บทที่ 892 : ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใด! (ต้น)
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยฉวน สีหน้าของหลินซือฉายแววดุร้ายแวบวาบ!
ขณะที่ทำท่าจะเคลื่อนไหว ฉับพลันชายหนุ่มหายวับไปจากสถานที่
หลินซือตวัดไม้แบนยาวในมือฟาดไปข้างหน้า
ตูม!
ความรุนแรงของพลังไม้แบนทำให้ช่องอากาศเบื้องหน้าแตกกระจายอย่างรวดเร็ว ขณะนั้นกระบี่พุ่งตัดลงบนไม้แบนยาวทันที
เปรี้ยง!
พลันอาวุธไม้แบนของหลินซือสั่นสะเทือนอย่างแรงพร้อมกับปรากฏรอยแตกร้าวไปทั่ว ในเวลาเดียวกันกับที่คลื่นพลังลำแสงของกระบี่มากมายมหาศาลแผ่กระจายท่วมท้นทับร่างหลินซือ
ทั้งบริเวณเงียบงันไปชั่วขณะ…
เปรี้ยง!
เงาของใครคนหนึ่งไหววูบถอยห่างไปอย่างต่อเนื่อง
คนผู้นั้นคือหลินซือ!
ในทันทีที่หลินซือหยุดนิ่งลำแสงกระบี่ทะยานฝ่าผ่านเข้ามาในพื้นที่ พลันคนผู้นั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง ออกเคลื่อนไหวหมายหลีกหลบไปอีกทาง ทว่าเหมือนจะช้าไปเสียแล้ว
ฉัวะ!
แขนข้างหนึ่งของหลินซือขาดกระเด็นทันที
ห่างออกไปไม่ไกล เยี่ยฉวนทำท่าขยับตัวเตรียมเคลื่อนไหวอีกครา ทันใดนั้น มีเสียงตวาดกราดเกรี้ยวดังมาจากยอดเขาสูง “กล้าดีอย่างไร!”
จากนั้น บังเกิดลมหายใจประหลาดแผ่วูบลงมาจากท้องฟ้า!
พลังลมหายใจที่พุ่งมาบีบบังคับให้เยี่ยฉวนถอยหลังห่างไปกว่าร้อยจั้ง ทันทีที่ชายหนุ่มหยุดอยู่กับที่ พื้นอากาศรอบตัวพลันแตกแยกอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงครู่เดียวก็กลับคืนสภาพเดิม!
ที่เบื้องหน้าชายหนุ่มเผยให้เห็นชายชราผมขาวคนหนึ่ง
ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น เมื่อได้เห็นคนที่เพิ่งเข้ามา ต่างพากันค้อมกายคารวะทันที “คารวะท่านอาจารย์รอง!”
ท่านอาจารย์รอง!
ชายชราคนนี้คือชินซาน รองประมุขแห่งสถาบันฝึกยุทธ!
ชินซานเขม้นมองมายังเยี่ยฉวน “เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นสำนักกระบี่งั้นหรือ?”
ขณะที่ชายหนุ่มขยับจะพูด ชินซานยื่นมือขวาออกมาและกดลงไปข้างหน้า กิริยานั้นก่อให้เกิดการพลังทลายของชั้นอากาศรอบตัว ทว่าขณะต่อมาอากาศที่กำลังแตกออกได้คืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามที่มุมปากของชายหนุ่มปรากฏหยาดโลหิตไหลหยดลงมาทันที!
ชายชราที่ชื่อชินซานกำลังเตรียมจะเคลื่อนไหว ขณะนั้นมีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นทางเบื้องหลัง “เฒ่าชิน คนแข็งแกร่งรังแกคนอ่อนแอกว่า ท่าจะไม่เอาไหนเสียเลย!”
ชินซานหรี่นัยน์ตาลงเล็กน้อย พลางหมุนตัวหันไปมองและพบว่าไม่ไกลออกไปทางด้านหลังมีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่
เขาคือคนที่เคยฝึกสอนเยี่ยฉวนนั่นเอง
ชายชราชินซานมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา “เยว่อู่เฉิน สำนักกระบี่อยากประกาศสงครามกับสถาบันฝึกยุทธงั้นหรือ?”
เยว่อู่เฉินบิดมุมปากยกยิ้มขณะถามว่า “ต้นเหตุจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น มิใช่หรือ?”
คนตรงข้ามโต้กลับเสียงกร้าว “เหอะเรื่องเล็กน้อยหรือ? ศิษย์สำนักกระบี่เข้ามาหาเรื่องสถาบันฝึกยุทธแถมสังหารศิษย์เราตายหลายคน เจ้ายังพูดหน้าตาเฉยว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยงั้นหรือ?”
ชายชราผู้มาเยือนกล่าวตอบ “เฒ่าชิน เจ้าไม่ได้ถามเขาก่อนหรือว่ามาทำไม?”
ชินซานหันมองเยว่อู่เฉินตรงๆ “ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร มันสังหารศิษย์สถาบันฝึกยุทธตายทั้งคน เราไม่ยอมปล่อยไปแบบนี้แน่ วันนี้มันต้องชดใช้ด้วยชีวิตและใครก็เอาตัวเจ้านั่นไปไม่ได้ทั้งนั้น!”
ฝ่ายตรงข้ามยิ้มพลางพูดว่า “ก็ดี ถ้าไม่อยากเจรจาก็ไม่เป็นไร ข้าไม่อยากบังคับ แต่ไม่น่าละอายไปหน่อยหรือที่ทำตัวเป็นผู้อาวุโสรังแกเด็ก?”
ชินซานแสยะแยกเขี้ยว “เจ้าจะยุให้ข้าปล่อยมันไปล่ะสิ?”
