Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 680

ตอนที่ 680 ชื่อหวังทงสะเทือนเมืองหลวง

เฆี่ยนแส้ 30 เอาให้หนัก คำสั่งนี้สั่งการลงไป ทุกคนก็รู้ว่าควรลงมือเช่นไร คนที่ลงมือยังเป็นคนที่ถูกหานกังจัดการไปเมื่อกลางวันพอดี ตอนนี้หานกังเป็นพี่น้องกันแล้ว เสียเปรียบไปไม่อาจคิดเล็กคิดน้อย แค้นนี้ก็ต้องหาที่ระบำย นายกองร้อยเหยียนที่จับมาก็เหมาะพอดี

ถอดเสื้อนายกองร้อยเหยียนลง ก่อนจะเฆี่ยนลงไปเต็มแรง เริ่มแรกนายกองร้อยเหยียนยังด่าทอไม่หยุด แต่พอลงแส้เฆี่ยนได้ 20 เสียงก็เงียบไป ถานเจียงส่งสายตาให้หวังทง หากลงแส้ต่อไปเกรงว่าอย่าแรงนัก

พอเฆี่ยนเสร็จ นายกองร้อยเหยียนแน่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไป หวังทงกล่าวว่า

“เอาน้ำเย็นมา ราดให้รู้สึกตัว!”

พอกล่าวออกไป คนที่พื้นก็สะดุ้ง นายกองร้อยเหยียนแม้ว่ายังได้สติ แต่ก็ไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้ อ่อนยวบติดพื้นกล่าวว่า

“ใต้เท้าหวัง ใต้เท้าหวัง เห็นแก่ท่านอาข้าน้อย ผู้ช่วยผู้บัญชาการเหยียน ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย……”

ขณะที่พูดไม่รู้กระเทือนบาดแผลเท่าไร พูดไม่ทันจบ หวังทงก็เคาะโต๊ะกล่าวว่า

“เพราะเห็นแก่ท่านอาเจ้า จึงได้ลงแส้เฆี่ยน 30 ไม่เช่นนั้นวันนี้จะตีเจ้าให้ตาย เจ้าไปยุยงหานกัง เป็นผู้ใดออกความคิดให้เจ้า? ท่านอาเจ้าคงไม่โง่เช่นนี้กระมัง!?”

ก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักองครักษ์เสื้อแพรตำแหน่งนี้ สมองย่อมไม่โง่ รุกถอยย่อมรู้จังหวะ แม้ว่าจะยุยงก็ควรไม่ให้หลานตนเองมาข้องเกี่ยว หวังทงวิเคราะห์อยู่นั้น นายกองร้อยเหยียนที่คว่ำหน้าอ่อนแรงก็ตอบว่า

“เป็นข้าน้อยที่หน้ามืดตามัวเอง จึงได้ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ได้ ข้าน้อยยอมรับผิด ขอใต้เท้าเมตตา”

ตอนมาถึง ยังพูดว่า ‘พวกเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร’ พอลงแส้เฆี่ยนไป 30 นายกองร้อยเหยียนจึงได้รู้ตัวว่าไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย คิดจะตีให้ตายเลยทีเดียว ในบรรดาองครักษ์เสื้อแพร ปกติย่อมไว้หน้าท่านอาเขา แต่ใต้เท้าหวังผู้นี้ไม่สนใจแม้แต่น้อย ลงมือหนักยิ่ง จึงได้พบว่าที่พึ่งตนนั้นใช้ไม่ได้ ได้แต่ลนลานในใจ

“ลากออกไปตามหมอมาดูอาการ แล้วส่งกลับบ้าน!”

หวังทงโบกมือ ทหารข้างๆ ก็เข้ามาแบกออกไป ถูกเฆี่ยนจนมีสภาพเช่นนี้ ได้ยินการจัดการนี้ นายกองร้อยเหยียนยังต้องรีบขอบคุณ

ดื่มชาเสร็จ หวังทงยืนขึ้นกล่าวว่า

“เรื่องที่ต้องทำวันนี้ทำเสร็จแล้ว ถานเจียง วันหน้าการฝึกนอกเมืองทุกวันให้ทุกคนมารายงานตัว มาสายโบย 10 ไม้ พวกป่วยก็ให้หมอมาตรวจยืนยัน โกหก 20 ไม้ เจ้าไปจับตาเรื่องนี้!”

