Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 669

ตอนที่ 669 ขุนนางบัณฑิตชิงหลิวเมืองหลวง

เดิมเขตบูรพาในเมืองหลวงเป็นที่พักของขุนนางส่วนใหญ่ แต่หลายปีนี้คนมาทำการค้าก็มากขึ้น ร้านค้าและร้านขายของหลายร้านก็เริ่มเปิดกิจการมากขึ้น

เหตุผลก็ง่ายมาก เขตบูรพาในเมืองหลวงอยู่ทางตะวันออกของเมืองหลวง พอดีเชื่อมกับเส้นทางไปเทียนจิน เทียนจินกับเมืองหลวงไปมาหากันด้วยเส้นทางนี้ คนและสินค้าผ่านไปมามากมาย ย่อมมีพ่อค้าไม่น้อยมาเปิดกิจการที่นี่

จวนของขุนนางกรมอากรแห่งฮกเกี้ยนหลี่ซานไฉเองก็อยู่ที่นี่ แม้ไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็เป็นตำแหน่งที่ไม่เลว จวนก็ย่อมจัดได้ไม่เลว

เรือนสามชั้นตกแต่งได้ปราณีต คนงานในบ้านอยู่ที่เรือนด้านข้าง คนรถก็มีที่พักของตนเฉพาะ แต่ละเรือนพักเชื่อมหากัน ก็นับไม่เล็กแล้ว นับได้ว่าไม่ด้อยไปกว่าขุนนางระดับสามและสี่ในเมืองหลวงเลยทีเดียว

ตำแหน่งหยวนไว่หลางแม้ว่าระดับไม่ต่ำ แต่เงินทองไม่มาก แม้ว่ามีวิธีเรียกเงินทอง ก็ต้องทำให้ไม่เอิกเกริกนัก จะได้ไม่มีคนมาเคียดแค้นเอาคืน

สามารถมีจวนเช่นนี้ได้ และทำให้ทุกคนคิดว่าควรเป็นเช่นนี้ก็มีแต่หลี่ซานไฉแล้ว ผู้ใดไม่รู้ว่าตระกูลเขาร่ำรวยมาก ผู้ใดไม่รู้ว่าตระกูลเขาเป็นพ่อค้าใหญ่แห่งทงโจว

หลี่ซานไฉเคยยื่นฎีกากล่าวว่า หวังทงตั้งกองกำลังหู่เวยเป็นเรื่องเลวร้าย คิดการไม่ซื่อ แม้ว่าจบเรื่องนี้ไปด้วยการถูกตำหนิ แต่ชื่อเสียงในเมืองหลวงกลับยิ่งโด่งดัง

หลายปีนี้เขายังใช้จ่ายใจกว้าง คบหาสหายมากมาย จึงได้กลายเป็นผู้นำของขุนนางบัณฑิตชิงหลิวรุ่นใหม่ในเมืองหลวงไปโดยปริยาย แม้แต่ขุนนางใหญ่หกกรมกองยังไม่กล้ามองข้ามเขา

หลี่ซานไฉชอบสร้างเรื่องที่ทำให้มีชื่อเสียงคุณธรรม เรื่องบางเรื่องจึงไม่สะดวกไปทำเองหรือพูดเอง กู้เซี่ยนเฉิงเหมาะกับงานนี้พอดี และกู้เซี่ยนเฉิงยากจน ไม่มีต้นทุน ไม่มีเงินทอง แม้อยากจะไปอันใดก็ไร้แรงไร้กำลัง ได้พบกับหลี่ซานไฉ ช่างเป็นเรื่องประเหมาะพอดี

ทุกวันเมื่อกลับจากที่ทำการมา จวนหลี่ซานไฉก็จะมีแขกมาเยือนไม่ขาด มีคนรู้สึกได้ว่าคนที่นี่มีอุดมการณ์ร่วมกันมาก มีคนรู้สึกได้ว่าที่นี่ทำให้มีชื่อเสียง ยังมีคนรู้สึกว่าที่นี่สามารถทำการเพื่อแผ่นดินอันใดก็ได้ ขุนนางบัณฑิตชิงหลิว ขุนนางอายุน้อยก็ย่อมมารวมตัวกันที่นี่

ในนี้ ย่อมมีขุนนางใหญ่และชนชั้นสูงไม่น้อยที่คิดจะใช้ประโยชน์จากลุ่มคนกลุ่มนี้ แต่สำหรับหลี่ซานไฉ การที่คนมาเยือนมาขึ้น ก็ยิ่งได้คบหากับคนมากขึ้น แม้ว่ามีคนจ้องใช้ประโยชน์ยิ่งมาก ชื่อเสียงของเขาก็ยิ่งก้าวขึ้นไปอีกขั้น ผลประโยชน์ของเขาก็ยิ่งมากขึ้น

