Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 583

Ong
BC

ตอนที่ 583 ลงทัณฑ์ปลอดภัยไว้ก่อน หม่าต้งเข้ารับตำแหน่ง

ตั้งแต่ย้ายมาเทียนจิน ทุกปีแม้งานยุ่งรัดตัว สองปีที่ผ่านมายังต้องไปวุ่นวายกับการซ้อมรบ แต่วันสิ้นปีก่อนปีใหม่ก็ยังต้องจัดงานให้มีบรรยากาศความสุขแห่งปีใหม่

C

พอเข้าสู่ปีรัชสมัยว่านลี่ที่ 10 คนทั้งสำนักองครักษ์เสื้อแพรและกองกำลังหู่เวยที่เทียนจินในสังกัดหวังทงก็มีบรรยากาศกาศเคร่งครัด ไม่ต้องให้หวังทงสั่งการ ทุกคนก็ยุ่งกันไม่หยุดกับงานของตน

ทางตะวันออกของเขตการค้าเทียนจินตั้งลานโคมไฟ เตรียมงานเทศกาลโคมไฟครั้งใหญ่ ในและนอกเมืองเทียนจินล้วนมุ่งกันมา แต่จวนและที่ทำการหวังทงกลับมองไม่เห็นบรรยากาศเช่นนี้แต่อย่างใด

วันที่ 7 เดือนหนึ่ง หวังทงทำงานอยู่ที่ที่ทำการสำนักองครักษ์เสื้อแพรในเมือง ประตูใกล้ปิดแล้ว บางทีอาจพักที่นี่เลย

นี่เป็นคืนวันที่ 14 เดือนหนึ่ง ณ โถงหน้า หม่าซานเปียวประคองถาดอาหารในมือ วางตรงโต๊ะน้ำชาของหวังทง ยิ้มกล่าวว่า

“ใต้เท้า นี่เป็นเกี๊ยวที่แม่ข้าห่อมากับมือ ยังสั่งให้คนครัวทำกับแกล้มอีกสองสามอย่างมา ให้ข้าน้อยนำมาส่ง ยังแอบบอกใต้เท้าว่า ปีใหม่อย่าได้ทำตนเองให้ลำบากนัก มีเรื่องใดก็ให้ลูกน้องไปจัดการก็พอ”

หวังทงพยักหน้ายิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า

“น้าหม่าเป็นห่วงไปแล้ว ตอนนี้ในเมืองนอกเมืองไม่ต้องใช้พลม้า เจ้าก็อยู่บ้านเป็นเพื่อนแม่เจ้าให้มากหน่อยถึงจะถูก”

กล่าวถึงเรื่องนี้ ใบหน้าหม่าซานเปียวก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยกมือเกาหัวแกรก ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยกล่าวว่า

“ที่จวนมีคนงานรับใช้มากมาย แม่ข้าจับตาดู ไม่ต้องให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนหรอก จะว่าไปตอนนี้เรื่องทุกเรื่องในเทียนจิน ข้าเองก็ไม่กล้าทิ้งงานไปไหน เกรงว่าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น”

เขาแตกต่างจากลูกน้องคนอื่นๆ ในความสัมพันธ์ของหวังทงกับหม่าซานเปียว มีความเป็นกันเองค่อนข้างมาก ยามคุยกันเป็นกันเอง ก็มักจะคุยเรื่องที่บ้านมาก หม่าซานเปียวยืนยันจะไม่ทิ้งงานไปไหน ก็ย่อมเป็นเรื่องดี สองคนคุยกันไปสักพัก หม่าซานเปียวก็ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆ กล่าวว่า

“ใต้เท้า ตอนเอาเกี๊ยวมาส่ง แม่ข้ายังฝากเตือนใต้เท้าประโยคหนึ่ง เรื่องนี้ข้าเองไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่”

“ระหว่างเรามีเรื่องอันใดไม่อาจกล่าว กล่าวมาได้เลย!”

“คือว่า……แม่ข้าว่าท่านอายุไม่น้อยแล้ว รูปร่างสูงใหญ่ ฐานะมั่นคงแล้ว ไม่ขาดเหลืออันใด แต่เอาแต่ลำบากเดียวดายเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ใช่เรื่องดี อย่างไรก็รีบหาคู่คิดให้เร็วหน่อยดีกว่า เทียนจินไม่มีคู่ที่คู่ควร เช่นนี้ก็ไปหาเอาจากเมืองหลวง ให้คนอื่นช่วยหา……”

ตอนนี้ที่คนเป็นดังสหายและญาติที่อายุมากกว่าหวังทง พวกสนิทกันอย่างมาก ก็มักจะพูดเรื่องอายุหวังทงไม่น้อยแล้ว ควรแต่งงานได้แล้ว หวังทงเอาแต่ว่าตอนนี้งานยุ่งมาก ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ ความจริงก็เป็นเช่นนี้จริงๆ กลับคิดไม่ถึงว่าวันนี้ยังมีคนมาพูดเรื่องนี้อีก

