Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 387

Ong
BC

ตอนที่ 387 ทุกคนตามข้ามาสังหารโจร

นายกองธงเล็ก มู่เอินแห่งค่ายที่สิบสองเป็นทหารปืนใหญ่ที่ถานหั่วฝึกขึ้นมา พวกเขาแยกบัญชาการกันในแต่ละค่าย แต่ก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของหวังทง ถานหั่วนับเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่

C

ป้อมปืนใหญ่ 11 ป้อม ทหารผลัดเวรกันประจำการ แต่พลทหารปืนก็จะเตรียมพร้อมเสมอ ทุกวันจะฝึกฝนจนชำนาญ ปกติก็ว่าง ไม่มีอันใดทำ มู่เอินเองรู้สึกไม่พอใจ เขารู้สึกว่าอยากจะออกไปกวัดแกว่งดาบรบกับพี่น้อง ได้ฝึกกันบนสนามฝึกกันให้เหงื่อโซมกาย ได้เป็นวีรบุรุษจับอาวุธออกสังหารศัตรู

ดังนั้นตั้งแต่ต้นปีที่รัชสมัยว่านลี่ที่เจ็ด ก็เอาแต่ตื้อผู้บังคับบัญชาให้ย้ายไปเป็นทหารราบออกรบ หากได้เป็นทหารม้าก็ยิ่งดี แต่พลทหารปืนใหญ่เดิมก็มีน้อยมาก ดังนั้นผู้บังคับบัญชาจึงอบรมใส่ไปหลายยก อย่างไรก็ไม่ยอมรับปาก

บรรพบุรุษของมู่เอินเป็นชาวยูนนาน ว่ากันว่าเข้าเป็นทหารในสมัยมู่อิงขุนพลคนสำคัญในสมัยปฐมฮ่องเต้ราชวงศ์หมิงจูหยวนจาง ต่อมาไม่รู้ด้วยเหตุใดจึงมาเป็นทหารอยู่ที่เทียนจิน

จากรุ่นสู่รุ่นสู่รุ่นมาสู่มู่เอิน พี่น้องที่บ้านสี่คน มู่เอินเล็กสุด เห็นพี่ชายคนโตกับคนรองแบ่งที่นากันทำนาก็ยากลำบากไม่น้อยแล้ว พี่สาวแต่งออกไปก็ลำบาก ตนเองไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ให้เป็นภาระ จึงมาสมัครเป็นทหารกับหวังทง

เขาเป็นคนร่างกายแข็งแรง นิสัยก็ค่อนซื่อตรง ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญ จึงได้แต่งตั้งให้เป็นนายกองธงเล็ก

ตอนเสียงนกหวีดทองแดงดังขึ้น มู่เอินที่สวมเสื้อผ้าเตรียมพร้อมกำลังนอนหลับก็กระโดดขึ้นจากเตียง ทหารปืนใหญ่ในห้องทุกคนก็ตกใจ

“หัวหน้ามู่ ทางแม่น้ำเหมือนมีเรือ กำลังเข้ามาใกล้!!”

มู่เอินยกมือตบหน้าตัวเอง ตะโกนเสียงดังว่า

“แจ้งพี่น้องประจำการบนป้อมปืนใหญ่แล้วหรือยัง?”

“ทุกคนจัดแถวเตรียมพร้อมแล้ว!”

“บรรจุดินปืนเต็มแล้วยัง?”

“หัวหน้ามู่ ตามธรรมเนียมแต่เดิมเรา ในกระบอกปืนบรรจุดินปืนเต็ม!”

“ตรวจดูอีกที มารดามันสิ เร็วเข้า หากชักช้าเสียงาน ใต้เท้าหวังจะตัดหัวเอา!!”