แม้ว่าวิพากษ์วิจารณ์กันไปไร้ประโยชน์ แต่หลายเสียงรวมกัน คนสรรเสริญมา ก็ยิ่งได้ประโยชน์มาก เขาจึงได้ก้าวจากนายกองเล็ก ๆ มาสู่ตำแหน่งหยวนไว่หลางแห่งฮกเกี้ยน ก็ดูเป็นการเลื่อนตำแหน่งที่ปกติดี คนที่มีคุณสมบัติพอจะได้พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หลี่ซานไฉคุณสมบัติน้อยสุด หากกล่าวให้ดี อาจเรียกได้ว่า เขายังไม่อยู่ในอายุราชการที่ควรได้เลื่อนตำแหน่ง

เป็นเช่นนี้ก็เพราะขุนนางแต่ละแห่งล้วนอยู่ในกำมือและการวิพากษ์วิจารณ์ของหลี่ซานไฉ บ้างก็กลัว บ้างก็คิดใช้ประโยชน์ แต่ละแห่งเปิดไฟเขียว จึงทำให้หลี่ซานไฉขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ได้

***********

“ส่งเงินพันตำลึงไปให้เฉินเกอ เป็นค่าย้ายบ้านตั้งรกรากหรือยัง?”

“เรียนนายท่าน เมื่อวานส่งไปถึงมือพวกเขาแล้ว เฉินเกอรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่ง”

ได้ยินคนงานตอบ หลี่ซานไฉก็ได้แต่โบกมือบอกให้ออกไป มองไปทางกู้เซี่ยนเฉิงข้างๆ ยิ้มกล่าวว่า

“ซูสือ (ชื่อรองกู้เซี่ยนเฉิง) เจ้ารู้สึกว่าเงินก้อนนี้ไม่ต้องให้ใช่หรือไม่?”

กู้เซี่ยนเฉิงกระแอมไอ ท่าทีอึดอัดกล่าวว่า

“เฉินเกอถูกขับออกจากราชการแล้ว ให้กลับบ้านเกิดไปแล้ว พี่เต้าผู่มอบเงินให้เช่นนี้นับว่ามีคุณธรรมยิ่ง แต่ไยต้องเสียเงินเสียทองเช่นนี้ด้วย”

ฟ้าค่อยๆ มืดลง ในห้องเริ่มจุดตะเกียง หลี่ซานไฉผายมือเชิญให้นั่งลง เขากับกู้เซี่ยนเฉิงคบหากันมาไม่นาน สองฝ่ายกลับสนิทกันมาก สองฝ่ายไม่ต้องวางตัวตามมารยาทมากนัก กู้เซี่ยนเฉิงนั่งลง หลี่ซานไฉเอ่ยขึ้นว่า

“พวกโจวหยวนเปียววันนั้นทำให้จางจวีเจิ้งโมโห บ้างก็ถูกขับ บ้างก็ถูกปลด บ้างก็เนรเทศ คนเมืองหลวงผู้ใดจะคิดว่าพวกเขายังมีวันได้หวนคืนตำแหน่ง และตอนนี้พวกเขาก็มาอยู่เมืองหลวง ชื่อเสียงโด่งดัง พวกเฉินเกอตอนนี้กำลังเสียขวัญ ผู้ใดจะรู้ว่าวันหน้าจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีกหรือไม่?”

กู้เซี่ยนเฉิงพยักหน้า หลี่ซานไฉน้ำเสียงเบาลงกล่าวว่า

“ข้าไม่ขาดเงินทอง หากเฉินเกอตกต่ำ เรามองดูเฉย วันหน้าออกหน้าเพื่อคุณธรรม ผู้ใดจะยังกล้าออกหน้าเล่า”

“พี่เต้าผู่ คิดการได้รอบคอบ เป็นข้าที่สะเพร่าไปแล้ว”

กู้เซี่ยนเฉิงกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกละอายใจ หลี่ซานไฉโบกมือยิ้มกล่าวว่า

“ซูสือไยต้องถ่อมตนเองเช่นนี้ ท่านเป็นผู้มีความสามารถ ขอเพียงโอกาสมาถึงเท่านั้น ไม่ต้องรีบร้อนไป ขอเพียงทำงานเช่นนี้ต่อไป ช้าเร็วย่อมได้เข้าสู่คณะเสนาบดีใหญ่ได้สักวัน”

สองคนคุยกันด้วยอารมณ์ดี ด้านนอกก็มีผู้ติดตามคนสนิทมาเคาะหน้าต่าง จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นว่า

“นายท่าน ข้าน้อยสืบได้มาเรื่องหนึ่ง เข้าไปรายงานด้านในได้หรือไม่?”

