Skip to content

องครักษ์เสื้อแพร 760

ตอนที่ 760 หลังเสร็จศึกใหญ่

หากเป็นเมื่อหนึ่งวันก่อน เชลย 1 , 200 นี้จัดการเช่นไร รองแม่ทัพเมืองจี้โจวหยางจิ้นคงไม่ขอความเห็น แต่ผ่านศึกนี้มา ท่าทีก็ย่อมเปลี่ยนไป

หวังทงหรี่ตามองไปยังทหารเมืองจี้โจวที่คุมตัวมา เชลยแต่ละคนคอตกหมดหวังถูกมัดไล่ต้อนมา หวังทงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า

“ขยับตัวไม่ได้ หรือบาดเจ็บหนัก ไม่ต้องเก็บไว้ ที่เหลือขังไว้ พรุ่งนี้ใช้การได้!”

หยางจิ้นรู้สึกงงกับคำว่า ‘ใช้การได้’ ของหวังทง แต่ก็ยังคำนับรับคำสั่ง ลุกขึ้นลังเลครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามว่า

“แม่ทัพใหญ่ เสบียงเหลืออีกสามวัน แล้วอีกหลายวันจากนั้น?”

“แน่นอนต้องให้ทหารเราได้กินอิ่ม กินไม่อิ่มจะมีแรงไปทำศึกได้อย่างไร ม้าที่บาดเจ็บล้มตายในสนามรบวันนี้กับวัวแพะที่เหลือทั้งหมดฆ่าให้หมด เป็นรางวัลให้ทุกคน”

เสบียงใกล้หมด ควรจะคิดให้รอบคอบก่อน แต่ทว่าหวังทงกลับเหมือนไม่สนใจนัก หยางจิ้นหันไปมองกำแพงเมืองกุยฮว่าเฉิงยามค่ำคืนที่แสนเลือนลาง ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจนัก แต่ก็ไม่กล้าพูดอันใด

ก่อนฟ้ามืด ทหารก็ฝืนทนความเหนื่อย ตั้งกระโจมกัน ระยะทางห่างจากเมืองกุยฮว่าเฉิงอีกราวเดินทางครึ่งวัน โคมไฟบนกำแพงเมืองเห็นได้ชัดเจนจากตรงนี้ พวกนอกด่านยังสามารถส่งกำลังกองทัพใหญ่ออกนอกเมืองมาได้อีก แต่ทุกคนไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลใด กลับรู้สึกฮึกเหิมมาก

ซุปเนื้อและกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วค่ายทหาร นอกจากทหารยามแล้ว ที่เหลือก็นั่งล้อมอยู่หน้าหม้อใหญ่ เสพสุขกับไออุ่นและเนื้อที่กำลังจะตามมา

เสียงหัวเราะเฮฮาดังไปทั่วบริเวณ ขอบฟ้ามีแสงรำไร ฟ้ากำลังจะมืดดับลงแล้ว ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าด้านนอก หลายคนคว้าอาวุธมากำแน่น แต่ก็คลายมือลงอย่างรวดเร็ว ทหารระวังภัยตะโกนขึ้นว่า

“พี่น้องทัพม้าเรากลับมาแล้ว!!”

ทหารเฝ้าประตูค่ายเปิดประตูค่ายรถออกให้ทัพม้าเข้ามา พวกทหารที่กำลังรอกินกันอยู่ก็พร้อมใจกันยืนขึ้น ปรบมือร้องชมเชยตะโกนดัง

การรบวันนี้อยู่แต่แนวหน้า พวกที่กล้าหาญการศึกที่สุดก็คือทหารม้า แม้กองกำลังหู่เวยก็รบได้ยอดเยี่ยม แต่ก็มาในช่วงระหว่างกลางเท่านั้น หากทหารม้าแต่ต้นจนจบก็สู้รบไม่หยุด

“……เจ๋งมาก!!” “ชายชาติทหาร!!”

