสองโผล่ออกมาเบื้องหน้าชายหนุ่ม นางมองตรงมาที่อีกฝ่ายขณะบอกกับเขาว่า “ข้าต้องไปแล้ว!”

พลันรอยยิ้มบนใบหน้าชายหนุ่มเผือดหายไปอย่างรวดเร็ว “ท่านจะไปจากที่นี่งั้นหรือ?”

ยอดยุทธ์ชั้นที่สองพยักหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าต้องกลับไปดูให้รู้แน่”

ชายหนุ่มอดถามออกไปไม่ได้ “ท่านมาจากไหน?”

ยอดยุทธ์ชั้นที่สองจึงว่า “ที่ที่ไกลจากที่นี่มากนัก”

อีกฝ่ายถามต่อ “ท่านจะกลับมาอีกไหม?”

ฝ่ายถูกถามหันมามองเยี่ยฉวนแล้วผงกศีรษะครั้งหนึ่ง “กลับสิ แล้วข้าจะมายืมหอคอยของเจ้าไปใช้สักหน่อย”

เยี่ยฉวนยิ้มกว้าง “ไม่มีปัญหาตราบใดที่ข้ายังอยู่……ย่อมได้ทุกเมื่อ!”

ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองเงยมองขึ้นไปก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “ก่อนตายจักรพรรดิซิงขึ้นไปที่ชั้นหก ถ้าเดาไม่ผิดคนที่อยู่บนชั้นที่หกคงจะถูกปลุกขึ้นมาแล้ว บางทีคนผู้นี้อาจไม่ได้มาจากโลกสี่มิติ ไม่ว่าจะมาจากโลกห้ามิติหรือไม่ก็ตาม……ถึงอย่างไรอีกไม่นานเจ้าคงจะได้รู้เอง”

คนฟังนิ่งเงียบ

ผู้พูดเหลือบมองเยี่ยฉวน “ไม่ต้องกังวล ก่อนที่ผู้ฝึกกระบี่จะจากไป เขาใช้กระบี่ของตัวเองข่มสกัดหอคอยเอาไว้แล้ว ในระหว่างนี้คนที่ชั้นหกจะไม่สามารถออกมาได้อย่างแน่นอน แต่ควรเตรียมตัวไว้บ้าง ทางที่ดีหากมีโอกาสออกตามหากฎแห่งเต๋าให้รวบรวมไว้ทั้งหมดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้ใช้เวลาศึกษากฎแห่งเต๋าให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเต๋าแห่งนิรมิตจากชั้นที่สอง ถ้ากำราบลงได้มันจะช่วยเจ้าได้มาก!”

เยี่ยฉวนค้อมศีรษะ “ขอบคุณที่ชี้แนะ!”

ยอดยุทธ์ชั้นที่สองหยุดมองเยี่ยฉวน “หวังว่าคราวหน้าที่พบกัน ตอนนั้นเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่นะ!”

คนพูดหายวับไปอย่างรวดเร็ว

ไปแล้ว……

ภายในหอคอยแห่งเรือนจำ เยี่ยฉวนยืนเงียบงันอยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน

ยอดยุทธ์ที่ชั้นสองไปแล้วอีกคน!

กฎแห่งเต๋า!

เยี่ยฉวนค่อยกำมือเข้าหากันอย่างช้าๆ

การเผชิญหน้ากับหอคอยแห่งเรือนจำ ทำให้เขาไม่อาจปล่อยตัวตามสบายได้อีกครั้ง! ต้องตามหากฎแห่งเต๋าให้พบ!

ยิ่งพบกฎแห่งเต๋ามากเท่าไร……ยิ่งควบคุมหอคอยได้มากเท่านั้น!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!