“ซูสืออยู่ คนกันเอง เจ้าเข้ามาได้!”

พอได้รับอนุญาต ผู้ติดตามคนสนิทวิ่งเข้ามาท่าทางนอบน้อม และคำนับกู้เซี่ยนเฉิง นี่ก็เป็นความเคยชิน กู้เซี่ยนเฉิงเองก็คุ้นเคยดี จึงขยับตัวเล็กน้อยเตรียมรอฟัง

“เรื่องหกกรมกอง ท่านทั้งสองคิดว่าน่าจะได้รู้จากข่าวแล้ว ข้าน้อยไปสืบข่าวมาจากทางองครักษ์เสื้อแพร”

“หืม เจ้าหวังทงก่อเรื่องอันใดอีก?”

กู้เซี่ยนเฉิงถามอย่างสนใจ ผู้ติดตามคนสนิทยิ้มพยักหน้ากล่าวว่า

“วันนี้หวังทงมีคำสั่งว่า พลทหารผู้น้อยในสังกัดองครักษ์เสื้อแพรที่อายุไม่ถึง 40 ให้นับว่าเป็นทหารใหม่ นอกจากพวกมีเวรประจำในเมืองหลวงแล้ว ให้มาร่วมฝึกให้หมด ผู้บัญชาการสำนักองครักษ์เสื้อแพรลั่วซือกงอนุมัติแล้ว ทุกกองพันตอนนี้กำลังส่งรายชื่อรายงาน”

“หนุ่มน้อยฮึกเหิมจริงๆ เหลวไหลที่สุด ทหารองครักษ์เสื้อแพรเมืองหลวงเกือบหมื่น ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเกียจคร้าน พาไปลำบากเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาอีกเท่าไรแล้วสิ”

หลี่ซานไฉยิ้มวิจารณ์ขึ้น ผู้ติดตามคนสนิทรับคำสัพยอกว่า

“นายท่านกล่าวได้ถูกต้อง รองและผู้ช่วยสำนักองครักษ์เสื้อแพรล้วนไม่เห็นชอบ บอกว่าเกรงว่าจะทำให้งานในหน้าที่เสียหาย นายกองพันหลายคนบ้างก็โวยวายออกมาเปิดเผย บ้างก็แอบโวยวายกันเอง ลั่วซือกงเอาไม่อยู่ สุดท้ายจึงได้แต่ตกลงให้เขาฝึกสองกองพันในเขตทักษิณก่อน หากได้ผลดี ก็ค่อยฝึกที่อื่น!”

กู้เซี่ยนเฉิงตบมือกล่าวว่า

“ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ให้หวังทงได้เจอตอเสียบ้าง ความอวดเบ่งจะได้ลดลงเสียบ้าง ขุนนางบู๊บ้านนอก คิดว่าตนเองเก่งกล้า แค่มีหนทางเล็กๆ น้อยๆ ก็คิดจะวางอำนาจในเมืองหลวงแล้ว จากนี้เขาคงต้องเจอเรื่องยุ่งยากแล้ว”

หลี่ซานไฉกลับเงียบไป ให้ผู้ติดตามกล่าวต่อ ผู้ติดตามพยักหน้ากล่าวว่า

“สายที่ส่งออกไปที่อื่นกลับมารายงานข้าน้อยว่า หวังทงวันที่ไปรับตำแหน่ง ขี่ม้าสวมเกราะ อาวุธครบ ไม่เหมือนมารับตำแหน่ง แต่เหมือนมาสังหารมากกว่า ตอนนั้นทำเอาคนไม่น้อยพากันตื่นตกใจ โมโหเดือดดาลกับการกระทำวางอำนาจเหิมเกริมของหวังทงมาก ครั้งนี้หวังทงก่อเรื่องอีก พวกเขาย่อมไม่ยอม ล้วนเตรียมร่วมตัวกันก่อเรื่องแล้ว”

ขุนนางใหม่รับตำแหน่ง หากลูกน้องรวมตัวกันต่อต้านก่อเรื่อง เช่นนี้ก็ทำให้ขุนนางรับตำแหน่งใหม่เสียหน้าอย่างมาก คนรอบๆ ต่างดูแคลนไม่ว่า พอจบเรื่องก็ยังทำงานไม่ราบรื่น ได้ยินเรื่องนี้แล้ว สีหน้าหลี่ซานไฉก็เผยรอยยิ้ม กู้เซี่ยนเฉิงก็ยิ่งมีสีหน้าลิงโลดดีใจ ผู้ติดตามคนสนิทกล่าวต่อว่า

“ลาดตระเวนสืบคดี คุมวินัยทหาร แค่สองเรื่องนี้ หวังทงบอกว่าไว้ฝึกทหารเสร็จค่อยลงมือต่อ บอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทำไม่ได้!”

