บทที่ 880 : ขออภัยที่รบกวน! (ปลาย)
ทันทีที่เห็นคนที่ปรากฏตัว ชายถือทวนเม้มปากแน่นพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ครู่ต่อมาเขาทะยานออกไปพุ่งเข้าใส่คนเหล่านั้น!
การปะทะครั้งใหญ่!
ต่อมาไม่นานบริเวณรอบหอคอยแห่งเรือนจำเริ่มมีเหตุการณ์การปะทะกันของเหล่าบรรดายอดฝีมือ
ในมุมมืดลับสายตาผู้คนแห่งหนึ่ง เยี่ยฉวนซุ่มดูอย่างเงียบเชียบ…
ตามธรรมดาชายหนุ่มไม่ค่อยวิตกกังวลเรื่องที่หอคอยแห่งเรือนจำจะตกไปอยู่ในมือของคนพวกนั้น ด้วยเขาเองรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของหอคอยแห่งเรือนจำอย่างแท้จริง!
ในคราวไปเยือนสำนักภูตบรรพกาล สิ่งนั้นได้สำแดงอิทธิฤทธิ์พลังแข็งแกร่งให้เห็นแล้ว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่คนในขั้นพลังก่อเกิดชั้นเนรมิตจะต้านทานได้อย่างแน่นอน
ยิ่งกว่านั้นหากหอคอยแห่งเรือนต้องการไปจริงๆ ย่อมเป็นการดีกับตัวของเขาเอง
ถึงตอนนั้น คงไม่ต้องพึ่งพาพลังจากหอคอยอีกต่อไป ในทางกลับกันเพราะมีสิ่งนี้ จึงต้องคอยเป็นกังวลกลัวคนที่อยู่บนชั้นหกจะหลุดออกมาสักวัน……
ชายหนุ่มยอมเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอกมากกว่าคนที่อยู่ในหอคอยแห่งเรือนจำ!
ชายหนุ่มออกจากภวังค์ความคิดพลันมองไปที่ที่ไม่ไกลนัก ในจักรวาลดาราเหล่าบรรดายอดฝีมือกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเอาเป็นเอาตาย จนยอมรับกับตัวเองว่าคนพวกนั้นช่างแข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
ถ้าใช้วิธีคืบคลานเข้าไปโดยที่ไม่ให้พวกนั้นรู้ตัวจากนั้นชิงลงมือ ชายหนุ่มมั่นใจว่าจะสังหารคนเหล่านั้นได้แน่ แต่ถ้าปะทะกันซึ่งหน้าแทบไม่มีโอกาสเอาชนะได้เลย!
เหนือสิ่งอื่นใดคนพวกนี้ที่มา ล้วนมีขั้นพลังเหนือกว่าเขาทั้งนั้น!
ฉับพลันนั้นชายถือทวนถูกซัดจนร่างกระเด็นไปไกลอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังรุนแรงส่งให้ร่างลอยไปไกลราวหกลี้ ยิ่งกว่านั้นแขนข้างซ้ายขาดหายไปทั้งหมด!
ใบหน้าของชายถือทวนยามนี้ขาวซีดอย่างยิ่ง กวาดสายตามองดูคนอื่นที่อยู่ไม่ห่างไปเท่าใดนัก แสดงท่าทางลังเลครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดจึงเลือกกลับออกไปทันที
เขาสิ้นไร้ความสามารถที่จะแข่งขันเพื่อช่วงชิงสมบัติล้ำค่าเสียแล้ว!
ชายถือทวนทะยานออกไปเพียงไม่นาน จนร่างนั้นลับหายไปไกลสุดขอบฟ้า ราวหนึ่งถ้วยชาให้หลังคนที่ทะยานออกไปพลันหยุดชะงัก ทันทีที่เขาหยุดนิ่งอยู่กับที่ปรากฏคลื่นพลังแห่งลำแสงกระบี่พุ่งมาเสียบเข้าที่กลางแสกหน้าพอดิบพอดี!
