Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 611

ตอนที่ 611 ฟ้าสาง

“พอข้าเข้าวังมาจึงได้รู้ว่ามีเรื่องแบบนี้ด้วย หากได้กินพลังหยางตากแห้งของเด็กชายก็จะทำให้เจ้าสิ่งนั้นงอกออกมาใหม่ได้ น่าสงสารน้องชายข้าทั้งสองคน ยังไม่ได้เห็นสิ่งสวยงามบนโลกใบนี้ สุดท้ายแม้แต่ซาลาเปาที่อยากกินก็ไม่ได้ลิ้มรส ก็ถูกตัดเจ้านั่นทิ้งทั้งเป็น……พี่น้องเราสามเจ้าคนลงมืออย่างบ้าคลั่ง จึงได้รู้ว่ามันเข้าวังไปแล้ว ตอนนั้นน่าหัวเราะยิ่ง หาเจอแล้วอย่างไร ดีไม่ดีเราสามพี่น้องคงได้ถูกสังหารไปด้วย……ต่อมาจวนอ๋องอวี้เลือกขันทีเข้าทำงาน มีคนได้ยินเรื่องของข้า สงสารข้า จึงได้เลือกข้าเข้าไป”

พรั่งพรูออกมา หลินซูลู่อดไอหนักขึ้นไม่ได้ ยกมืออุดปากไอสองสามที ก่อนจะปล่อยมือ แสงไฟในห้องวับแวมมองเห็นโลหิตจางๆ ส่ายหน้าเล่าต่อว่า

“……วันเวลาต่อมาก็ราวกับความฝัน กินอิ่มนอนอุ่นแล้ว ยังได้ดูแลน้องชายอีกสองคน ……และยังได้สืบความเจ้าขันทีในวังที่ตัดเจ้านั่นน้องชายข้า ข้าคิดว่า หากอาศัยแค่เราพี่น้องคงไม่อาจทำได้ อย่างไรก็ต้องอาศัยรวมพลมาจัดการ พวกถูกตอนในวังพวกนั้นอยากได้อะไรมากที่สุด หากมิใช่การต่อสิ่งที่ถูกตัดไปนั่นหรอกหรือ……”

ห้องบรรทมอ๋องลู่เงียบมาก มีเสียงเอะอะล่าสังหารดังแว่วมาบ้าง หากก็ทำให้ยิ่งรู้สึกเงียบ ในห้องบรรทม มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าไม่เหมือนกับทุกวัน นั่นก็คือแสงสีแดงด้านนอกหน้าต่าง แต่แสงสีแดงก็ค่อยๆ จางลง

อ๋องลู่บนเตียงบรรทมพลิกตัว หันหลังให้หลินซูลู่ เปลือกตากระตุก ก่อนจะพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ หากมือล้วงเข้าไปในใต้หมอน

“……ต่อมาก็ยิ่งขยายใหญ่ หย่งเซิ่งป๋อคิดจะเป็นพ่อตาฮ่องเต้ มีคนคิดจะหาเงินทองให้มาก ยังมีคนคิดจะรักษาสถานะตนเอง ยังมีคนคิดจะเลื่อนตำแหน่ง แต่ละคนมารวมกัน……ใช่แล้ว ท่านอ๋อง เจ้าคนที่ทำร้ายน้องชายข้านั้น ข้าให้คนจับไปปาดเนื้อนานหนึ่งเดือน ทุกวันยังให้ดื่มโสมประคองลมหายใจไว้ จะได้ไม่ตายเร็วไปนัก……”

*********

สมรภูมิรบ ทุกคนล้วนต้องปฏิบัติการตามยุทธวิธีเคร่งครัด ท่ามกลางกองกำลังนับหมื่น หากหนึ่งคนฝ่าออกไปย่อมตาย แต่พวกหวังทงตอนนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นจังหวะยุทธวิธีนัก

ทุกก้าวหวังทงจะถูกดาบฟันใส่ ถูกไม้พลองแทงใส่ เขาตวัดดาบใหญ่ใส่ก็จะมีหนึ่งชีวิตจบลง ช่องว่างเกราะที่ใบหน้ามีโลหิตร้อนกระเซ็นเข้าใส่

หลี่หู่โถวกับอีกคนยืนอยู่หน้าประตู มือถือทวนขวาน คนที่หาช่องโหว่บุกเข้ามาก็จะถูกพวกเขาสองคนสังหารทิ้ง เหตุที่มีคนหาช่องว่างบุกเข้ามาได้ก็เพราะว่าคนก่อนหน้าไม่ได้ยืนติดกัน หากบุกเข้ามาแล้วก็ถอยกลับไปรวมตัวกัน