หลี่ซานไฉพยักหน้า กู้เซี่ยนเฉิงหันไปมองเขาแวบหนึ่ง หลี่ซานไฉกล่าวว่า

“พรุ่งนี้เจ้าไปติดต่อขุนนางกรมสอบสวนที่คุ้นกันสักสองสามคน บอกว่าหวังทงทำเรื่องพวกนี้ ยื่นฎีกาหวังทงทำให้ชาวบ้านไม่สงบสุขก็น่าจะได้”

กู้เซี่ยนเฉิงพยักหน้า หลี่ซานไฉยืดตัวนั่งตรงขึ้น โบกมือให้ผู้ติดตามถอยออกไป รอให้ทางนั้นปิดประตู หลี่ซานไฉกล่าวต่อ หากน้ำเสียงครานี้กลับเบายิ่งว่า

“เจ้าไปหาเหยียนชิง แล้วค่อยไปหาหลี่จื๋อ บอกว่าหากต้องให้ได้ผลสำเร็จ แค่พี่งพาวาจาวิจารณ์ขุนนางบัณฑิตชิงหลิวคงไม่พอ พวกเขาต้องช่วยอีกแรงจากหลายทาง……อีกอย่าง เจ้าแอบไปพบเซินสือหัง บอกมหาอำมาตย์เซินว่า หากเขายังคิดเช่นนั้น พวกเราทางนี้ทำเช่นเดิม จะจัดการลงมือกับหวังทงหรือไม่ อยู่ที่ท่านอำมาตย์แล้ว”

“จวนเซินสือหังเข้าไปยาก ไปหลายครั้ง ล้วนถูกขวางต้องกลับมา”

“หากสานสัมพันธ์มหาอำมาตย์เซินได้ ทำงานให้เขาได้ ดีกว่าพวกเหยียนชิงอีก ไปลองดูก็ดี”

สองคนกระซิบหารือกัน ยามนี้ไม่สนใจหลักการคุณธรรมคำสอนใดแล้ว สุมหัวกันเดิมพันยิ่งใหญ่ หากคนนอกรู้เข้า เกรงว่าคงตกใจจนอ้าปากค้าง

ทางนี้ไม่ได้กล่าวอันใด ผู้ติดตามด้านนอก็ตะโกนขึ้นว่า

“นายท่าน พ่อบ้านรองของจวนที่ทงโจวมาขอรับ”

หลี่ซานไฉขมวดคิ้ว กล่าวพึมพำกับตนเองว่า

“มายามนี้ เพิ่งเข้ามาก่อนประตูเมืองปิด”

พอพ่อบ้านรองเข้ามาในห้อง เหงื่อบนหน้าผากไม่ต้องพูดถึง สีหน้าร้อนใจยิ่ง หอบหายใจไม่หยุดกล่าวว่า

“นายน้อย หน้าร้านแปดร้านของเราที่เทียนจินถูกปิดแล้ว……”

“อะไรนะ!!?”

พอได้ยิน หลี่ซานไฉก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที การค้าเขาที่ทงโจวเกือบเจ็ดส่วนย้ายไปเทียนจิน อยู่ๆ ถูกปิดไปแปดร้าน ก็เท่ากับเส้นทางการเงินถูกปิดตาย ข่าวนี้มาอย่างกะทันหันมาก ไม่ได้เตรียมตัวรับแม้แต่น้อย

ในห้องเพิ่งได้ข่าวนี้ ก็ได้ยินข้างนองเอะอะดัง หลี่ซานไฉร้อนใจอยู่ กำลังจะตะโกนด่า ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้น ประตูห้องถูกผลักออก ทหารองครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งเดินเข้ามา

เห็นคนเข้ามาเช่นนี้ หลี่ซานไฉกับกู้เซี่ยนเฉิงล้วนตื่นกลัวจนต้องลุกขึ้น พ่อบ้านรองล้มแปะลงนั่งกับพื้น เจ้าหน้าที่สีหน้ำเย็นเยียบกล่าวว่า

“พ่อบ้านรองท่านมาถึงแล้ว ร้านที่เทียนจินถูกปิด ข่าวนี้ ใต้เท้าหลี่ก็รู้แล้วกระมัง!”

หลี่ซานไฉไม่รู้จะทำเช่นไรได้แต่พยักหน้า ทหารผู้นั้นกล่าวว่า

“มีความจากใต้เท้าหวังเรามาแจ้งท่าน คิดจะเปิดร้านต่อ คิดจะทำการค้าหาเงินไปดีๆ ก็ให้ปิดปากให้สนิท หากยังแอบทำเรื่องลับหลังอีก ก็จะให้เจ้าทั้งครอบครัวออกไปขอทานข้างถนน!!!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!