Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 735

ตอนที่ 735 ทหารม้านอกด่านออกปราบกองโจรม้า

จากไม่มีไปฟุ่มเฟือยนั้นง่าย จากฟุ่มเฟือยไปไม่มีกลับยาก ชนชั้นสูงเผ่าอันต๋าในเมืองกุยฮว่าเฉิงเริ่มชินกับการใช้สินค้าหรูหราจากแผ่นดินหมิง ถึงกับเลียนแบบวิถีชีวิตชาวแผ่นดินหมิง

เส้นทางค้าถูกตัดขาด เมืองกุยฮว่าเฉิงย่อมไม่มีผลกระทบอันใด ข้าวของที่จำเป็นก็ล้วนสะสมไว้มาก แต่สำหรับชนชั้นสูงเผ่าอันต๋าแล้ว ของพวกนั้นไม่ใช่ของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตหากแต่เป็นของที่ไม่อาจขาดได้

นอกและในเมืองกุยฮว่าเฉิง เผ่าอันต๋ามีชาวฮั่นในปกครองเกือบสองแสน ทำการค้าและการเกษตรหลายอย่าง หลังที่หกร้านค้าใหญ่ถูกปล้น ต้นเดือนสิบสอง เมืองกุยฮว่าเฉิงก็ส่งคนมาซื้อสินค้า เริ่มด้วยการซื้อของกินต่างๆ จากนั้นก็ตกลงกันให้แต่ละร้านขนส่งสินค้าไป ให้ทหารม้าเผ่าอันต๋ามาคุ้มกัน รับประกันไม่มีปัญหา

ครั้งนี้บรรดาพ่อค้าที่รวมตัวกันออกไปคราก่อนไม่ไปแล้ว ครั้งนั้นถูกปล้นไป ล้วนสร้างความเสียหายหนัก และยังรู้ว่าหากทหารม้าเผ่าอันต๋าแย่งสินค้าคืนมาได้ ก็ไม่มีได้คืนอยู่ดี

แต่เงินทองก็ช่างล่อใจ คนมาซื้อจากเมืองกุยฮว่าเฉิงให้ราคาที่สูงมาก ร้านจิ้นเหอและร้านค้าต่างๆ เริ่มหวั่นไหว เริ่มออกรวบรวมสินค้าเตรียมออกนอกด่าน

เดือนสิบสองใกล้ปีใหม่ ร้านค้าแต่ละร้านล้วนเตรียมของไว้มาก กอปรกับเมืองกุยฮว่าเฉิงให้ราคาดี ร้านจิ้นเหอแม้ไปซื้อต่อจากร้านอื่นมาอีกต่อก็ยังได้กำไร สินค้าก็เตรียมครบอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าครั้งก่อนเสียอีก ขบวนรถออกจากช่องเขาสังหารพยัคฆ์แผ่นดินหมิงในเดือนสิบสอง มุ่งไปตอนเหนือ เมืองกุยฮว่าเฉิงก็มีการฉลองปีใหม่เช่นกัน เทศกาลนี้สำหรับชาวมองโกลแล้วก็เรียกได้ว่าสนุกครึกครื้นอย่างมาก หากไร้สุราแรง ไร้ของหรูหรามีราคา ก็ย่อมดูจืดชืดไม่น้อย

คนซื้อเร่งมาตลอด ร้านจิ้นเหอก็รีบดำเนินการ ครั้งนี้พวกนอกด่านส่งคนมาคุ้มกันกลุ่มหนึ่งจริงๆ ร้านจิ้นเหอนี้มีสายสัมพันธ์อันดีกับทางกองกำลังฝ่ายขวาเมืองต้าถง ขบวนพ่อค้านี้ก็ย่อมมีทหารม้าหมิงทหารคุ้มกันมาส่งครึ่งวัน

ระยะทางนี้เรียกได้ว่าห่างจากกำแพงเมืองหมิงมาไกลพอควร ที่จริงแล้วทหารม้าหมิงที่คุ้มกันขบวนพ่อค้าออกมาพอเห็นพวกทหารม้านอกด่านตรงหน้าแล้วก็กลับแม้สองฝ่ายยังไม่ประชิดกัน ขบวนพ่อค้าก็จะไม่มีทหารคุ้มกันในอีกครึ่งชั่วยามต่อจากนี้ เส้นทางช่วงนี้ก็เรียกได้ว่าปลอดภัย หากกองโจรม้าทุ่งหญ้านอกด่านไม่สนใจทหารนับพันพวกนี้ ก็คงไม่ใช่กองโจรม้าแล้ว