หวังทงยิ้ม ได้แต่ยื่นมือไปรับถาดอาหารมาก ตอนมาห่อผ้ามาอย่างแน่นหนา รักษาอุณหภูมิได้ไม่เลว พอเปิดออก ยังร้อนกรุ่น ในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอาหาร

“เกี๊ยวเนื้อแพะ ยำหัวไชเท้าเปรี้ยว ยังมีเนื้อพะโล้เย็นกับปลากรอบ ล้วนเป็นอาหารที่ข้าชอบ”

เห็นหวังทงตั้งใจเปลี่ยนบทสนทนา หม่าซานเปียวก็ไม่กล่าวต่อ ด้วยนิสัยหยาบเช่นเขา เดิมก็ไม่ควรเป็นคนมาพูดเรื่องพวกนี้ กำลังจะรับคำ ด้านนอกก็มีเสียงรายงานดังมา คิดว่าคงได้รับคำสั่งจากหวังทงไว้แล้ว พอรายงานเข้ามา คนก็นำตัวมาถึง

ที่เข้ามาเป็นชายวัย 30 ได้ หน้ำตาปกติทั่วไป สูงกลางๆ สวมชุดนายกองธงเล็กสำนักองครักษ์เสื้อแพร แต่พอเช้าเข้ามา บรรยากาศในห้องก็เหมือนจะเปลี่ยนไป

แวบแรกของหม่าซานเปียวก็เห็นรอยเปื้อนโลหิตบนชุดมัจฉาเวหา กลิ่นในห้อง นอกจากกลิ่นอาหาร ยังมีกลิ่นคาวโลหิตผสมอยู่อีกกลิ่นหนึ่ง

ผู้ที่ผ่านสมรภูมิศึกมาอย่างโชกโชนเช่นหม่าซานเปียวย่อมรู้ดี กลิ่นคาวโลหิตได้เช่นนี้ย่อมเป็นโลหิตสดๆ หม่าซานเปียวเอี้ยวตัวหลบ มือจับด้ามดาบไว้แน่น

นายกองสำนักองครักษ์เสื้อแพรที่เข้ามาสีหน้านิ่งสงบทำความเคารพหวังทง ก่อนจะหันไปคำนับหม่าซานเปียวจากนั้นก็มองไปทางหวังทง หวังทงกล่าวว่า

“ซานเปียวกลับไปก่อน จำไว้วั่ดคนไปปิดประตูเมืองทางนั้นให้ดี คืนนี้ข้าจะพักที่ที่ทำการนี่”

ได้ยินหวังทงสั่งเช่นี้ หม่าซานเปียวรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้ตนรับรู้ จึงรีบคำนับออกไป

หม่าซานเปียวออกไป หวังทงหันไปพยักหน้าให้ถานเจียงข้าง ๆ ถานเจียงยกมือโบกขึ้น ทหารในห้องก็ถอยออกไป พอประตูปิด หวังทงถามว่า

“ได้ผลอันใดมาหรือ?”

นายกองธงเล็กองครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งก้มกายตอบว่า

“เรียนใต้เท้า พวกข้าน้อยลงทัณฑ์ทรมานทุกคนแล้ว คนพวกนี้ทนรับไม่ไหว รอบแรกก็ร้องไห้ยอมรับหมดแล้ว มีบางคนเป็นมาแต่ต้นตระกูลแล้ว มีบางคนเป็นพวกต้มตุ๋นทั่วไปมารวมตัวกันหลอก ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับลัทธิไตรสุริยัน”

“เชื่อได้หรือ?”

“ขอใต้เท้าวางใจ ข้าทำงานนี้มา 12 ปี ในสามไม้ไม่มีผู้ใดทนไหว นับประสาอันใดกับใต้เท้าสั่งการมา พวกนักโทษมาถึงมือพวกเรา ใช้การลงทัณฑ์สอบในคุก ย่อมไม่รู้จักลัทธิไตรสุริยันจริง”

“เป็นไปได้ไหมว่าบอกกับข้างนอกทั่วไปว่าเป็นพวกบัวขาว ศรีอาริย์ หากแท้จริงเป็นไตรสุริยัน?”

“ไม่น่า ข้าน้อยสั่งการให้สอบเดี่ยวแล้ว มีคนเคยได้ยินมาจากเมืองหลวง แต่ก็แค่เคยได้ยิน หากไม่รู้อันใดมากนัก!”