เสียงร้องตะโกนด้วยความยินดีพร้อมวาจาภาษาชายชาตรีจากใจก็ดังกระหึ่ม ทหารม้าหน้าแดง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ทหารม้าเข้าสู่พื้นที่ค่ายตน พากันลงจากหลังม้า รับคำสั่งเสร็จก็ไปกินข้าวกัน

ใกล้กับค่ายใหญ่ศัตรูเช่นนี้ นอกจากกินข้าวผ่อนคลายแล้ว ทหารหมิงทุกหน่วยก็ยังคงรักษาสภาพพร้อมรบ คืนนี้ย่อมนอนทั้งชุดทหารนี้ อาวุธต้องติดมือไว้ กำลังลาดตระเวนค่ำคืนนี้ก็ต้องเพิ่มกำลังอีกเท่า ทุกคนพร้อมลุกขึ้นสู้ได้ทุกเวลา

ทหารม้าก็เช่นกัน พวกเขาย่อมพักผ่อนข้างม้าคู่กาย เที่ยงคืนเลี้ยงอาหารม้าย่อมเป็นหน้าที่ทหารม้า หากมีการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยก็เตรียมออกศึกได้ทันที

หัวหน้าและรองหัวหน้าทัพทหารม้า หม่าซานเปียว จางเหล่ยกับหม่าหย่งสามคนโดดลงจากหลังม้า ก็ถูกทหารติดตามหวังทงตามตัวไปที่กระโจม ที่นี่เป็นที่พักทหารหมิงที่บาดเจ็บ

ต่างจากเสียงหัวเราะเฮฮาด้านนอก บรรยากาศที่นี่อึมครึมมาก ยุคนี้ และในสนามรบอีก ทหารบาดเจ็บเล็กน้อยก็สามารถพันแผลได้ แต่พวกบาดเจ็บหนักก็ได้แต่รอความตาย

หวังทงกำลังรออยู่ด้านนอกกระโจม พวกหม่าซานเปียวพอลงจากม้ามา หวังทงก็ถามขึ้น

“พวกนอกด่านมีปฏิกิริยาอย่างไร?”

“ปิดประตูเมืองแน่นหนา ไม่กล้าทำอันใดทั้งสิ้น ข้าน้อยทำตามคำสั่งแม่ทัพใหญ่ไปตะโกนด่าลบหลู่ให้อาย บนกำแพงเมืองมีปืนใหญ่ยิงมาบ้าง แต่ก็ไม่โดนพวกเรา พวกข้าน้อยวิ่งวนรอบเมือง จึงได้กลับมา!”

หวังทงพยักหน้ายิ้มกล่าวว่า

“คิดไม่ถึงว่าพวกนอกด่านก็มีปืนใหญ่ด้วย ถึงกับไม่เอาออกมารบ ไม่รู้จริงๆ ว่าสมองพวกเขาคิดอย่างไร”

“แม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยเหมือนรู้สาเหตุ ปืนใหญ่หนึ่งกระบอกใช้เหล็กหลายพันชั่ง เหล็กพวกนอกด่าน หากมีเหล็กดีก็จะเอาไปตีเป็นมีดาบหรือลูกธนูให้พวกทหาร นับประสาอันใดกับหลายปีมานี้ ปืนใหญ่แผ่นดินหมิงล้วนทำอะไรพวกเขาไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่เห็นคุณค่า เดาว่าปืนใหญ่บนกำแพงเมืองพวกนั้นอาจจะเป็นพ่อค้าส่งมอบเป็นของกำนัลเพื่อเอาใจพวกนอกด่าน”

นายกองพันทหารม้าเมืองจี้โจวจางเหล่ยตอบขึ้น ทัพเมืองจี้โจวรู้สึกพื้นที่ทุ่งหญ้านอกด่านไม่น้อยไปกว่าพวกหวังทง ความรู้เรื่องการทหารอาจจะมากกว่าสักหน่อยก็เป็นได้

รองแม่ทัพหยางจิ้นกับขุนพลทหารสองสามนาย ขุนพลทหารกองกำลังหู่เวยทั้งหมดก็รีบรุดมาถึง ทุกคนเข้ามาในพื้นที่สนทนา

มีคนท่าทางเหมือนนายกองร้อยรีบเข้ามาต้อนรับนอบน้อม คำนับทุกคนก่อน หวังทงเอ่ยถามขึ้นตรงๆ ว่า

“เรื่องที่ให้เจ้าทำนั้นทำแล้วหรือยัง?”

“เรียนแม่ทัพใหญ่ ผ้าพันแผลล้วนใช้น้ำร้อนแช่ก่อนจึงใช้ บาดแผลล้วนใช้น้ำเกลือและสุราล้างก่อนพัน”

หวังทงพยักหน้า มองทหารตนที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจรักษา ในใจก็รู้สึกเจ็บปวด หวังทงพอจำได้คร่าวๆ ก็มีเพียงวิธีพวกนี้เท่านั้น แต่สามารถปรับปรุงได้นิดหน่อยก็ดีกว่า อย่างไรก็ดีกว่าเดิม

