Skip to content

เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า 174

№ 174 งานแข่งปรุงยาทิพย์!

เห็นเขาสะบัดแขนเสื้อจากไป เฟิ่งจิ่วก็หัวเราะเบาๆ ฝีเท้าเร่งตามไปรวดเร็ว ยังไม่ทันเดินไปใกล้ ก็ถูกประมุขเคอที่เข้ามารับหน้าขวางไว้

“น้องชายภูตหมอ การแข่งใกล้จะเริ่มแล้ว เจ้ารีบมาทางนี้เถิด พวกเราจะบอกสถานการณ์อีกฝ่ายกับท่านเสียหน่อย” เขาให้สัญญาณ เชิญเฟิ่งจิ่วเดินไปยังบริเวณอีกด้านที่มีนักปรุงยาท่านอื่นๆ ของตลาดมืดอยู่

เห็นเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วก็เก็บความคิดนึกสนุกไว้ ก่อนจะตามประมุขเคอมายังบริเวณนักปรุงยาเหล่านั้น ฟังเขาแนะนำระดับนักปรุงยาฝ่ายตรงข้ามและสิ่งที่เชี่ยวชาญพลางชี้คนพวกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

ประมาณครึ่งชั่วยามให้หลัง ในระหว่างที่ทุกคนเตรียมตัว ผู้ตัดสินของสมาคมนักปรุงยาทั้งแปดท่านก็ประกาศเริ่มการแข่งปรุงยาทิพย์อย่างเป็นทางการ

ด่านแรกคือการแข่งแบบคัดออก นักปรุงยาไม่ต้องเข้าไปแข่งขัน แค่เทียบกันด้วยประเภทและระดับของพวกยาที่นักปรุงยาแต่ละท่านนำเสนอ หลังจากทั้งแปดท่านประเมินยาทุกชนิดตามลำดับ ก็จะบอกผลว่าผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ จากนั้นค่อยดำเนินการคัดออก

“ร้านยาสุขสม ยาคลายความเจ็บ ธรรมดาเกินไป ไม่ผ่าน!”

“ตระกูลหร่วนแห่งเมืองใต้ น้ำยาแปรลมปราณ ปรุงได้ไม่สมดุล กลิ่นแรงไป ไม่ผ่าน”

“สมาคมโอสถปราย ยาหยุดเลือด ไม่ดีได้ผลช้า ไม่ผ่าน”

ได้ยินนักปรุงยาทั้งแปดของสมาคมบอกไม่ผ่านอยู่เรื่อยๆ ทุกคนด้านล่างก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นมา อันที่จริง ที่พวกเขาหยิบออกมาแข่ง ล้วนเป็นยาที่คิดว่าใช้ได้ แต่พออยู่ในมือพวกนักปรุงยาที่มีมาตรฐานของสมาคม กลับคิดอย่างพิถีพิถันว่าทุกอย่างไม่ผ่านเกณฑ์ ความเข้มงวดทำให้พวกเขาหวั่นใจขึ้นมา เพียงกลัวที่จะได้ยินว่ายาตัวเองไม่ผ่านเกณฑ์

พอผ่านไป นักปรุงยาหลายร้อยท่านที่ปรี่มาจากแต่ละถิ่นก็เหลือเพียงสามสิบคนที่ได้เข้าไปด่านสอง ที่ผ่านด่านล้วนเป็นพวกวงศ์ตระกูลและกองกำลังที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในแต่ละถิ่น หนึ่งในนั้น ยังมีอาจารย์นักปรุงยาจากสำนักศึกษาหมอกดารา

“น้องชายภูตหมอ สำหรับยาของเจ้า คนที่ประชันกับเจ้าได้อย่างแท้จริง ก็มีแค่อาจารย์นักปรุงยาของสำนักศึกษาหมอกดารา และผู้อาวุโสท่านนั้นจากสมาคมสมุนไพร”

เขาให้สัญญาณ กล่าวต่อไปว่า “ปีก่อนๆ อาจารย์นักปรุงยาสำนักศึกษาหมอกดาราล้วนไม่เคยมาร่วมงานแข่งปรุงยาทิพย์ ไม่รู้ว่าปีนี้มาได้ยังไง ส่วนผู้อาวุโสจากสมาคมสมุนไพร ได้ที่หนึ่งติดต่อกันสามปีแล้ว เขาเป็นนักปรุงยาที่สมาคมเทิดทูน หนำซ้ำยังเป็นนักปรุงยาระดับเจ็ดด้วย”

“งั้นนักปรุงยาสำนักศึกษาหมอกดาราเล่า? ระดับเท่าไหร่หรือ?” ดวงตาเธอฉายแววน้อยๆ หนึ่งความคิดในหัวเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

ต่างพูดว่าสำนักศึกษาหมอกดาราเข้าได้ยากเย็นเพียงนั้น ทว่าหากนางใช้ตัวตนนักปรุงยาเข้าไปเป็นอาจารย์ งั้นก็อ่านตำราในหอหนังสือหมอกดาราได้อิสระยิ่งขึ้นไม่ใช่รึ?

“เครื่องหมายนักปรุงยาที่เขาสวมตรงหน้าอกเป็นยอดนักปรุงยาระดับสาม ความแกร่งด้านยายิ่งเหนือกว่าผู้อาวุโสท่านนั้น” ว่าถึงตรงนี้ ประมุขเคอก็ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ คิดว่าที่อยากจะชนะปีนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

หากมีแค่นักปรุงยาระดับเจ็ดนั่นยังดีกว่าหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่า ปีนี้แม้แต่อาจารย์นักปรุงยาสำนักศึกษาหมอกดารายังมาด้วย ทางข้างหน้าถูกปิดตาย ดูท่า ตำแหน่งประมุขก็ต้องหมดวาระ

“น้องชายภูตหมอทำให้ดีที่สุดเถิด หากพบกับยอดนักปรุงยาระดับสามของสำนักศึกษาหมอกดารา ถึงแพ้ก็ไม่เสียหน้าหรอก”

เฟิ่งจิ่วได้ยินก็ยกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มจางๆ “ยังไม่ทันแข่งเลย! จะรู้ว่าแพ้ได้อย่างไร?”

“ลำดับต่อมา เข้าสู่การประเมินด่านที่สอง เชิญนักปรุงยาทั้งสามสิบท่านที่ได้รับเลือกขึ้นมาบนเวทีได้!”

คำพูดที่ดังจากบนเวทีทำให้ผู้คนโดยรอบเงียบลง เห็นเพียงบนโต๊ะยาวบนเวทีมียากองหนึ่งวางไว้ระเกะระกะ และนักปรุงยาทั้งสามสิบท่านก็เดินออกมาจากฝูงชนขึ้นไปบนเวที

เฟิ่งจิ่วที่กำลังเดินขึ้นเวทีพลันรู้สึกถึงแรงหนึ่งที่ผลักมาจากด้านหลัง ตัวจึงโน้มลงไปล่างเวที…

……………………………

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!