หวังทงพยักหน้า นั่งเงียบอยู่พักใหญ่จึงค่อยกล่าวว่า

“ดูท่าแล้วบางทีเจ้านิรนามนั่นที่แต่งกายเป็นหญิงปลอม มาที่นี่เผยแพร่ลัทธิกับหลอกเอาเงินมาสะสมไว้เพื่อขอให้ได้เข้าวัง ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด……”

นายกองธงเล็กองครักษ์เสื้อแพรก้มกายกล่าวว่า

“ข้าน้อยไม่กล้ากล่าวยืนยัน ได้แต่กล่าวว่า บางทีเป็นเช่นนี้เท่านั้น”

วาจานี้แสดงให้เห็นถึงความชำนาญการของเขา หวังทงเห็นด้ยพยักหน้า กล่าวว่า

“ข้ายืมตัวเจ้ามาจากนายกองร้อยเซวียแห่งสำนักบูรพา ถือว่าทำถูกต้องแล้ว แต่เรื่องนี้ส่งผลกระทบใหญ่ พวกเจ้าต้องลำบากสักหน่อย ไม่ได้รับคำสั่งข้า ห้ามออกไปนอกที่ทำการ จะไปได้ตอนไหน รอคำสั่งข้า!”

สีหน้านายกองธงเล็กผู้นั้นปกติยิ่ง ก้มกายคำนับ หวังทงเงียบไปก่อนจะกล่าวว่า

“เจ้านิรนามหญิงตัวปลอมนั่น ไปลงทัณฑ์สอบอีกครั้ง พวกจุดธุปบูชาเชื่อพระเชื่อเจ้า ย่อมหลงงมงาย บางทีอาจไม่เกรงกลัวการลงทัณฑ์”

“ขอรับใต้เท้า หากเป็นคนในคุก ข้าน้อยย่อมจับตาดู มีเรื่องใดย่อมมารายงานใต้เท้าให้ทราบทันที”

หวังทงพยักหน้า หันไปกล่าวกับถานเจียงข้างๆ ว่า

“ถานเจียง พรุ่งนี้นำเงิน 1,000 ตำลึงมอบให้นายกองสวี่ไป จากนั้นก็แจ้งหน่วยจัดอาหารการกินและความเป็นอยู่ว่า ให้ดูแลรับรองให้ดี”

ถานเจียงรับคำ เงิน 1,000 ตำลึงไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ยังได้รับการปฏิบัติอย่างดี นายกองสวี่ผู้นี้รีบคำนับขอบคุณ หวังทงยิ้มกล่าวว่า

“พวกเจ้าลำบากแล้ว รอให้จบเรื่องนี้ ข้ายังมีรางวัลหนักมอบให้”

นายกองสวี่รีบขอตัวออกไป หวังทงเคาะโต๊ะคิดอยู่นาน จะเรียกถานเจียง แต่พอหันไปก็เห็นถานเจียงกำลังขมวดคิ้ว มองไปยังทิศทางที่คนผู้นั้นเพิ่งออกไป งงสักครู่ค่อยหันกลับมา หวังทงถามว่า

“รู้สึกอันใดไม่ถูกต้องนักกับนายกองสวี่ผู้นี้หรือ!?”

ถานเจียงอึ้งไปก่อนจะคำนับ กล่าวว่า

“ไม่อาจเรียกได้ว่ารู้สึกไม่ถูกต้อง หากเพียงแค่ทำให้ข้าน้อยรู้สึกไม่สบายใจนัก!”

“เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญสอบสวนจากสำนักบูรพา วิธีการโหดเหี้ยม เดาว่าใต้หล้าผู้ที่เห็นเขาแล้วสบายใจย่อมมีไม่มากนัก แต่คนของเราเช่นนี้มีน้อย เพื่อป้องกันเหตุที่คาดไม่ถึง ข้าจึงได้ขอคนมาจากจางกงกง แม้ว่าเค้นไม่ได้ความอันใด ถามไม่ได้อันใด แต่ก็ขอให้ปลอดภัยไว้ก่อน”

ที่พักไม่เหมือนที่ทำการ จวนหวังทงเดิมก็อยู่ในเมืองละแวกหอกลอง ทุกอย่างสะดวกสบาย การปกป้องก็ง่ายกว่า

ออกจากอยู่ที่ทำการ ถานเจียงส่งกำลังทหารม้ากระจายกำลังคุ้มครอง จางซื่อเฉียงที่เพิ่งกลับจากเมืองหลวงก็มาถึง เข้าไปใกล้กระซิบว่า

“ใต้เท้า เมื่อวานพวกครอบครัวเหล่านั้นออกจากเทียนจินไปแล้ว”

หวังทงพยักหน้า กล่าวว่า

“คนรู้ไม่มาก เจ้าจับตาดูให้แน่นหนา”

จางซื่อเฉียงรีบรับคำ ทหารนำม้าเข้ามา ถานเจียงกวาดตาสำรวจโดยรอบ เห็นหวังทงอยู่กับจางซื่อเฉียง จงใจเดินให้ช้าลง เขาก็รู้ว่ามีความลับอันใดสนทนากันอยู่