ถานเจียงก้มคำนับ พวกหวังทงกำลังจะออกไป หานกังด้านหลังลังเลครู่หนึ่ง กล่าวว่า

“ใต้เท้า ข้าน้อยไปซื้อขนมส่งกลับบ้านก่อน น้องสาวข้าน้อยน่าจะยังไม่เคยได้กิน”

หวังทงพยักหน้า น่าจะตอนลงมือแอบอยู่ในห้องไม่ได้ออกมาผู้นั้น หวังทงยิ้มกล่าวว่า

“พรุ่งนี้ออกไปนอกเมืองฝึก วันนี้ไม่มีงานของเจ้าแล้ว ปู่รองเจ้าอยู่ในวัง มีเรื่องใดไม่สะดวกนัก วันหน้ามีเรื่องก็ให้มาหาข้าก็ได้ ประเดี๋ยวเจ้าไปถนนทักษิณ ไปรู้จักหอเลิศรสเอาไว้”

หวังทงรู้สึกดีกับคนเช่นนี้ คิดจะรับเป็นลูกน้องจึงได้กล่าวเช่นนี้ หานกังผ่านเรื่องเมื่อครู่มา ย่อมรู้ว่าหวังทงให้ความสำคัญตน และก็รู้ว่าหมายถึงสิ่งใด รีบก้มคำนับขอบคุณ ร้านน้ำชาส่งกล่องขนมให้ หานกังกำลังจะออกไป ก็ถูกหวังทงเรียกไว้ ถามขึ้น

“น้องสาว 1 น้องชาย 2 ปีนี้เจ้าอายุเท่าไร?”

“เรียนใต้เท้า ข้าน้อยปีนี้ 18”

หวังทงยิ้ม โบกมือให้เขาไปได้ หานกังไว้เคราให้ดูเป็นผู้ใหญ่ คิดไม่ถึงว่ายังน้อยว่าตนเองถึง 2 ปี หวังทงตอนนี้หากพบเจอคนที่อายุน้อยกว่าตน และมีความสามารถก็คิดจะรับเอาไว้หมด เพราะข้างกายหวังทงไม่มีคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ล้วนอายุมากกว่า 5-10 ปี หรือมากกว่านั้น หวังทงอายุน้อยมาก ยังมีวันหน้าที่ต้องเดินอีกยาวไกล ต้องการคนกลุ่มหนึ่งเป็นเพื่อนเขาก้าวเดินต่อไป

**********

ทหารองครักษ์เสื้อแพรสองกองพัน ย่อมไม่ได้พักอยู่ในบริเวณเดียวกัน วันนี้ลงทัณฑ์ไป 100 กว่าคนในเมืองหลวงก็กระจายกันอยู่ทั่วเมืองหลวง และพวกที่กล้าไม่ไปเข้ารับการฝึกของหวังทง ไม่ใช่พวกมีผู้หนุนหลังก็เป็นพวกยโสโอหัง ล้วนชื่อเสียงโด่งดังในพื้นที่ที่ตนดูแล

คนระดับนี้ถูกจัดการเช่นนี้ ยังจัดกันกลางถนนต่อหน้าชาวบ้าน ถอดกางเกงออกโบย โบยเสร็จยังจำกไปอย่างไม่ยี่หระ คนโดนโบยพวกนี้จะต้องคุกเข่าขอโทษอีกด้วย

เดือนสองในเมืองหลวง ราษฎรเริ่มทำมาหากินกันยุ่งวุ่นวาย วันนี้กลับมีบรรยากาศเลี้ยงฉลอง ร้านสุราร้านน้ำชาแต่ละแห่งต้นซอยยันท้ายซอยล้วนคึกคักยิ่ง ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด เติมรสเติมชาติกันสนุกสนานยิ่ง

ราษฎรวิพากษ์วิจารณ์ ชนชั้นสูงในเมืองหลวงก็พากันเห็นเป็นเรื่องตลก แต่ในหมู่องครักษ์เสื้อแพรกลับไม่เห็นเช่นนั้น สถานะเช่นตนถูกลงมือเช่นนี้ ถูกโบยเสียหน้าเสียเกียรติ คิดเรื่องนี้ขึ้นมาคราใด ผู้ใดยังจะมีหน้าออกไปลาดตระเวนไถเงินอีก ผู้ใดจะมีหน้าออกไปพบปะผู้คนอีก