เสียงคำรามพร้อมดาบฟันทะลวง คนด้านหน้าล้มตายลงใต้คมดาบ หวังทงยังไม่ได้ลงแรงเต็มที่ ก็ถูกอีกฝ่ายรับไว้ได้ คนผู้นั้นจะลงมือตามมาอีกที ก็เห็นหวังทงโยนดาบใหญ่ทิ้ง ชักดาบที่เอวออกพุ่งเข้าแทงใส่ทันที

คมดาบพัวเตายามนี้สำหรับหวังทงแล้วเรียกได้ว่าทื่อไปบ้าง คมดาบบิ่นไปบ้างแล้ว หวังทงเมื่อยจนแขนชาไปหมด หันมาใช้ดาบที่เอวดูจะเหมาะกว่า

คนที่ถูกแทงเอนล้มลงกับพื้น ชักดาบออก หวังทงถอยกลับไปหน้าประตู ให้เขา ลี่เทาและซุนซิงเป็นศูนย์กลาง รอบๆ ประสานกำลังกัน ก็พอดีอุดประตูหน้าเอาไว้ได้ ห้องนี้ไม่ใหญ่นัก ประตูหน้าต่างปิดตาย ด้านหลังเป็นกำแพง คิดจะบุกเข้าไป ก็มีแต่ประตูหน้านี้เท่านั้น

กระถางไฟในลานด้านหน้าเริ่มมอดไปสองแล้ว แสงไฟสีแดงในวังหลวงก็เริ่มเบาบางลง หวังทงจ้องมองศัตรูตรงหน้า พยายามปรับลมหายใจตน หลายคนข้างๆ ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเท่าไร ทุกคนล้วนหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปใหญ่ ดาบในมือเริ่มลู่ลง

การต่อสู้เมื่อครู่ มีคนบาดเจ็บไปสาม ดีที่รบกันชุลมุน คิดจะหาช่องว่างรอยต่อชุดเกราะก็ไม่ง่ายนัก หากก็ถูกกระแทกจนช้ำอยู่ด้านในแทน กอปรกับเหน็ดเหนื่อยเต็มที ไม่มีโอกาสได้พัก สองคนบาดเจ็บจนยกแขนไม่ขึ้น จะดูบาดแผลก็ยุ่งยากมาก

“ต้าเหอ ลงจากหลังคามาช่วยหน่อย!!”

เดิมสองฝ่ายยังรั้งรอดูท่าทีอยู่ พอได้ยินเช่นนี้ ขันทีและองครักษ์ที่ก่อการก็ฮึกเหิม พวกนักรบเกราะเหล็กเก่งกล้ามือสังหารพวกนี้ต้านทานไม่อยู่แล้ว ถึงกับเรียกให้พวกเดียวกันลงมาช่วย

“ทุกท่าน หากยามนี้ยอมรามือ ให้พวกเราได้สังหารว่านลี่ ฮ่องเต้ใหม่ขึ้นครองราชย์ ทุกท่านจะได้เป็นอ๋อง เป็นโหว กัน วาสนาล้นเหลือ!!”

เหมือนจะเป็นองครักษ์เมื่อครู่ ตรงหน้าพวกหวังทงตอนนี้เปลี่ยนเป็นพวกองครักษ์ ชายถือทวนยาวในมือหลายคนยืนประจันหน้า มีคนกล่าวเกลี้ยกล่อมขึ้น

หวังทงเปิดเกราะส่วนใบหน้าลง หันไปถ่มน้ำลายใส่ กล่าวอย่างไม่พอใจว่า

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นไอ้งั่งหรือไง ถึงตอนนี้แล้ว ยังมาสำรอกวาจาเช่นนี้อยู่ได้!!”

“พวกเจ้าตอนนี้ไม่กี่คน พวกข้ายังมีอีกหลายสิบ ล้วนองครักษ์ในวัง หากจะสู้กันต่อ พวกเจ้าคิดว่าจะชนะได้หรือไง?”

คนตรงข้ามกล่าวต่อ ได้ยินเสียง ‘ตุบ’ ดังมา พร้อมเสียงหลี่หู่โถวถามอย่างห่วงใยว่า

“ต้าเหอ ร่วงลงมาบาดเจ็บหรือไม่!!”

หวังทงไม่ได้ใส่ใจวาจาล่อหลอกของศัตรูตรงหน้า หากตวาดดังลั่นว่า

“แล้วยังไง!?”

“รอบด้านก็ไม่มีคนมาอีกแล้ว ด้านนอกก็เงียบลงไม่น้อย!!”