พอหวังทงจะยกมือขึ้นโบกก็ได้ยินดังราวเสียงปืนใหญ่ดังมาจากทางตะวันออก จึงหันไปมองด้วยความงง ท้องฟ้าเต็มไปได้ด้วยหมอกควันหนา แสงกระทบจากหมอกส่องใบหน้าให้กระจ่างวาบ คนข้างกายหวังทงพากันหันไปมองทางนั้นพร้อมกันอย่างไม่นัดหมาย ยิ้มกล่าวกับหวังทง

“ไม่รู้ว่าตระกูลใดสร้างความแปลกใหม่ จุดก่อนเลย!”

***************

แม่ทัพชายแดน หากไม่ได้รับอนุญาตจากเมืองหลวงไม่อาจทิ้งชายแดนไปได้ รองแม่ทัพเมืองต้าถงคนใหม่หม่าต้งหลังจากเข้าเฝ้าที่เมืองหลวง ก็นำกำลังกลับทันที

หากเป็นเมื่อก่อน บางทีหม่าต้งอาจไปฉลองปีใหม่ที่เมืองเซวียนฝู่กับบิดาตน แต่หลังบทสนทนากับฮ่องเต้ว่านลี่ที่ตำหนักอุ่นแล้ว หม่าต้งก็ไม่กล้าละเลยการปฏิบัติงาน จากเมืองหลวงมาก็ไม่ได้เดินทางชักช้า หากเร่งเดินทางกลับทันที

ล้วนเป็นทหารขี่ม้ามาตามเส้นทางหลวง ทำความเร็วได้ดี วันที่ 22 เดือนหนึ่ง หม่าต้งก็กลับถึงเมืองต้าถง เดิมเขาเป็นขุนพลหนึ่งรักษาประตูเมืองตะวันออกของเมืองต้าถง ทางนั้นใกล้กับเมืองเซวียนฝู่ ป้องกันหุบเขาพยัคฆ์และหุบเขาแพะขาว แต่ตอนนี้ไม่ว่าจวนพักหรือที่ทำการล้วนอยู่ในเมืองต้าถง

เพราะว่ามีการค้ากับพวกบนทุ่งหญ้า เมืองต้าถงจึงได้เจริญรุ่งเรืองร่ำรวยเงินทอง ทุกสิ่งอย่างไม่ด้อยไปว่าแถบเจียงหนานแดนใต้ หม่าต้งเป็นรองแม่ทัพที่นี่ ความร่ำรวยจึงย่อมไม่ขาดมือ

รองแม่ทัพคนก่อนนำรถหลายสิบคันบรรทุกของเต็มๆ กลับบ้านเกิดไป ก่อนไปยังฝากคนมอบจวนพักให้หม่าต้ง

ปกติมารับตำแหน่งใหม่ มักมีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนี้ มีธรรมเนียมตามแบบฉบับเมืองต้าถง และยังมีของขวัญชิ้นโตจากพ่อค้าในเมืองกับนอกด่านชายแดนอีกด้วย

เงินทองมากมายไม่ต้องพูดถึง สาวงามมากมายก็ไม่ต้องพูดถึง พวกคหบดีมีเงินจ่ายหนักไม่น้อย เกือบจะเพียงแค่หม่าต้งอ้าปาก สิ่งใดๆ ก็ล้วนมาจ่อรอเรียบร้อย รองแม่ทัพรับตำแหน่งก็เป็นเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกนายทหารระดับสูงอื่นๆ

ยิ่งเป็นเช่นนี้ หม่าต้งก็ยิ่งหวาดระแวง ไม่กล้ากระทำการอันใดตามใจตนเอง เขาออกคำสั่งให้ทหารเฝ้าประตูทุกหน่วยเฝ้าให้ดี พวกที่มาส่งมอบของขวัญให้กั้นไว้ พวกมามือเปล่าให้เข้าไปได้

หลังมาถึงเมืองต้าถง นอกจากให้พวกทหารระดับต่างๆ เข้าพบแล้ว งานเลี้ยงทุกอย่างไม่เข้าร่วมทั้งสิ้น

การวางตัวเช่นนี้ทำให้ทุกฝ่ายในเมืองต้าถงตกใจ ในใจคิดว่าเหตุใดหม่าฟางจึงสอนสั่งบุตรชายออกมาเป็นเช่นนี้ไปได้ เหตุใดจึงไม่รู้จักธรรมเนียมรักษาน้ำใจธรรมดาเช่นนี้ได้ ไม่รับของ ไม่ร่วมสนทนาร่ำสุรา จะเป็นรองแม่ทัพชายแดนที่ดีได้อย่างไร?

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!