นัยน์ตาสองข้างเหลือกถลนจนแทบหลุดออกนอกเบ้าขณะจ้องมองอีกฝ่าย “เจ้า……”
ด้านหลังชายถือทวน เยี่ยฉวนเก็บกระบี่คืนฝักอย่างใจเย็น จากนั้นฉวยเอาวงแหวนสัมภาระของชายถือทวนออกไป ก่อนที่ร่างจะสั่นน้อยๆ และลับตาไปปรากฏยังที่ไม่ไกลกันนัก
ชายหนุ่มย้อนกลับไปยังที่ยอดฝีมือที่ต่อสู้ปะทะฝีมือกัน……ส่วนหอคอยแห่งเรือนจำยังคงอยู่ที่เดิม
หอคอยไม่หนีไปไหน!
เมื่อเห็นคนที่กำลังต่อสู้อยู่ เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้มสายตาจับตามองดูเงียบๆ
หลังจากนั้น มีบางคนละทิ้งถอนตัวออกจากสนามประลอง และเมื่อนั้นเยี่ยฉวนหายวับไปทันที
ชายหนุ่มไม่ได้ออกตามหลังไปในทันทีด้วยถ้าขืนทำเช่นนั้น คนอื่นๆ ซึ่งกำลังปะทะกันอาจเปลี่ยนใจร่วมมือกันต่อสู้กับตนเองเสียก่อนก็เป็นได้ ดังนั้นจึงทอดเวลาทิ้งห่างสักระยะหนึ่งแล้วค่อยติดตามฝ่ายนั้นไป!
เยี่ยฉวนสังหารคนผู้นั้นด้วยเพียงกระบี่เดียว!
ตอนนี้ชายหนุ่มมีทั้งกระบี่เจิ้นหุน เพราะเต๋าแห่งนิรมิตและเต๋าแห่งสุญญากาศ ดวงวิญญาณของคนผู้นั้นก็ไม่มีทางเล็ดลอดหนีไปได้!
ทางด้านหนึ่ง เหลือคนเพียงสามคนเท่านั้นที่กำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงหอคอยแห่งเรือนจำ
มีชายชรา เงาสีแดง และสตรีสวมผ้าคลุมสีดำ
เยี่ยฉวนอดแปลกใจไม่ได้ ด้วยเป็นสตรีผู้ฝึกกระบี่ที่มีพลังแกร่งกล้าเหลือเกิน
สตรีกับเงาแดงดูท่าจะมีพลังแกร่งกล้ากว่าชายชราอีกคน
ตอนนั้นเองที่ ผู้ฝึกกระบี่สตรีกับเงาสีแดงหันมาร่วมมือกัน เมื่อฝ่ายชราเห็นเข้าเท่านั้นถึงกับหน้าถอดสี พยายามจะหลบหลีกอย่างว่องไว ถึงกระนั้นกระบี่ของสตรีสวมผ้าคลุมดำว่องไวกว่าก่อนจะหยุดไว้ได้ในเวลารวดเร็ว หลังจากนั้นครู่เดียว ด้านข้างหอคอยแห่งเรือนจำเหลือเพียงเงาสีแดงและผู้ฝึกกระบี่สตรีเพียงสองคนเท่านั้น!
ทั้งสองไม่ได้ลงมือต่อกัน ทว่าต่างฝ่ายต่างยืนเผชิญหน้ากันเงียบๆ
พลันต่อมาเงาสีแดงเอ่ยขึ้นทันที “ออกมา!”
ออกมา!
คนในเงามืด เยี่ยฉวนได้ยินเข้าพลันขมวดคิ้วน้อยๆ พวกมันหาเขาพบงั้นหรือ?
ไกลออกไป จู่ๆ เงาสีแดงหันหน้าขวับมา มองตรงมายังตำแหน่งที่ชายหนุ่มซ่อนตัว เมื่อเห็นเข้าเช่นนี้รู้ได้ในทันทีว่าตนเองถูกจับได้เสียแล้ว
เขาเลิกซุ่มซ่อน ขณะก้าวออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม “ยินดีที่ได้พบสหายทั้งสอง!”
ผู้ฝึกกระบี่สตรีมองตรงมาแววตาเย็นเยียบโดยไม่เอ่ยออกมาแม้แต่คำเดียว
เยี่ยฉวนใช้โอกาสมองสำรวจสตรีผู้ฝึกกระบี่ตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชายหนุ่มยอมรับในใจว่านางเป็นคนสะสวยทีเดียว ทว่าแววตาเย็นชาเกินไป ช่างไม่สุภาพเอาเสียเลย!”