ในห้องพากันลนลานดำเนินการ พลทหารปืนใหญ่รีบวิ่งออกไป หน้าป้อมปืนใหญ่มีกำแพงบังไว้ ทหารประจำการกระซิบว่า

“หัวหน้ามู่ มาดูทางนี้ เรือหลายสิบลำ ดูแล้วจะมาขึ้นฝั่งทางป้อมปืนเรา!”

ริมฝั่งแม่น้ำทะเลมีสินค้ากองกลางแจ้งและกังมากมาย พื้นที่เหล่านี้ยามค่ำคืนก็จะแขวนโคมไฟไว้ เพื่อให้เรือที่เข้ามาเทียบท่าขนสินค้าในยามค่ำคืน มองไปยังเรือที่เคลื่อนเข้ามา เรือหลายลำที่ใหญ่ที่สุดก็ค่อยๆ เข้ามาใกล้

มู่เอินหรี่ตามอง จากนั้นก็ขยี้ตาก่อนจะตะโกนดังว่า

“เอาไม้มาขัดยกปืนหันออก ยิงมารดามันเลย!”

“หัวหน้ามู่ จะเป็นเรือพ่อค้าหรือเปล่า……”

“สมองเจ้าเลอะเลือนแล้วหรือ ไม่ได้ยินเสียงนกหวีดหรือไง จะว่าไปเรือพ่อค้าเทียบท่า เหตุใดแม้แต่คนร้องบอกขอทางก็ไม่มี!”

พลปืนใหญ่สองนายหยิบไม้มาท่อนหนึ่ง สอดไว้ใต้ฐานปืนใหญ่ ตะโกนออกแรงขยับ ปืนใหญ่บนป้อมก็ไม่ได้ติดตั้งถาวรนัก ตัวฐานปืนเป็นลังไม้ ลังไม้ยังมีล้อไม้รองอยู่ ปืนกระสุนหกชั่งนั้น แปดคนพอขยับได้ แต่ใช้ไม้แบกก็ย่อมใช้แรงมากอีกหน่อยเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าปืนใหญ่ปรับทิศทางเสร็จ มู่เอินก็หยิบเหล็กที่เผาแดงในเตา กล่าวเสียงเยียบเย็นว่า

“ไปที่ไหนไม่ไป กลับมารนหาที่ที่เทียนจินได้!”

เหล็กที่เผาแดงจ่อเข้ากับชนวนจุด เสียงดัง ‘ฟู่’ เผาไหม้ขึ้นทันที ทหารรายรอบพากันอุดหู

***********

เสียงดัง ‘ตูม’ ใหญ่ กลบเสียงนกหวีดและเสียงวุ่นวายในพื้นที่การค้า……

เรือนำลำแรกมีผู้คนเต็มลำ ทุกคนกำลังรอเทียบท่าแล้วจะกระโดดขึ้นฝั่ง ในความคิดพวกเขา ดึกดื่นเช่นนี้ ทางการย่อมไร้การป้องกัน รอจนพบเหตุ ทุกคนก็ขึ้นฝั่งสังหารแล้ว ป้อมปืนก็เป็นแค่เครื่องประดับ

เสียงกระสุนปืนหวีดดังลอยมา พวกมู่เอินยิงออกไปในเวลาอันจำกัดก็ไม่ค่อยแม่นนัก กระสุนไม่ได้โดนเรือ เลยไปหน่อยหนึ่ง แต่ก็โดนแบบเอียงๆ ความเร็วของกระสุนโลหะแฉลบผ่านกาบเรือไป โจรสลัดที่ยืนบนดาดฟ้าเรือหลบไม่ทัน เนื้อหนังกระจุยกระจาย

ไม่รู้ว่ามีกี่ร่างที่ท่อนบนถูกยิงกระจายไป กระสุนแฉลบผ่านเรือ เสียงตกลงกลางแม่น้ำ โจรที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรอบๆ ถูกเลือดเนื้อของเพื่อนกระเด็นโดนเปื้อนไปทั้งตัวและใบหน้า

