ตอนที่ 754 ออกค่ายรบ
ทหารเมืองจี้โจวเห็นว่าด้านหลังทหารราบพวกนอกด่านกำลังเร่งต่อปืนใหญ่หุยหุย โบกธงสะบัด ทางปีกนี้ ทหารม้าพวกนอกด่านก็ถอนกำลังกลับ พวกหม่าหย่งที่สู้อยู่นำทหารม้าบุกไล่ตาม
สนามรบย่อมเป็นการเคลื่อนไหวของสองฝ่าย ทหารม้าหมิงมุ่งบุกไปทางเครื่องดีดก้อนหิน พวกนอกด่านก็ย่อมต้องรีบออกมารับมือ ทหารม้าพวกนอกด่านเดิมก็ได้เปรียบคนเยอะ ยังได้รับการช่วยจากทหารราบฮั่นที่เกณฑ์มา ก็ย่อมสามารถขวางทัพม้าหม่าหย่งไว้ได้ สองฝ่ายรบโรมรัน
ปะทะกันเล็กน้อย ก็ค่อยๆ เคลื่อนออกปีกข้าง คิดจะวิ่งวนกลับ แต่เมื่อเจ้าเป็นทหารม้า พวกนอกด่านก็เป็นทหารม้า ย่อมไม่ปล่อยให้ทหารหมิงวนกลับได้ดังใจ ต้องกัดไม่ปล่อย สองฝ่ายเริ่มสู้ดุเดือดรอบนอกค่ายรถศึก
เมืองจี้โจวมองเครื่องดีดก้อนหินสร้างเสร็จกันตาปริบๆ ค่ายรถศึกที่เดิมผนึกแน่น ตอนนี้เปิดออกสี่ช่อง มีปากกระบอกปืนใหญ่โผล่ออกมา
เห็นปากกระบอกปืนใหญ่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นปืนใหญ่มหึมา ปืนน้ำหนักมหึมาเช่นนี้หากจะยิงทันทีก็ย่อมยากอยู่ ต้องสร้างฐานยิงก่อน ใช้เชือกมัดตัวปืนกับฐานไม้ จากนั้นจึงค่อยพร้อมยิง
ปืนใหญ่เช่นนี้เดิมมีไว้เพื่อบุกกำแพงเมือง มาใช้ในทุ่งกว้างเช่นนี้ ไม่สะดวกอย่างมาก และยังมีเรื่องน่าบัดซบก็คือ ยามนี้อากาศหนาวมาก การขุดดินเพื่อตั้งฐานนั้นไม่ง่ายเลย แข็งอย่างกับเหล็ก ลงแรงอยู่นานกว่าจะขุดดินขึ้นมาได้
สุดท้ายเป็นนายกองพันนายหนึ่งคิดวิธีได้ ให้เอากระสอบเสบียงหนักๆ มาต่อเป็นฐานปืนใหญ่ แม้จะสิ้นเปลือง แต่ก็ไม่อาจสนใจอันใดมากนักในเวลานี้
ตอนนี้สองฝ่ายแข่งความเร็วกันอยู่ ดูกันว่าปืนใหญ่ยิงก่อน หรือเครื่องดีดก้อนหินดีดหินได้ก่อนกัน
***********
เทียบกับด้านนี้แล้ว หวังทงจัดการได้เร็วกว่ามาก รถใหญ่กองกำลังหู่เวยค่อยๆ เปิดช่องทางออกด้วยแรงช่วยกันของหน่วยรักษาความปลอดภัยและคนงาน
พลปืนไฟหน่วยที่ 1 กับหน่วยที่ 2 ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาสิบคนหนึ่งแถววิ่งออกไป ออกไปได้ 80 ก้าว ก็ตั้งท่าพร้อมยิง ทหารม้าพวกนอกด่านกับทหารราบชาวฮั่นที่ไล่ต้อนมา ไม่กล้าเข้าใกล้ รีบออกห่างให้ไกลเท่าไรยิ่งดี จากนั้นก็เป็นพลทวนยาว
ต่างจากนายทหารระดับหัวหน้าของทัพเมืองจี้โจวที่ขี่ม้ากัน แต่หัวหน้าหน่วยกองกำลังหู่เวยต้องเดินและยังต้องออกไปกำหนดจุดให้แม่นยำ หลี่หู่โถวกับถานปิงในชุดเกราะเต็มยศวิ่งออกไปอย่างเร็ว แยกกันไปยืนสองทางด้านหน้าทัพ พลส่งสัญญาณ พลโบกธงและพลตีกลองอยู่ด้านหลังพวกเขาสองคน พลทวนยาวก็เริ่มเรียงแถวด้านหลังจุดที่พวกเขากำหนด