พวกหยางจิ้นไม่เข้าใจ ได้แต่เดินตามไปด้านใน ตลอดทางทุกคนสอบถาม นายกองร้อยผู้นั้นตอบได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งค่ายกระโจมมีแต่ทหารบาดเจ็บเล็กน้อยพันผ้ากำลังดูแลทหารบาดเจ็บหนักไม่อาจเคลื่อนไหวได้ เสียงร้องเจ็บปวดไม่น้อย คนที่นอนรอความตายไม่มากนัก

นี่ย่อมเป็นเพราะทหารหมิงมีเครื่องป้องกันที่ดี กองกำลังหู่เวยยังดี ทหารม้ากับทัพเมืองจี้โจวทางนั้นล้มตายมากกว่า หากไม่มีความหวังจริงหรือเจ็บปวดมากเกินไป เพื่อนทหารด้วยกันก็จะแข็งใจจัดการให้เขาได้ไปสบายเร็วขึ้น คนบาดเจ็บย่อมไม่รู้สึกโกรธแค้น กลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ

ทหารบาดเจ็บหนักในค่ายส่วนใหญ่ล้วนถูกกระสุนหินยิงข้ามค่ายรถมากระแทกขาแขนขาด วันหน้าแม้พิการ แต่ก็ยังใช้ชีวิตต่อไปได้ไร้ปัญหา

“แม่ทัพใหญ่ กระโจมทหารบาดเจ็บมีทั้งหมด 751 นาย บาดเจ็บเล็กน้อย 600 หนัก 151”

พอได้ยินเช่นนี้รายงาน หวังทงพยักหน้าหันไปยิ้มถามขึ้น

“เมืองจี้โจวทางนั้นตายไปเท่าไร? เมืองต้าถงล่ะ?”

ทหารราบกองกำลังหู่เวยตายไปไม่ถึง 30 ทหารม้าตายไปไม่ถึง 100 หวังทงจึงไม่พูดถึง เอ่ยถามอีกสองทัพตรงๆ ได้ยินหวังทงถาม สีหน้าหยางจิ้นเจ็บปวดเล็กน้อย คำนับตอบว่า

“รบตายไป 2,000 กว่า ข้าน้อยละอายใจยิ่ง!”

หวังทงส่ายหน้า เครื่องดีดก้อนหินยิงกระสุนหินอานุภาพร้ายกาจ แต่กระสุนหินอานุภาพสังหารไม่เท่าไร พวกที่ล้มตายในการรบจริงน่าจะเป็นพวกเข้าปะทะกับพวกทหารม้านอกด่านมากกว่า นี่เป็นกำลังที่ร้ายกาจที่สุดของทัพเมืองจี้โจว ก็ไม่น่าแปลกที่หยางจิ้นจะมีสีหน้าท่าทางเช่นนี้

“การสงครามจะไม่มีคนตายได้อย่างไร ขอเพียงศัตรูตายมากกว่าเราก็พอ”

หวังทงปลอบใจ หม่าหย่งรายงานทหารม้าเมืองต้าถงล้มตายไป 200 เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมาย ทัพม้าบุกหน้า แต่เพราะเคลื่อนไหวเร็ว ขับไล่มากกว่า เวลาปะทะกันตรงๆ จึงไม่มาก ทำให้ล้มตายไม่มาก

บรรดาทหารบาดเจ็บในค่ายทางนี้พอเห็นหวังทงกับขุนพลทหารมากันก็ซาบซึ้งมาก หวังทงเข้าไปสอบถามและให้กำลังใจ ปกติแม่ทัพจะไม่ใกล้ชิดทหารชั้นประทวนเพียงนี้ จะแยกระดับชั้นชัดเจน หวังทงยังเป็นถึงผู้แทนพระองค์ เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ กลับเข้าใกล้ได้ง่ายเพียงนี้ ทำให้ทหารทั้งลนลานทั้งซาบซึ้งใจ

เดินวนไปรอบหนึ่ง หวังทงกลับไม่กลับออกไป หากให้คนลากรถใหญ่มา เดินขึ้นไปบนรถกล่าวเสียงดังว่า

“พวกเราทุกคน ทุกคนรบเพื่อแผ่นดินหมิง หลั่งเลือดเพื่อแผ่นดินหมิง เป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง!! ข้าขอคารวะทุกคน!!”