เสียงนกหวีดทองแดงดังขึ้น หากชายฝั่งแม่น้ำทะเลเงียบสนิท บรรดาโจรสลัดยังรู้สึกดีใจ คิดว่าตนเองจะขึ้นฝั่งได้สะดวก แต่คิดไม่ถึงว่าจะต้องพบกับเสียงปืนใหญ่ดังราวอสุนีบาต

สิ่งที่เกิดขึ้นต่างกับที่คิดไว้มาก พวกที่กำลังใช้แรงพายไม่หยุดก็อึ้งค้าง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงมีคนตะโกนดังขึ้น ทุกคนก็กระโดดลงแม่น้ำพร้อมเพรียงกัน

มู่เอินจุดกระบอกที่หนึ่ง ป้อม 11 ป้อมมี 6 ป้อมที่สามารถยิงโดนเรือโจรสลัด ปืนหกกระบอกเริ่มยิงออกไป

เสียงดังราวฟ้าผ่าดังถึงกลางแม่น้ำ ไฟดับมืดลง อาศัยการยิงไปยังภาพเลือนลาง ความแม่นยำไม่สูง แต่ก็ยิงโดน ย่อมบาดเจ็บล้มตายกันเป็นแถบ แม้มีอีกสองสามลำไม่โดนยิง แต่บรรดาโจรสลัดไหนเลยจะกล้าอยู่บนเรือรอความตาย ต่างพากันโดดลงน้ำราวกับโยนเกี๊ยวลงหม้อต้ม พากันว่ายเข้าฝั่ง

ฝั่งใต้ของแม่น้ำทะเลนั้นยังคงเป็นพื้นที่เกษตรกรรม วิ่งข้ามไปก็ย่อมปลอดภัย ฝั่งทางใต้ก็ยังอยู่ในระยะยิงปืนใหญ่ได้ แต่เพื่อป้องกันการยิงพลาด ดังนั้นจึงไม่มีทหารประจำการที่นั่น

หากในเวลานี้โจรสลัดกำลังเลือดเข้าตา ล้วนไม่คุ้นเคยพื้นที่ คนไม่น้อยก็ว่ายไปทางเหนือ ทหารที่ประจำป้อมปืนใหญ่ทางนั้นจัดทัพรอรับอยู่แล้ว เรียงเป็นแถวแนวนอนสองแถวซ้อนอยู่ริมฝั่ง

“จากแม่น้ำขึ้นฝั่งล้วนเป็นศัตรู สังหารให้หมด!!”

หัวหน้าค่ายและบรรดานายกองร้อยตะโกนออกคำสั่ง พลทหารทุกคนก็ถือทวนยาวยกแนวราบเตรียมพร้อม

“พี่น้องทั้งหลายหลีกทางก่อน ปืนใหญ่ยิงไม่โดน งั้นก็ให้เจ้าโจรพวกนี้ได้ชิมลูกเหล็กนี่ดู!”

ในตอนนั้นเอง มู่เอินและทหารปืนใหญ่สองสามนายก็วิ่งมา สองคนแบกเอาปืนเสือหมอบมาด้วย เป็นปืนใหญ่ขนาดเล็กไม่กี่สิบชั่ง บรรจุลูกเหล็กแผ่นเศษเหล็กเล็กๆ ระยะยิง 40 ก้าว ใช้งานในสนามรบไม่ค่อยได้

หัวหน้าค่ายเห็นมู่เอินนำคนมาขวางด้านหน้า ก็คิดจะด่า หากก็ยอมถอยให้ มู่เอินกับพลทหารปืนวางปืนลง ก่อนจะหาอะไรรองไว้ด้านหลังไม่ให้ขยับ จากนั้นก็จุดไฟ