เทียบกับอีกทาง ใกล้เดือนสิบสอง เป็นช่วงสินค้ากำลังขาดแคลน ตอนที่สามารถขายได้ราคาดี ทางตะวันออกเมืองต้าถงและปากทางด่านหยางเหอมีขบวนพ่อค้าออกเดินทาง คิดจะออกไปแสงวงหาโชคสักหน่อย

แต่ขบวนพ่อค้านี้มิได้มีโชคแต่อย่างใด ห่างจากเมืองกุยฮว่าเฉิงอีก 400 กว่าลี้ก็เจอเข้ากับกองโจรม้า สินค้าถูกปล้นไปหมดเกลี้ยง แต่ไม่ทำร้ายผู้ใด

ขบวนพ่อค้าไม่ใช่มือใหม่ ถึงกับรู้จักกับคนในเมืองกุยฮว่าเฉิง ขบวนพ่อค้าอาจเป็นกิจการของนายทหารหรือขุนนางในเมืองต้าถง มาเมืองกุยฮว่าเฉิงหลายครั้ง สินค้าถูกปล้น หากรายงานขึ้นไปเบื้องบนทีละขั้น ย่อมมีชนชั้นสูงเผ่าอันต๋ารับรู้เรื่องนี้ กองโจรม้าทุ่งหญ้านอกด่านถูกจัดการไป กองโจรม้าถูกสังหารไปมาก แต่พวกที่ก่อการเหิมเกริมก่อนหน้านี้พวกนั้นยังคงกบดานเงียบกริบ

ดูรูปแบบการปล้นขบวนพ่อค้าแล้ว เหมือนเป็นพวกกองโจรม้ากลุ่มแรกนั้น ที่แท้เคลื่อนไหวอยู่ระหว่างเมืองกุยฮว่าเฉิงกับกองกำลังฝ่ายขวาเมืองต้าถง คิดไม่ถึงว่าซุ่มตัวแถวทางตะวันออกและใกล้เมืองกุยฮว่าเฉิงเช่นนี้ เช่นนั้นก็ย่อมปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว ต้องส่งกองพันทหารออกไปเก็บกวาดให้เรียบร้อย

**************

ทหารพวกนอกด่านแต่ละหน่วยต่างสนในใจการจับกองโจรม้ามาก เรื่องอื่นไม่ต้องกล่าวถึง แค่ท่านข่านรับปากว่า ผู้ใดปราบกองโจรม้าได้ สินค้าที่ได้มากับสัตว์เลี้ยงก็จะให้พวกเขาครอบครอง ไม่จำเป็นต้องส่งทางการ ว่ากันว่าพวกพ่อค้าเมืองกุยฮว่าเฉิงกับแผ่นดินหมิงจะมีรางวัลให้ด้วย รางวัลมากมายเช่นนี้หาที่ไหนได้

เรื่องนี้คิดง่ายๆ ขอเพียงปราบกองโจรม้ากลุ่มนี้ได้ ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งในเผ่าอันต๋า แค่สินค้าที่ได้ครอบครองต่อมาก็เรียกได้ว่าชาตินี้กินไม่หมดแล้ว

และกองโจรม้าจะเก่งกล้าอย่างไร ก็แค่กองโจรม้า หรือว่าจะเทียบทหารกล้าเผ่าอันต๋าบนทุ่งหญ้านี้ได้กัน ขอเพียงจับตัวได้ ก็ย่อมราวกับล่าได้เนื้อก้อนโต

แม้ทุกคนอยากออกไล่ล่า แต่เรื่องงานดีๆ เช่นนี้ก็คงมีเพียงคนที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านข่านเท่านั้นที่จะได้ไป เมืองกุยฮว่าเฉิง มเหสีสามมีหน้ามีตาสุด ภาระปราบปรามนี้ก็ย่อมเป็นคนของมเหสีสามได้ไป ทุกคนล้วนอิจฉาตาร้อน กลับไม่กล้ากล่าวอันใด

อีก 20 วันก็ปีใหม่ตรุษจีนแล้ว เผ่าอันต๋า ในและนอกเมืองกุยฮว่าเฉิงนิยมฉลองเช่นกัน พวกออกนอกเมืองไปปราบโจรจึงดูรีบอยากออกไปจัดการให้เสร็จโดยเร็ว

“ทุกคนรีบไปรีบกลับ พวกเรารู้ข่าวมาได้ห้าวัน รีบไล่ตามไปอาจโชคดี หากตามไม่ทัน พวกเราก็รีบกลับมาดื่มเหล้ากันให้สำราญใจก่อน!!”