หวังทงปิดเกราะหน้าลง ตวาดใส่คนตรงหน้าดังลั่นว่า

“พวกเจ้ายังมีอีกหลายสิบงั้นหรือ อย่าใช้วาจาหลอกเด็กสามขวบมาหลอกข้า ก็แค่ตรงหน้านี้สิบกว่าคนเท่านั้น คิดว่าข้ามองไม่ออกหรือไง!!?”

ทางนี้ตวาดจบ ทางนั้นก็มีคนกล่าวว่า

“ทางข้ายังมีอีก 87 คน เป็นองครักษ์ 61 คน หากลงมือสู้กันต่อบาดเจ็บล้มตายมาก พวกเจ้ายังต้องมาตายที่นี่ เรามาหารือกัน ปล่อยพวกเจ้าไป พวกเจ้าไปได้แล้ว!!”

พวกองครักษ์ด้านหน้าล้วนตั้งทวนแนวระนาบ ชุดเกราะแม้แน่นหนา แต่ทวนยาวแทงใส่ย่อมไม่อาจต้านรับได้ พวก องครักษ์ท่าทางขึงขังพร้อมเพรียงกว่าพวกขันทีบ้าคลั่งที่ไม่รู้จักยุทธวิธีการต่อสู้พวกนั้น

หวังทงก็เงียบไปครู่หนึ่งก็ตวาดดังว่า

“พวกเจ้ายังมีอีก 80 กว่างั้นรึ ข้าไม่เชื่อ!!”

“หลอกเจ้าทำไมกัน……อย่าคิดว่าทำเช่นนี้เพื่อถ่วงเวลาเลย……เหลือทางรอดให้ พวกเจ้าไม่ไป……”

เสียงคนด้านหลังคนผู้นั้นตวาดขึ้นเสียงเหี้ยม หากกล่าวไม่ทันจบก็ถูกหวังทงตวาดกลบไปว่า

“ถอยกลับเข้าไป!!”

เมื่อครู่สู้กันดุเดือดเป็นตายไม่ถอย สู้กันหนึ่งต่อสิบ ตะโกนสังหารเอาเรื่อง ชุ่มไปด้วยโลหิต สุดท้ายพวกองครักษ์กลุ่มท้ายสุดที่กรูเข้ามาก็เหมือนกับกำลังเผชิญศัตรูใหญ่ ต้องเตรียมพร้อมสู้ตาย คิดไม่ถึงว่าวาจากล่าวไม่กี่คำ พวกนักรบเกราะเหล็กเก่งกล้าพวกนี้ถึงกับวิ่งหนีกลับเข้าไป ดาบหวังทงยกขวางด้านหน้า ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง

คนอื่นๆ หันหลังได้ก็วิ่งทันที นักรบเกราะเหล็กวิ่งกลับเข้าไปในห้อง หวังทงค่อยๆ ถอยขึ้นบันไดมาหยุดอยู่หน้าประตูห้อง พวกองครักษ์และขันทีก่อการร้ายมองอย่างงุนงง

ในใจคิดว่านี่มันยุทธวิธีอันใดกัน ตามมาด้วยความโกรธถึงขีดสุด เมื่อครู่ยังสู้เอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายมาหนีตายเอาเช่นนี้ได้ นี่มันอะไรกัน พวกองครักษ์และขันทีต่างพากันเอะอะดัง วิ่งไปที่อื่นก็ว่าไปอย่าง หากนี่วิ่งไปในห้องนั่น เช่นนั้นข้าก็จะเล่นเกมจับปูในไหกับพวกเจ้า จับได้จะลอกหนังเลาะกระดูกทิ้ง

“สังหารพวกมันให้หมด จับเจ้าว่านลี่ เอาไปสับเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น”

ทุกคนพากันตะโกนเสียงแหลม พวกองครักษ์ที่ก่อการเดินตรงเข้ามา หวังทงถอยไปสองสามก้าว กลับหลังหันวิ่งอย่างเร็วเข้าไปในห้องอย่างหวุดหวิด เหนื่อยล้าอย่างที่สุดจริงๆ

พวกองครักษ์กรูกันเข้าประตูไป เห็นๆ ว่าสามารถไล่ล่าสังหารได้ เมื่อครู่อัดอั้นมาก ตอนนี้สังหารให้สะใจไปเลย

“จุดไฟ!!”