เสียงดังอู้อี้ ควันคละคลุ้งไปทั่ว ทหารราบล้วนกำอาวุธแน่น เกรงว่าศัตรูจะขึ้นฝั่งลงมือในเวลานี้ พอควันจางลง กลางแม่น้ำที่เคยมีหัวคนลอยผลุบโผล่อยู่เบาบางลงไม่น้อย มีคนกรีดร้องไห้โฮกลางแม่น้ำเสียงดังลั่น มีคนดิ้นรนหันหลังว่ายกลับไป

ปืนเสือหมอบสองกระบอกยิงแผ่นเศษเหล็กและลูกเหล็กเล็ก พวกที่อยู่ใกล้ย่อมถูกยิงจนพรุนราวกับกระจาดสาน คนด้านหลังก็ถูกยิงเละไปครึ่งตัว คนที่ไกลออกไปก็ถูกโลหะเศษๆ ปลิวกระแทกไปหลายคน

กลางดึกเช่นนี้ หลายสิ่งมองเห็นไม่ชัด แต่หากเพ่งมองให้ดี ก็ย่อมมองเห็นสีเข้มยิ่งขึ้นของน้ำในแม่น้ำ……

ที่อื่นๆ ก็มีบางคนขึ้นฝั่งมาได้ แต่ด้วยเสียงปืนที่ทำให้ตกใจจนว่ายขึ้นฝั่งมาได้พวกนี้ ไหนเลยจะมีแรงสู้ นับประสาอันใดกับการที่มีกองกำลังถือทวนวาบวับเรียงแถวรอพวกเขาอยู่แล้ว

พลทหารกองกำลังหู่เวยเองก็เคร่งเครียด แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะสู้ได้ง่ายเช่นนี้ ใช้เพียงแค่แรงแทงหอกออกไปเท่านั้น ศัตรูเบื้องหน้าก็ได้ยกดาบค้างแล้วก็ส่งเสียงร้องเท่านั้น จากนั้นก็ถูกแทงตายอยู่ตรงนั้นเอง

แต่ก็ยังมีโจรสลัดที่กล้าหาญอยู่บ้างที่กวัดแกว่งดาบเข้าฟาดฟันกับทวนยาว หากทวนยาวมีจำนวนมากเกินไป พอก้าวขึ้นหน้ามา ก็ถูกแทงด้วยหอกจนเป็นรูพรุนไปทั้งตัว

พวกโจรสลัดไม่มีความเป็นได้ที่จะเข้ามาทางแม่น้ำแล้ว

************

ทหารที่อยู่ริมทะเลใช้เรือบรรทุกฟืนและฟางเต็มลำไปเผาเรือ ตั้งระมัดระวังอย่างมาก ทั้งต้องพายเรือ ทั้งต้องหาเรือใหญ่ ไม่กล้าทำให้พวกมันรู้ตัว ดำเนินการไปอย่างช้าๆ ทีละก้าว

รอจนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น พวกโจรสลัดมากันไกล ไม่มีใครคิดที่จะหันหลังกลับ พื้นที่แสนรุ่งเรืองเช่นนี้ห่างจากทะเลใกล้แค่นี้ มีทหารทางการเฝ้าอยู่แค่นี้ แม้แต่กำแพงเมืองคูเมืองอันใดก็ไม่มี เนื้อก้อนโตเช่นนี้เท่ากับสวรรค์ประทานโดยแท้ รีบไปหาความสุขกันที่นั่นสักครา

พอได้ยินเสียงนกหวีดทองแดงดังขึ้น เสียงฝีเท้าของโจรสลัดนั้นก็ค่อยๆ ผ่อนลง หัวหน้ายกอาวุธขึ้นตะโกนดังว่า

“พี่น้องทั้งหลาย บุกเข้าไป ภูเขาทองทะเลเงิน สาวงามกำลังรอพวกเราอยู่ทางนั้น รีบวิ่งเร็ว!!”