ก่อนออกเดินทาง หัวหน้านายกองพันกล่าวกับลูกน้องเช่นนี้ ทุกคนออกเดินทางด้วยความรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง มีคนหนึ่งในขบวนพ่อค้านำทาง อย่างไรที่ถูกปล้นก็เกิดระหว่างทาง ไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าที่ใด

ทางใต้กับทางตะวันตกของเมืองกุยฮว่าเฉิงมีภูเขาสูง แต่ทางตะวันออก เป็นทุ่งหญ้ากว้าง หากเพราะเป็นฤดูหนาว จึงขาวโพลนไปหมด มองไม่เห็นสีเขียวของต้นไม้แม้แต่น้อย

เดินมาได้สามวัน คนงานผู้นั้นก็ถูกนำตัวไปยังรังทหารม้านอกด่าน “รัง” พวกทุ่งหญ้านอกด่านส่วนใหญ่ก็หมายถึงเนินเขาล้อมรอบที่มีที่ให้หลบลมได้ ที่นั่นมีแหล่งน้ำจืด

ที่เช่นนี้หน้าหนาวเป็นที่พักรวมกันของพวกเผ่าเล็กๆ บนทุ่งหญ้า สามารถกำบังลมหิมะได้ และยังเป็นแหล่งน้ำใช้ เหมือนรู้กันว่าหากเดินทางมาถึงที่นี่ ก็ย่อมได้เห็นการรวมกลุ่มกันของเผ่าเล็กๆ

เดินทางรอนแรมมาสามวัน ทหารที่เผ่าอันต๋าส่งออกมาพันนายก็ต้องการพัก อย่างไรก็ต้องเข้าพักที่นี่ ตามความเคยชินของชาวทุ่งหญ้านอกด่าน หากเผ่าที่อยู่ก่อนไม่มีกำลังพอ ก็จะใช้กำลังไล่ออกไปก่อนเข้าอยู่แทนก็เป็นได้

แต่สายสืบไปดูกลับมารายงานว่า รอบนอกเผ่ามีม้านับพัน สัตว์เลี้ยงอื่นๆ ก็ไม่น้อย เผ่าใหญ่เช่นนี้ ชายฉกรรจ์ก็เกรงว่าน่าจะไม่น้อยกว่า 500 แน่นอนว่าเป็นเนื้อก้อนโต แต่หากไม่ดูทางให้ดีเข้าเขมือบ ตนเองอาจเสียหายหนักแทน

ตอนนี้ ฝ่ายมเหสีสามใส่ใจในจำนวนกำลังพลมาก หากเสียหายไป เกรงว่าความผิดคงไม่น้อย ในเมื่อตัดสินใจว่าไม่ลงมือ เช่นนี้ก็ทำตามระเบียบที่เคยเป็นมา

เช่นส่งคนเข้าไปทักทาย จากนั้นดูว่าอีกฝ่ายยินยอมหรือไม่ หากไม่ ก็จะหลบไปให้ไกล บนทุ่งหญ้านอกด่านหากเอ่ยชื่อเผ่าอันต๋า ข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิงออกไป คงไม่มีผู้ใดกล้าไม่ยินยอม

เผ่าเล็กนี้ก็มีคนออกมาหาข่าวอยู่รอบนอกเช่นกัน พอเห็นคนกลุ่มนี้มา ก็เข้ามารายงานให้ระวังกันก่อนแล้ว รอจนอีกฝ่ายส่งคนมาแจ้ง ก็ให้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว

ให้เข้ามาอยู่ได้ แต่ห้ามเข้ามาร่วมเผ่า จะจัดกองไฟและหม้ออาหารให้ด้านนอก เรื่องอื่นๆ อย่าได้คิด

ทุ่งหญ้านอกด่านเป็นที่ไร้ขื่อไร้แป เผ่าใหญ่เล็กล้วนกลัวถูกอีกฝ่ายกลืนกิน ย่อมระวังกันและกัน สามารถให้คำตอบเช่นนี้ ก็นับว่าไม่เลวแล้ว การทำเช่นนี้ไม่ได้แสดงถึงการต้อนรับที่ดี แต่เพราะยังเกรงกลัวบารมีข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิงกับเผ่าอันต๋า

รอบด้านนอกรัง แขวนหม้อตามไว้เรียบร้อย หญ้าแห้งฟืนแห้งจุดไฟ น้ำแข็งสะอาดนำมาต้มเดือด แพะฆ่าเสร็จลอกหนัง จากนั้นโยนลงหม้อ ไม่นานก็ส่งกลิ่นหอม

เดินทางไล่ล่าตามรอย ย่อมไม่มีอาหารดีๆ กินอันใด ตอนนี้มีเนื้อแพะกับซุปร้อนๆ กองพันทหารม้านอกด่านย่อมรู้สึกผ่อนคลาย ทยอยกันลงจากหลังม้า มีน้ำและหญ้าย่อมอุดมสมบูรณ์กว่าที่อื่น ม้ามองโกลเพราะได้เปรียบเรื่องนี้ สามารถกระเทาะหิมะคุ้ยหาหญ้ากินเองได้ ปล่อยพวกมันไปจัดการหากิน

แพะต้มเสร็จ ทหารม้าเผ่าอันต๋านำเกลือออกมา มีพริกไทยอีกด้วย ทหารนับพันย่อมกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

“ไปถามทางนั้นว่ามีสุราไหม พวกเขาเอาเงินหรือเอาเกลือก็ได้!”