กล่าวจบ หวังทงบนรถก็หันไปคำนับรอบทิศ เห็นหวังทงทำเช่นนี้ พวกหยางจิ้นก็อึ้งแปลกใจ แต่ก็คำนับตาม

เริ่มมีเสียงดังไปทั่วบริเวณ ทหารบาดเจ็บเล็กน้อยที่ล้อมวงเข้ามากับทหารบาดเจ็บหนักที่นอนอยู่บนเตียงไม่รู้จะทำเช่นไรดี และไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดนำคุกเข่าลงก่อน ทุกคนซาบซึ้งน้ำตาไหลเป็นทาง มีคนตะโกนเสียงแหบพร่าขึ้นว่า

“พวกข้าน้อยรบเพื่อชาติ ล้วนเป็นหน้าที่ ไม่อาจรับการคารวะจากแม่ทัพใหญ่ ทำข้าน้อยอายุสั้นแล้ว!”

คนผู้นี้ฝีปากดี น่าจะเป็นทหารติดตามของขุนพลทหารคนใดสักคน หากการคำนับของหวังทงยังคงคำนับได้อย่างนอบน้อม ก่อนจะลุกขึ้น กล่าวว่า

“พวกบาดเจ็บไม่ต้องเป็นห่วง บาดเจ็บเล็กน้อยหายแล้วก็สังหารศัตรูต่อได้ ความดีความชอบจะจดเอาไว้ พวกบาดเจ็บหนักไม่อาจสังหารต่อได้ก็ไม่ต้องกังวลไป แผ่นดินหมิงจะดูแลพวกเจ้าชั่วชีวิต……”

กล่าวยังไม่ทันจบ ทหารบาดเจ็บก็พากันร้องเฮโลยินดีดังกระหึ่ม หวังทงหยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสียงดังต่อว่า

“เกียรติยศพวกเจ้า ครอบครัวพวกเจ้าจะได้แบ่งปันเกียรติยศนี้ด้วย!!!”

เสียงร้องตะโกนยินดียิ่งกระหึ่มดัง ความหมายของหวังทงทุกคนเข้าใจดีแล้ว ความดีความชอบกับการดูแลหลังจากนี้ของพวกที่บาดเจ็บไม่ต้องเป็นกังวลไป และยังมีให้แก่ครอบครัวพวกเขาด้วย

ทหารกองกำลังหู่เวยไม่ต้องพูดถึง ทหารเมืองจี้โจวกับเมืองต้าถงไหนเลยจะเคยเห็นเรื่องดีๆ เช่นนี้ ในใจใช่ว่าไม่สงสัย สงสัยการที่หวังทงแจกรางวัลที่ดีเช่นนี้ แต่ทว่าผู้แทนพระองค์ควบตำแหน่งแม่ทัพใหญ่อายุน้อยผู้นี้ช่างน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว

การรบเช่นนี้ ผู้ใดสามารถทำได้กัน หากมีคนว่าทหารราบเป็นหลักและกำลังน้อยสามารถเอาชนะทหารม้าเป็นหลักและกำลังมากกว่าได้ ผู้ใดจะเชื่อ แต่แม่ทัพใหญ่ผู้นี้ทำได้แล้ว เมื่อครู่สิ่งที่เขาได้รับปาก จึงทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขาทำได้

เยี่ยมเยียนทหารบาดเจ็บเสร็จแล้ว พวกหวังทงก็กลับไป ตอนเดินกลับไป หวังทงกล่าวกับขุนพลทหารที่ดูแลที่นี่ว่า

“หากมีคนมาเยี่ยม ไม่ต้องขวาง หากมีคนถาม ก็นำวาจาข้าบอกแก่พวกเขา!”

นายกองร้อยผู้นั้นอึ้งไป รีบคำนับรับคำสั่ง

***************

ทหารในค่ายทหารล้วนได้ยินเสียงร้องดังจากค่ายทหารบาดเจ็บ ล้วนแปลกใจ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

แต่ไม่นาน หอสังเกตการณ์บนรถม้าที่เอาไว้มองสนามรบและสั่งการก็เคลื่อนมาตรงกลางค่าย หวังทงปืนขึ้นไปบนหลังคารถ รอบๆ รถม้ามีก่อกองไฟไว้รอบๆ ส่องหวังทงบนหลังคารถม้าให้ราวกับเทพเจ้า คำสั่งจากศูนย์กลางกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว

รอบค่ายเงียบลง หวังทงตะโกนดังจากด้านบนว่า

“การรบวันนี้ ทหารเราสังหารไปได้ 8,000 จับได้ 1,000 มีชัยเหนือพวกนอกด่าน ทัพเราชนะครั้งใหญ่!!!”

ทหารเสียงดังก็นำวาจาหวังทงตะโกนอีกรอบ ในค่ายเงียบลง ก่อนจะอยู่ก็เสียงดังกึกก้อง ทุกคนพากันร้องเฮโลว่าต้องชนะ!!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!