พลทวนยาวเรียงแถวสี่เหลี่ยมพันนาย แนวนอน 40 แนวตั้ง 25 พลปืนไฟอยู่แถวหน้า หน้าพลทวนยาวไป 50 ก้าว
หัวหน้าค่ายหัวหน้าแถวกำลังตะโกนจัดแถว เสียงขานรายงานตัวดังไม่หยุด หวังทงกับทหารติดตามและทัพม้าร้อยกว่านายที่คัดเลือกมาไปรวมกันอยู่ที่ปีกด้านขวา ข้างกายมีมู่เอินนำสั่งการพลปืนใหญ่
ปืนใหญ่กระสุนสามชั่งและไม่เกินสามชั่งทิ้งไว้ในค่ายเพื่อป้องกัน ครั้งนี้มู่เอินนำปืนกระสุนหกชั่งไป 15 กระบอก ปืนกระสุนเก้าชั่ง 8 กระบอกอออกมา ปืนใหญ่พวกนี้แม้ไม่ได้ดูหนาและใหญ่เหมือนปืนใหญ่เมืองจี้โจว ยังมีรถบรรทุกมา แต่ปืนใหญ่ทุกกระบอกอย่างน้อยก็ต้องใช้ม้าสี่ตัวลาก ปืนประสุนเก้าชั่งต้องใช้ม้าหกตัวลาก กระสุนปืนใหญ่ยังต้องใช้ม้าอีกชุดลาก
จำนวนพลปืนใหญ่ ก็ต้องนับรวมพลปืนใหญ่กับคนช่วยติดตั้งทั้งหมด ต้องมากกว่า 600 คน คนงานได้เงินเดือนไม่น้อยไปกว่าเบี้ยหวัดของพลปืนใหญ่ คนพวกนี้เป็นผู้ช่วยของพลปืนใหญ่
พวกพลปืนไฟที่ออกมาตั้งแถวก่อนเริ่มยิงประปราย ทหารม้าพวกนอกด่านคิดเข้าใกล้ก็ถูกปืนไฟยิงใส่ ขับไล่ออกไปพ้นรัศมี
หอสังเกตการณ์กองกำลังหู่เวยในค่ายรถเริ่มขึ้นหน้า ทหารรายงานสิ่งที่เห็นลงมายังพลถ่ายทอดสาร พวกนอกด่านเริ่มเคลื่อนทัพออกมา
ทหารม้าที่บุกมาจำนวนมากกว่าที่ส่งไปทางฝั่งเมืองจี้โจว ในเมื่อคิดจะสู้จริงจังกับกองกำลังหู่เวย เช่นนั้นก็ย่อมส่งทหารที่เก่งกว่ามา เพื่อตีทางนี้ให้แตกพ่ายให้ได้
และยังมีทหารม้าพวกนอกด่านราวสามพันแย่งมาทางปีกขวาของกองกำลังหู่เวย ในเมื่อกำลังหลักออกจากค่ายมา ในค่ายก็ย่อมว่างเปล่า ส่งทหารม้าไปโจมตี ก็ย่อมเป็นโอกาสอันดี
ทางนี้เดิมเป็นเส้นทางสัญจร ทหารย่ำไปมา หิมะที่กองสูงก็เริ่มละลาย บางแห่งที่ไม่มีหิมะปกคลุมก็เริ่มถูกคนและม้าย่ำจนเป็นดิน ดินฟุ้งกระจายทั่วท้องฟ้า แต่อากาศแจ่มใส แสงแดดดีไม่น้อย
พลทวนยาวกองกำลังหู่เวยสวมเกราะแผ่นเหล็กหู่เวย ยังมีหมวกเกราะ มีปิดหน้า ป้องกันศอก เข่า แม้ว่าเกราะพวกนี้จะรมดำเพื่อป้องกันสนิมแล้วแต่ภายใต้แสงอาทิตย์ส่อง ก็ยังส่องประกายโลหะกระทบตา
ทหารจัดทัพเสร็จ พวกนอกด่านรอบๆ เห็นได้ชัดว่าเงียบลง เป็นกองทหารอะไรกันนี่ แม้แต่ทหารราบก็ยังมีเกราะชั้นดีเช่นนี้ เกราะเช่นนี้ธนูยิงเข้าไหมนี่?
**************
“กองกำลังสังกัดวังหลวงสุนัขหมิงทำไมมีปืนใหญ่มากมายอย่างนั้นได้ ฮูเหอปายื่อ เจ้านำกำลังทหารม้าเราไปสองพันนาย ตั้งปืนใหญ่ต้องใช้เวลา อาศัยช่วงทหารหมิงยังตั้งปืนใหญ่ไม่เสร็จ รีบตีให้กระจุยไปก่อน!”