บางครั้งบนทุ่งหญ้านอกด่าน เกลือใช้ได้มากมายหลายอย่าง มองโกลเผ่าไหนก็มีสุรานมม้า ในเมื่อให้การต้อนรับ แพะก็ฆ่ามาให้แล้ว คงไม่เสียดายสุรานมม้าหรอก มีคนเข้าไปถาม ทางนั้นก็ส่งสุราให้มาถุงหนึ่ง

มีสุรา มีเนื้อ ทุกคนรู้สึกอิ่มหนำ ไม่รู้ว่าคนงานที่นำทางมาคนนั้นหายไปไหนแล้ว ไม่แน่อาจมุดไปอยู่ในกระโจมใดกระโจมหนึ่งแล้ว ไม่มีใครคิดสนใจ

“ไล่ล่าอีกวัน พวกเราก็กลับได้แล้ว กลับไปค่อยร่ำสุราร้อนแรงราวกับไฟของชาวฮั่น รสดีกว่าเจ้าสุราเหม็นฝาดนี้มาก!!”

“สุราหมิงเป็นสุราชั้นยอดแท้ สุรารสดีกว่าของเราหมื่นเท่า ผู้หญิงก็ขาวนุ่มนิ่มกว่าของเรา ในเมืองกุยฮว่าเฉิงพวกนั้น ถุยๆ ……”

“เสียดายมีสนธิสัญญาสงบศึกกัน ไม่เช่นนี้จะรุกเข้าแผ่นดินหมิง อยากได้อะไรก็ได้!!”

“ไหนว่ากันว่าปีก่อนทางตะวันออกพวกนั้นถูกทหารแผ่นดินหมิงสังหารไปหมื่นกว่าไม่ใช่หรือ ทหารทางใต้พวกนั้นเข้มแข็งแล้ว ตีเมืองเอาไม่ง่าย!!”

“ก็เจ้าพวกน่าจี๋เท่อปัญญาอ่อนพวกนั้นน่ะสิ ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติท่านข่าน ไปอยู่กับเจ้าไก่อ่อนอย่างเผ่าเคอเอ่อชิ่นพวกนั้น หมาป่าก็กลายเป็นแพะน้อยได้ หากแผ่นดินหมิงมีความสามารถจริง เหตุใดทหารหมิงเมืองต้าถงพวกนั้น แต่ไรมาไม่กล้าออกจากกำแพงมาตอนเหนือนี่ล่ะ? ครั้งนี้ท่านข่านจะให้ทหารหมิงพวกนั้นถอยกลับไป หากไม่ถอย พวกเราจะยกทัพลงใต้”

คนที่พูดวาจาสุดท้ายก็คือหัวหน้านำกองกำลังทหารชุดนี้ รูปร่างสูง เห็นชั้นว่าสถานะไม่เหมือนกัน รู้เรื่องภายในมาก คนรายล้อมได้แต่ตื่นเต้นตาม

“……เมื่อครู่ดูแล้วเผ่านี่มีชายฉกรรจ์ท่าทางดีไม่เลว หรือว่าเราชักชวนให้เขาตามเรากลับไป ถึงตอนนั้นนายคงดีใจ……”

“จะว่าไปก็แปลกอยู่สักหน่อย เมื่อก่อนมักมีเด็กๆ ออกมาให้ครึกครื้น ยังมีผู้หญิงในเผ่าออกมาเก็บกวาด เหตุใดเผ่านี้ไม่มี”

กล่าวถึงตรงนี้ สุราก็ออกฤทธิ์ ทุกคนอยู่ในอาการผ่อนคลายสบายใจ พวกเขามองไปรอบทิศ พบกว่าไม่เห็นคนเผ่าเล็กแม้แต่คนเดียว

ไม่ใช่ว่าไม่เห็น แต่ในเผ่า เนินดินนั่น ‘ชาวเลี้ยงสัตว์’ ในเผ่ากำลังอยู่บนหลังม้าตั้งแถวเรียบร้อยแล้ว ในมือมีทวนยาวและดาบพร้อมธนู มองมายังกองกำลังตนเองด้วยสายตาเย็นเยียบ

“ฆ่า!! อย่าปล่อยให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว!!”

หม่าซานเปียวสะบัดดาบในมือ คำรามออกคำสั่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!