เสียงคนในห้องตะโกนดังขึ้นคำหนึ่ง พวกองครักษ์ที่กรูกันเข้ามาก็งง จุดไฟอะไรกัน หรือว่าไฟกระถางไฟ หรือว่าจุดไฟเผาห้อง

‘ปัง ปัง ปัง’ ดังติดๆ กัน เห็นตรงประตูมีสะเก็ดไฟวาบขึ้นหลายจุด พวกที่บุกเข้ามาเหมือนปะทะกับอะไรสักอย่าง กระเด็นหงายหลังทันที

ในห้องมีควันขาวลอยคลุ้ง มีคนได้กลิ่นดินปืน องครักษ์ในห้องอย่างไรก็เป็นทหารหมิง ได้กลิ่นก็ย่อมรู้ดี มีคนตะโกนลนลานขึ้นว่า

“เป็นปืนไฟ!!”

ยังมีคนส่งเสียงร้องโหวกเหวกว่า

“บุกเข้าไป ปืนไฟยิงติดต่อกันไม่ได้ ยิงได้ครั้งเดียว!!”

ขณะกล่าววาจานี้ หวังทงก็ก้าวออกจากประตูห้อง ซุนซิงและลี่เทาข้างๆ เขาสามคน ทุกคนถือปืนสั้นคนละสองกระบอก

“มารดาเจ้าสิ กว่าจะสังหารพวกเจ้านับร้อยได้ ยังมีหน้ามาให้ทางรอดพวกข้าอีก เจ้าคิดว่าพวกข้าต้านไม่อยู่หรือไง?”

หวังทงตะโกนดัง เบื้องหน้ามีองครักษ์ที่บุกมาด้านหน้า สามคนยกแขนตั้งแนวระนาบ ยิงปืนพร้อมกัน ในลานใหญ่เพียงใดก็ตาม แต่หากมาหยุดเบื้องหน้า ระยะห่างไม่กี่ก้าว ปืนสั้นย่อมมีระยะยิงทรงประสิทธิภาพที่ 30- 40 ก้าว คนในลานล้วนอยู่ในระยะยิง ล้วนเป็นเป้าของการยิง!

ปืนสั้นหกกระบอกดังขึ้น คนที่บุกเข้ามาหน้าอกเปิดเป็นรูโลหิตทะลัก ล้มลงตรงหน้าบันได ควันขาวตลบไปทั่วหน้าประตูห้อง มองเห็นด้านในไม่ชัด

“บุกเข้าไปอีก!! พวกมันไม่มีปืนไฟแล้ว!!”

ยังพูดไม่จบ พวกหวังทงสามคนก็ออกมายิงหน้าประตูอีก ยังมีอีกหกกระบอก ดังขึ้นอีก ขันทีและองครักษ์ที่ก่อการยามนี้ย่อมมาเบียดกันอยู่หน้าประตู ไหนเลยจะมีเหตุผลที่จะยิงไม่เข้า แค่กดปากกระบอกปืนยิงๆ ไปก็โดน

เสียงปืนดังติดต่อกัน หน้าห้องกวาดเรียบหายไปหมด บุกเข้ามาตาย แม้คิดว่ายอมตายแต่ก็ควรต้องคิดว่าคุ้มหรือไม่ พวกก่อการพากันสับสน

“ทุกคนถอย ใช้ธนูรับมือ!!”

ด้านหลังมีโจรตะโกนดัง ด้านหลังสุด มีองครักษ์สามคนปรากฏตัวขึ้นที่ระเบียงคด พวกเขาขึ้นสายธนูพร้อม ในลานมีแสงริบหรี่เลือนลาง มองไปเห็นเงาสามคน มือธนูรออยู่ตรงข้ามประตู รอให้พวกยิงปืนปรากฏตัว

พวกหวังทงไม่ได้ปรากฏตัวอีก หากอยู่ในห้องจัดเตรียมปืน ยามนี้ไม่ใช่ปืนสั้น แต่เป็นปืนไฟระยะยิงร้อยก้าว ปากกระบอกปืนยื่นออกมาจากในห้อง เล็งไปยังสามคนที่ขึ้นสายธนูพร้อม เสียงดังปัง ระยะใกล้มากเหลือเกิน แทบไม่มีผิดพลาด

มือธนูสามคนหงายหลังตึงล้มลงกับพื้นทันที อีกคนกุมขาส่งเสียงร้องดังโหยหวน หวังทงโยนปืนกลับเข้าไปในห้อง พวกหลี่หู่โถวรับปืนไฟเร่งอัดดินปืนใหม่ ก่อนจะส่งปืนสั้นสองกระบอกให้หวังทง หวังทงเปิดออกตรวจสอบเชือกชนวน ก่อนจะยิ้มกว้างบุกออกไป!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!