เฉ่อลี่เข้อบุตรชายข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิงเป็นแม่ทัพทหารม้านอกด่าน ข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิงเพียงแต่ยืนมองเงียบๆ อยู่ข้างๆ การกระทำหลายอย่างของเขาไม่เหมือนที่ชาวทุ่งหญ้านอกด่านเคยปฏิบัติกันมา ตอนท่านข่านยังมีกำลังดี ย่อมไม่ปล่อยอำนาจสั่งการให้ผู้อื่น ไม่มอบให้บุตรชายคนโต หรือกระทั่งไม่ยอมให้บุตรชายคนโตเข้ายุ่งเกี่ยว
แต่เซิงเก๋อตูกู่เหลิงตอนนั้นเคยถูกอดีตข่านอันต๋ามองข้ามความสำคัญ พอถึงตอนเขาได้เป็นท่านข่าน บุตรชายคนโตอย่างเฉ่อลี่เข้อจึงได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ เฉ่อลี่เข้อเคยนำทัพออกรบกับทะเลทรายตอนเหนือและทางซีอวี้มาแล้วหลายครั้ง สร้างความดีความชอบมาไม่น้อย แสดงเห็นว่าเขาดูคนไม่ผิด
ได้ยินเฉ่อลี่เข้อสั่งการ ฮูเหอปายื่อก็รีบคำนับรับคำสั่ง มีทหารม้ากลุ่มหนึ่งออกมาบนสนามรบ เฉ่อลี่เข้อหันไปมองข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิง กระซิบว่า
“พระบิดา ศึกใหญ่ใกล้ปะทุแล้ว พระบิดาพระวรกายดุจทองคำ ไม่ควรมาอยู่ในสนามรบเช่นนี้ ขอพระบิดากลับไปบัญชากรในเมืองเถิด ในเมืองยังมีชาวฮั่นไม่น้อย ลูกเกรงว่าพวกเขาจิตใจเอนเอียง!”
ข่านเซิงเก๋อตูกู่เหลิงพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่ากล่าวว่า
“ทหารหมิงมาไกล เสบียงนำมาด้วย พวกเราไม่จำเป็นต้องรบพัวพันนานนัก หากมีอันใดผิดคาดก็ให้กลับเข้าเมืองไปป้องกันเมืองก็พอ พอใช้เสบียงหมด พวกเขาย่อมกลับกันไปเอง ถึงตอนนั้นค่อยไล่ตามล่าสังหารก็พอ”
“พระบิดาสั่งสอนได้ถูกต้อง!”
เฉ่อลี่เข้อโค้งตัวนอบน้อยบนหลังมาฟังคำสั่งสอน สีหน้าเซิงเก๋อตูกู่เหลิงอิดโรย พยักหน้า ทหารเข้าประคองลงจากหลังม้าก่อนจะส่งขึ้นรถม้าหรูหรา ทหารม้าอารักขากลับไปเมืองกุยฮว่าเฉิง
“ท่านข่านเหมือนไม่กระปรี้กระเปร่านัก……”
“ได้ยินว่า เมื่อคืนท่านข่านดื่มสุราแล้วก็ร่ำไห้ ตอนท่านข่านองค์ก่อนดำรงตำแหน่ง ทหารหมิงไม่กล้าออกนอกด่านแม้แต่ก้าวเดียว ตอนนี้พระองค์ดำรงตำแหน่ง กลับถูกทหารหมิงนำกำลังมาประชิดถึงเมืองกุยฮว่าเฉิง……”
มีทหารม้าแอบวิจารณ์กัน ก่อนถูกนายทหารด้านหน้าหันมาถลึงตาใส่ จึงรีบหุบปากทันที
****************
เริ่มแรก พลปืนไฟก็ออกไปยืนยิงกระจายจุด แต่พอปืนไฟดังหนาแน่นขึ้น พวกนอกด่านย่อมไม่ให้เวลากองกำลังหู่เวยได้เตรียมระลอกสองนาน
พอถอยไปไหนหน่อย ก็รวบกำลังกลับมาใหม่ กรูเข้ามาอีก ไม่มีกำแพงไม้ปิดกั้น แม้ทหารราบศัตรูชาวฮั่นก็ยังคิดว่าตนเองมีโอกาสชนะอยู่เหมือนกัน ครั้งนี้แม้ไม่มีทหารม้าพวกนอกด่านไล่ฟัน ก็เข้าปะชิดเองอย่างกลัวๆ กล้าๆ
“ทหารกลับมารวมกันๆ !!”