เสียงเงาสีแดงกล่าวยิ้มๆ “เจ้ารอฉวยเอาผลประโยชน์ในตอนท้ายสินะ?”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าละทิ้งหอคอยแห่งเรือนจำไปแล้ว! เจ้าสองคน……ถ้าคิดว่าแกร่งกล้าพอ จะเอาไปเมื่อไรก็ได้ ตามสะดวก!”
เงาสีแดงเหยียดยิ้ม “เจ้าต้องการให้เราสู้กันเองจนอ่อนกำลัง จากนั้นจะตามมาสังหารพวกเราง่ายๆ ใช่ไหมล่ะ?”
เยี่ยฉวนถอนใจเฮือก “ดูท่าทางพวกเจ้าจะร่วมมือกันสังหารข้าเสียมากกว่า!”
ตอนนั้น แววตาของสตรีผู้ฝึกกระบี่เขม้นมองผู้พูดแววตาเย็นเยือกอย่างยิ่ง พลันกระบี่ในมือสั่นสะท้านประหนึ่งพร้อมทะยานออกจากฝักได้ทุกเมื่อ!
ทันใดนั้น เสียงของเงาสีแดงพูดทันทีว่า “เยี่ยฉวน พวกเรารู้ว่าฝีมือของเจ้าไม่ใช่ธรรมดา ตอนนี้เพียงแค่มานำสมบัติล้ำค่ากลับไป ไม่ได้จะสังหาร ตราบใดที่วางมือจากสมบัติชิ้นนั้น พวกเราจะไม่มายุ่งเกี่ยวสร้างปัญหาอีกเลย”
เยี่ยฉวนฟังแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ “ตกลง งั้นข้าจะไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!
จากนั้น คนพูดหันหลังเดินออกไป!
ทว่าผู้ฝึกกระบี่ทะยานเข้าไปขวางทางเบื้องหน้าเยี่ยฉวนไว้โดยเร็ว
ชายหนุ่มหันขวับไปมองเงาสีแดง “พวกเจ้าต้องการอะไรอีก? ปล่อยข้าไปเฉยๆ ไม่ได้งั้นหรือ?”
เงาสีแดงนิ่งเงียบอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะพูดหน้าตาเฉย “เจ้าเป็นคนกะล่อนปลิ้นปล้อน ข้าไม่ไว้ใจ……เพราะฉะนั้นฆ่าทิ้งเสียดีกว่า!”
สิ้นเสียง เขาพุ่งเข้าหาเยี่ยฉวนอย่างรวดเร็ว!
ทางด้านหลังเยี่ยฉวน ฝ่ายหญิงดึงกระบี่ออกจากฝักทันทีด้วยความว่องไวชั้นเลิศ เพียงชั่วพริบตาเดียวนางปรากฏตัวประจันหน้าเสียแล้ว พร้อมเสือกกระบี่แทงเข้าที่ด้านหลังชายหนุ่ม
ในขณะที่สตรีปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลัง เยี่ยฉวนหมุนตัวหันขวับกลับอย่างรวดเร็ว เขามิได้หลีกเลี่ยงทว่ากลับมองดูกระบี่ของนางแทงเข้าที่บริเวณกลางลำตัว
หญิงสาวถึงกับหน้าตื่นด้วยความตกใจ
ขณะต่อมาที่ลำคอของฝ่ายสตรีเกิดรอยปริแตก พร้อมกับเยี่ยฉวนหายไปปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลัง
ฝ่ายหญิงดวงตาเหลือกค้าง ในแววตาบ่งชัดว่าไม่เชื่อต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับ มองตรงไปยังเงาสีแดง ขณะที่เงาสีแดงชะงักนิ่งอยู่กับที่
เยี่ยฉวนเหยียดมุมปากยิ้ม “หยุดทำไมเล่า?”
คนตรงข้ามเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าแข็งแกร่งเช่นนี้ ขออภัยที่มารบกวน”
จากนั้นผู้พูดหันกลับจากไปทันที
เยี่ยฉวนถึงกับพูดไม่ออก “……”