หวังทงทำงานได้เฉียบขาดแท้ ครั้งหน้าหากตนต้องเข้ารับการฝึก คงไม่กล้ารอช้า ไปดีๆ ก็พอ โดนถอดกางเกงโบยกลางถนน ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี

ข่าวเมืองหลวงแพร่ไปอย่างรวดเร็ว กลางวันจัดการไป กลางคืนข่าวก็แพร่สะพัดไป การกระทำของหวังทงสั่นสะเทือนทั่วเมืองหลวง

วันนี้ทุกคนพากันวิพากษ์วิจารณ์ ย่อมโยงเรื่องเก่ามาด้วย หน่วยงานที่คิดจะสืบข่าว คิดจะเข้าใจก็ย่อมรู้เรื่องนี้ จากนั้นหนึ่งขยายสิบ สิบขยายร้อยกันแพร่ออกไป

พอวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องเมื่อก่อนกับเรื่องระยะนี้ โยงมาคุยกันตอนนี้ ผสมกับเรื่องลับ เอามาโยงกันมั่วไปหมด

ตอนนั้นได้ฝึกที่ลานฝึกหู่เวยกับฝ่าบาท นับได้ว่าเป็นเพื่อนนักเรียน เคยร่วมกับฝ่าบาทลงมือกับบุตรชายเสนาบดีกรมปกครอง และมีเรื่องปะทะกับชนชั้นสูงที่ตรอกม้าหิน องครักษ์เสื้อแพรอย่างไรก็พวกฝึกยุทธ์ ย่อมเข้าใจความสัมพันธ์ระดับเรียนมาด้วยกันนี้ดีว่าลึกซึ้งเพียงใด และยังผ่านการต่อสู้มาด้วยกัน สายสัมพันธ์นี้ย่อมแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม

เรื่องเงินก้อนจินฮวานั้นทุกคนก็รู้กัน หวังทงตอนอยู่เทียนจินส่งเงินเข้าวังทุกปีปีละล้านสองแสนตำลึง ใช่แล้ว ไม่ใช่รับปากไปอย่างนั้น หากเป็นเงินก้อนจินฮวาจริงๆ ก่อนหน้ายังมีขุนนางบุ๋นตาไร้แววไปขวางทางหน้าประตูเมือง ผลปรากฏว่าหลุดจากตำแหน่งเพราะเงินก้อนนี้

ไม่เพียงแต่สายสัมพันธ์ หากยังมีเงินก้อนจินฮวาอีก ถุยๆ แผ่นดินหมิงยามนี้ไม่ง่ายเลย ท่านจางยังล่วงเกินคนไปไม่น้อยด้วยเรื่องเงินทองเข้าคลัง เหนื่อยจนป่วยตายไป ในวังนอกวังทุกปีใช้จ่ายเงินไม่น้อย หลายปีนี้มีเรื่องมากกมายเท่าไร เปลี่ยนมหาอำมาตย์ไปกี่คน หากยังมีเรื่องต่อไป ผู้ใดก็ไม่อยากเสียเปรียบ

หวังทงอยู่เทียนจินทำเงินเข้าวังได้ถึงล้านกว่าตำลึง เทพเงินทองเช่นนี้ทำให้วังหลวงมีเงินทองไม่ขาดมือ เกรงว่าฝ่าบาทหรือแม้แต่ไทเฮาก็ยังต้องปกป้อง

จะว่าไป สำนักรักษาความสงบทุกคนก็รู้จัก อยู่ๆ จัดตั้งขึ้นมา เก็บเงินค่าสงบสุข และยังสืบหาข่าวไปทั่ว แย่งงานองครักษ์เสื้อแพร ในนั้นมีศาลซุ่นเทียนร่วมอยู่ด้วย ว่ากันว่ายังมีคนในวังอีกด้วย อำนาจมากมาย ไม่อาจล่วงเกินได้

สำนักรักษาความสงบเป็นของหวังทง เป็นหน่วยงานที่เขาสร้างมากับมือ แม้ตอนนี้ไม่ได้สั่งการโดยตรง แต่ยังสั่งการได้