หัวหน้าหน่วยพลปืนไฟทางปีกขวาตะโกนเสียงดังให้ เมื่อครู่ที่ส่งพลปืนไฟกองกำลังหู่เวยออกกระจายตามจุดให้รีบกลับมารวมกัน พลปืนไฟเรียงแถวแนวนอนด้านหน้า 60 คนหนึ่งแถว บดบังพลทวนยาวด้านหลังไว้ ไม่มีเสียงปืนไฟดังอีกแล้ว พวกนอกด่านเริ่มมารวมตัวกันบุกขึ้นหน้ามาอีกแล้ว
“ไล่ต้อนชาวฮั่นบุกเข้าไปๆ ทหารม้าตามไป ด้านหน้าล้มลง ด้านหลังเสริมเข้าไป ด้านหน้าไม่บุก ด้านหลังก็ฟันทิ้งทันที บุกไปถึงแนวหน้าทหารหมิงได้ พวกเขาก็ไร้ประโยชน์แล้ว!!”
คำสั่งถ่ายทอดจากค่ายทหารพวกนอกด่านมา ทหารม้ามองโกลบนหลังม้าตะโกนดัง ทหารราบชาวฮั่นส่งเสียงเอะอะดังก่อนจะบุกขึ้นหน้าไป
ในความคิดพวกเขานั้น การฝากความหวังไว้กับเครื่องยิงก็เรื่องหนึ่ง หากไม่มีอะไรป้องกัน การรบกับศัตรูซึ่งๆ หน้า ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง บางทีทหารหมิงทหารอาจไม่สามารถใช้ปืนไฟชำนาญนัก บางทีอาจยิงมั่วในรัศมียิงก็ได้ พอเราไปถึงตรงหน้าก็ยิงไม่ออกอีกแล้วก็ได้
ทุกคนล้วนพยายามคิดเช่นนี้ปลุกใจตนเอง ส่งเสียงร้องดังอย่างบ้าคลั่งบุกเข้าไป
หัวหน้าพลปืนไฟกับพลปืนไฟมองทหารราบชาวฮั่นที่บุกเข้ามาด้วยสายตาแข็งกร้าว ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรให้สะดุดในใจอีกแล้ว คนพวกนี้ยอมเป็นมีดดาบให้พวกนอกด่าน ไม่คิดลุกขึ้นสู้ ไม่มีค่าควรแก่การสงสารหรือเห็นใจใดๆ นายทหารพลปืนไฟวิเคราะห์ระยะห่าง รอออกคำสั่ง
ครั้งนี้ยิงใกล้หน่อย 70 ก้าว สามารถมองเห็นพวกทหารราบบุกมากันด้วยท่าทางมีกำลังใจ พวกเขาคิดว่าพลปืนไฟทหารหมิงสั่งการพลาดแล้วและแล้วก็เกิดขึ้นเขาไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงต่อไและแล้วก็เกิดขึ้นเขาไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงต่อไ
“ยิง!!”
นายทหารสั่งการเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงตะโกนกับเสียงอื่นๆ ผสมกันกลบเสียงดังของปืนไฟที่ยิงออกไป แถวแนวนอกนี้ ปืนไฟหนาแน่น ตรงหน้าที่ปะทะมาไม่มีสักคนที่หลุดรอดมาได้
เสียงร้องโหยหวน ล้มลง ตายไป จากนั้นก็ซ้ำอีกรอบ แถวที่หนึ่งและแถวที่สองพลปืนไฟยิงเสร็จ ก็ถอยออกมาบรรจุกระสุนต่อด้านหลัง แต่แถวอื่นๆ ยิงเสร็จ ก็ให้กลับไปหลังพลทวนยาว ไปบรรจุกระสุนต่อ
ปืนไฟยิงไปทั้งหมดเจ็ดรอบ ทหารราบชาวฮั่นเหมือนถูกกวาดเรียบ คนที่เหลือก็รู้แล้วว่าด้านหน้าเป็นความตายที่น่ากลัวกว่า เริ่มไม่สนใจอันใดวิ่งหนีกระจัดกระจายสี่ทิศ หลังจากการสูญเสียของพวกเขา ระยะห่างร้อยก้าว ไม่มีอันใดขวางกั้น ทหารม้าพวกนอกด่านเผชิญหน้ากับพลทวนยาวกองกำลังหู่เวย
“ยกทวนราบ ตั้งแผงสกัด!!!”
หัวหน้ากองกำลังหู่เวยตะโกนคำสั่งดัง!