ทุกคนตอบรับดัง คิดถึงความสุขสุดขีดที่ได้ล้างหมู่บ้าน ก็ยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก……

*************

เมื่อโจรสลัดไปถึงบริเวณที่ตั้งร้านค้า ก็พบว่าเงียบมาก เพราะว่าเป็นยามค่ำคืน บรรดาร้านค้าต่างก็ปิดประตูหน้าต่างแน่นหนาก็ไม่แปลก ที่แปลกก็คือ ทุกร้านมีโคมไฟแขวนไว้ด้านบน ใช้เสาไม้สูงแขวนขึ้นไป ทำให้ถนนทุกสายสว่างไสวอย่างมาก

เสียงนกหวีดทองแดงหยุดลง ถ้าเป็นยามปกติ ประชาชนที่ได้รับสัญญาณเช่นนี้ย่อมสับสนอลหม่าน เหตุใดจึงยังสงบนิ่งเช่นนี้อยู่ได้

“ชาวบ้านต้องหลบอยู่ในบ้านแน่เลย ไม่งั้นก็ต้องหนีออกมา ตอนนี้ก็ย่อมหนีไปไมได้ไกล สมบัติอะไรก็คงเอาไปไม่ได้ พวกเราตามไป!!”

ในกลุ่มโจรสลัด มีเสียงตะโกนดัง ทุกคนต่างเหิมเกริมกันจนชิน ไม่ว่าบนแผ่นดินราชวงศ์หมิง หรือประเทศวัว หรือว่าเกาหลี ล้วนเป็นเช่นนี้ หรือว่าเทียนจินจะแตกต่าง

“ตามข้อตกลงก่อนหน้า ให้กวาดล้างพื้นที่รับผิดชอบตัวเอง อย่าล้ำเขตไป!”

ชายที่ถูกเรียกว่า ‘ท่านหู่’ ตะเบ็งเสียงดัง พวกโจรสลัดที่อดทนไม่ไหวนานแล้วต่างพากันคำรามเสียงดัง กวัดแกว่งอาวุธบุกเข้าไปยังถนนเส้นต่างๆ

**************

บนหอสังเกตการณ์ สามารถมองเห็นโจรสลัดบุกเข้าไปยังถนนแต่ละสายได้อย่างชัดเจน ทหารบนหอตะโกนลงมาด้านล่างไม่หยุดเพื่อรายงานสถานการณ์

ในลานกว้างและถนนหลายสายทางตะวันตก ทหารองครักษ์เสื้อแพรได้รวมตัวกันพร้อมแล้ว หวังทงกับขุนพลทั้งหลายต่างพร้อมอยู่บนหลังม้า สั่งการให้กองกำลังแต่ละค่ายเข้าสู่ถนนแต่ละสายตามข่าวที่ได้จากหอสังเกตการณ์

*************

โจรสลัดต่างคิดว่ามีของดีอยู่ข้างใน พอวิ่งไปได้ครู่หนึ่งหลายคนก็ทนไม่ไหว เริ่มขว้างปาทำลายร้านค้า ช่วยกันยกตัวข้ามกำแพงเข้าไป

ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเป็นระเบียบก็ดังขึ้น อีกด้านของถนน มีกองกำลังเรียงแถวเป็นระเบียบถือทวนยาววิ่งเข้ามาใกล้

แถวทัพทหารเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่ง สองด้านราวกับไม่มีช่องว่างเหลือ ดูแล้วกำแพงปิดกั้นเส้นทางเอาไว้……

*************

ผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘ท่านหู่’ นำคนมามายมาย พวกเขาใช้เส้นทางที่กว้างขวางในเขตการค้า โจรกลุ่มนี้พบกับหวังทง หวังทงมาพร้อมกับกองทหารม้า

*************

เมื่อมองเห็นโจรสลัดกำลังแตกตื่น หวังทงก็กระแทกท้องม้าให้วิ่ง กวัดแกว่งดาบยาวในมือ คำรามดังว่า

“ทุกคน ตามข้ามา ฆ่ามัน!!!”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!