ขันทีในวังหลวงระดับหัวหน้ากอง ตอนนี้ตำแหน่งใหญ่โตในสำนักอาชาหลวง เห็นหวังทงยังต้องเกรงใจ ผู้ช่วยเจ้ากรมในศาลซุ่นเทียนตอนนี้เป็นรองเจ้ากรมไปแล้ว เห็นหวังทงยังต้องก้มคำนับ ตำแหน่งนี้แม้ว่าไม่เป็นองครักษ์เสื้อแพร เกรงว่าอำนาจก็คงไม่ด้อยไปกว่าตำแหน่งตอนนี้เท่าไรนัก

และตอนนี้หัวหน้าสำนักส่วนพระองค์จางเฉิงกงกงยังดูแลปกป้องหวังทงอยู่ หัวหน้าสำนักส่วนพระองค์หมายถึงอันใดขอเพียงพวกที่ปฏิบัติหน้าที่เมืองหลวงล้วนรู้ดีแก่ใจ มีเขาคอยปกป้อง บางครั้งยังได้ผลดียิ่งกว่าฝ่าบาทปกป้องอีก

ระยะนี้ข่าวไม่มาก และข่าวยังไม่กระจ่าง ปีก่อนในวังมีพวกโจรลัทธิไตรสุริยันก่อจลาจล องครักษ์เสื้อแพรปฏิบัติหน้าที่กันให้วุ่นไปหมด จับคนร้ายสังหารสิ้น

คนนอกรู้ไม่มาก แต่ทหารองครักษ์เสื้อแพรกลับเหมือนรู้กันว่าในวังมีขันทีนำคนเข้าจู่โจมห้องบรรทมฝ่าบาท ผลก็คือถูกสังหารสิ้น ว่ากันว่าเป็นพวกหวังทงจากลานฝึกหู่เวยออกมาจัดการปราบปรามราบคาบ

ความดีความชอบยิ่งใหญ่เหลือคณา ความดีระดับนี้มอบตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักองครักษ์เสื้อแพร ทุกคนประสานการข่าวที่ได้มาร่วมกันแล้ว ล้วนรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับหวังทง

ชัยชนะยิ่งใหญ่ด่านกู่เป่ยโข่ว พวกเขาก็รู้ แต่ไม่มีผู้ใดคิดว่าอะไรนัก ความชอบขุนนางบู๊ไม่มีค่าอันใดในเมืองหลวงนัก แต่มาคิดดูเรื่องที่หวังทงได้ทำมา กับบรรดาขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง คิดมาทำอันใดในสำนักองครักษ์เสื้อแพรเล็กๆ นี่กัน หรือว่าแค่อยากเล่นสนุกเท่านั้น?

องครักษ์เสื้อแพรที่ถูกลงโทษไปตอนกลางวันล้วนมีญาติมิตร คนของตนเสียเปรียบ ก็ย่อมมาเยี่ยมเยียน ตอนเช้าถูกลงโทษไป กลางวันบ่ายก็ไปเยี่ยม เยี่ยมไปก็พากันด่าไป เจ้าหวังทงช่างชั่วเสียจริง องครักษ์เสื้อแพรด้วยกันก็ควรปล่อยให้ผ่านไปบ้าง เหตุใดไม่ไว้หน้ากัน ลงมือหนักเช่นนี้ได้

แต่พอตกดึกวาจำที่มาเยี่ยมก็เปลี่ยนไป สายสัมพันธ์ห่างไกลก็ไม่มาเยี่ยม สายสัมพันธ์ใกล้มาถึงก็ด่า เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร คนระดับหวังทงยังกล้าล่วงเกิน สมองพังไปแล้วหรือไง ถูกลงโทษก็สมน้ำหน้าแล้ว หากไม่ใช่ใต้เท้าหวังเมตตา ตัดหัวเจ้ายังได้

โดนลงโทษจนต้องคลาน เดินไม่สะดวก แต่ก็ไม่กล้าด่าออกมาแม้แต่คำเดียว ได้แต่กัดฟันทนไป คลานได้ก็คลานไป คนที่ยังไม่ถึงคิวก็รู้ตัว หากมาถึงตนเองเมื่อใดอย่าได้ผิดโง่ๆ แบบพวกเขา

แม้ว่าสายมากแล้ว หากหวังทงยังคงไปเดินรอบลานฝึกรอบหนึ่ง ฟ้ามืดจึงกลับ พอถึงหน้าประตูบ้านก็เห็นมีคนมาคุกเข่าอยู่สองคน……

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!