ชายชราที่ถูกกล่าวหาสั่นศีรษะ “พ่อหนุ่มนั้นสังหารศิษย์ของสถาบันฝึกยุทธของเจ้า ถ้าทางสถาบันฝึกยุทธต้องการเอาตัวเขากลับไปจริง คนผู้นั้นไม่ควรจะเป็นเจ้า……จริงไหม?”
คนตรงข้ามเงียบนิ่ง
เยว่อู่เฉินกล่าวต่อมา “เฒ่าชิน ต่อให้เขาสังหารเจ้าก็เถอะ จะเรียกคืนศักดิ์ศรีของสถาบันฝึกยุทธกลับคืนงั้นหรือ? ไม่สิ ถ้าถือเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คนภายนอกจะพากันคิดว่าสถาบันฝึกยุทธไร้ความสามารถและศิษย์ก็เป็นคนไร้ความสามารถเช่นกัน”
ชินซานแสยะปากออกวาจาเยาะหยัน “เจ้าคิดว่าสถาบันฝึกยุทธไร้ศิษย์มีฝีมือสินะ?”
ว่าแล้วเขาหันหน้าไป ออกคำสั่งกับชายชราที่อยู่ใกล้กันทันที “ไปพานางมา!”
ชายชราคนดังกล่าวพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหันกลับแล้วเดินออกไป
ชินซานเบือนหน้าไปทางเยว่อู่เฉิน “ไอ้เฒ่าวิปริตข้ารู้ว่าเจ้าอยากเก็บชีวิตมันไว้ แต่จะบอกอะไรให้? วันนี้สถาบันฝึกยุทธจะไม่ยอมปล่อยให้มันรอดชีวิตกลับไปแน่”
คนตรงข้ามไม่ได้สนใจต่อชินซาน หากหันไปถามเยี่ยฉวนหน้าตาเฉย “เจ้าสังหารศิษย์เหล่านี้งั้นหรือ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ
เยว่อู่เฉินถามว่า “เพราะอะไร?”
เยี่ยฉวนตอบตามตรง “คนผู้นั้นดูถูกน้องข้า!”
อีกฝ่ายได้ยินคำตอบ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “ด้วยวาจางั้นหรือ?”
คนถูกถามพยักหน้าอีก
เยว่อู่เฉินทบทวนคำตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ที่สังหารเพราะเขาใช้วาจาดูถูกน้องเจ้า……งั้นหรือ?”
เยี่ยฉวนมองเยว่อู่เฉินด้วยสายตาแน่วแน่ “ข้าจะฆ่ามันทุกคนที่ดูถูกน้องข้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพลันสีหน้าของชายชราถึงกับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ความปรารถนาแห่งการฆ่า!
ฟังจากน้ำเสียงของเยี่ยฉวน เขาสัมผัสได้ถึงความปรารถนาแห่งการฆ่าอันแรงกล้าทันที!
ชั่วขณะหนึ่งดูเหมือนเยว่อู่เฉินจะเข้าใจบางอย่างขึ้นมา
คำต้องห้าม!
แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดอาจมีคำต้องห้ามของตนเอง และคำต้องห้ามของเยี่ยฉวนคงเป็นน้องสาว!
ชายชราเยว่อู่เฉินถอนใจยาวเหยียด ถึงจะรู้จักชายหนุ่มคนนี้ไม่นาน ก็พอจะเข้าใจนิสัยอยู่บ้าง แน่นอนว่าเยี่ยฉวนคนนี้หาใช่คนที่ใครจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอย่างแท้จริง!
น้ำเสียงเจือเย้ยหยันของชินซานดังมาจากไม่ไกลนักว่า “ศิษย์ข้าดูถูกน้องเจ้างั้นหรือ? มันแค่พูดจาดูถูก……แต่ถึงกับฆ่าแกงกัน? ทำไม……”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยฉวนหันขวับพร้อมกับใช้กระบี่ชี้หน้าชินซานซึ่งยืนพูดอยู่ไม่ห่างนัก “ไอ้เฒ่าสถุล จะโกรธเคืองข้าอย่างไรก็ได้ แต่อย่ายุ่งกับน้องมิเช่นนั้นจะสังหารพวกศิษย์สถาบันฝึกยุทธให้สิ้นซาก!”
คำพูดที่ได้ยินทำให้ชินซานถึงกับเดือดดาลอย่างยิ่ง “โอหังอวดเก่งอะไรเช่นนี้! ไอ้หนุ่มเอาอะไรมามั่นใจว่าจะทำได้? เจ้ามัน……”
ทันใดนั้นเอง สตรีผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าคนที่กำลังพูด
สายตาเหลือบเห็นสีหน้าของชินซานที่เปลี่ยนเป็นดุดันยิ่งขึ้น “แม่นางอันอย่าได้ปรานี ฆ่ามันเดี๋ยวนี้!”
แม่นางอันหันกลับพร้อมกับมองไปทางเยี่ยฉวน เมื่อพบว่าอีกฝ่ายคือเยี่ยฉวน หญิงสาวนิ่งงันด้วยความตกตะลึงทันที
แม่นางอันที่แท้คืออันหลานซิ่ว!
คนตรงหน้ามองตรงอันหลานซิ่ว เยี่ยฉวนบิดมุมปากยกยิ้ม “ไม่นึกฝันมาก่อนว่าจะมาพบเจ้าในสถานการณ์เช่นนี้!”
อันหลานซิ่วหันกลับไปตั้งคำถามกับชินซาน “ทำไมท่านถึงต้องการให้ข้าสังหารเขา?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ชินซานนิ่วหน้าด้วยความไม่ชอบใจ “ข้าบอกให้ฆ่าเจ้าก็ต้องฆ่า!”



