№ 314 ร้ายมากกว่าดี!
“ฮี้!”
เหล่าไป๋เห็นผู้เฒ่าปรากฏตัวจึงร้องอย่างตื่นเต้นดีใจ ไม่มีใครรู้ว่ามันกลัวเฟิ่งเซียวตายแค่ไหน หากตายไปเช่นนี้จริง เจ้านายคนนั้นจะไม่เศร้าใจแทบตายได้อย่างไร?
เพียงชั่วพริบตา ผู้เฒ่าก็มายังข้างกายเหล่าไป๋ เห็นลูกชายมีลูกศรพิษปักหลัง เลือดสีดำไหลออกมา ริมฝีปากขึ้นสีม่วงคล้ำ และกำลังหมดสติ หัวใจเขาสั่นไหวเล็กน้อย อุ้มเขาลงมาจากบนหลังเหล่าไป๋ก่อนที่สองมือสั่นเทาหยิบยาแก้พิษออกมาฝืนยัดเข้าปาก
“กองหนึ่งอยู่ค้นหา! ส่วนคนอื่นกลับจวนกับข้า!”
หลังทิ้งคำพูดไว้ เขาก็แบกเฟิ่งเซียวขึ้นหลังมุ่งไปยังจวนตระกูลเฟิ่งอย่างรวดเร็ว
และในเวลาเดียวกันนี้ เฟิ่งจิ่วที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้วงมิติรู้สึกไม่สงบใจขึ้นทันใด ความรู้สึกเสียขวัญครอบคลุมไปตามห้องหัวใจ หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงราวกับมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นทำให้ไม่อาจสงบจิตใจฝึกบำเพ็ญต่อได้
ดังนั้นเธอจึงถอนหายใจเบาๆ แวบตัวออกมาจากห้วงมิติ กำลังจะเปิดประตูก็เห็นเหลิ่งซวงวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไปยกใหญ่
“นายท่าน ในบ้านเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็คร่ำเครียดในใจ บอกว่า “ข้าจะกลับไปก่อน เจ้าค่อยตามหลังมา!” สิ้นเสียงตัวคนก็แจ้นออกไป
เมื่อผู้คนในเมืองอวิ๋นเยวี่ยเห็นท่านผู้เฒ่าแบกเฟิ่งเซียวที่เป็นลมหมดสติซ้ำบนหลังยังมีลูกศรปักไว้ผ่านไปในเมืองดั่งสายลม ทั่วเมืองอวิ๋นเยวี่ยก็แทบตื่นตูมขึ้นมา
“ไม่ใช่กระมัง? เป็นเฟิ่งเซียวจริงๆ ด้วย! ใครกันที่ใจกล้าถึงกับลอบสังหารเขา? พลังเขาเป็นถึงบรรพชนนักรบเชียวนะ!”
“ซี๊ด! ดูท่าทางจะบาดเจ็บไม่น้อย ด้านหลังยังมีลูกศรปักอยู่ สถานการณ์ดูไม่ดีเลย!”
ผู้คนพูดคุยกันเสียงเบา ต่างไม่นึกว่าจะมีคนทำร้ายเฟิ่งเซียวจนเป็นเช่นนี้ได้ หนำซ้ำยังเกิดภายในเมืองอวิ๋นเยวี่ย พูดได้ว่าพอเห็นภาพเฟิ่งเซียวบาดเจ็บเช่นนี้ ในใจพวกผู้นำตระกูลก็แอบคาดเดากันขึ้นมา…
หลังผู้เฒ่าเฟิ่งแบกเฟิ่งเซียวกลับมา ทั่วจวนล้วนตกอยู่ในสภาพกังวลและกระวนกระวาย ท่านหมอภายในจวนถูกพามาตรวจอาการในเรือนของเฟิ่งเซียวตั้งแต่ตอนแรก รอบๆ เรือนมีทหารอารักขาล้อมคุ้มกัน ทุกฝ่ายเข้าสู่ท่าทีระวังภัย
“ท่าน ท่านผู้เฒ่า เกรง เกรงว่าท่านผู้นำ ผู้นำตระกูลจะ…”
หลังท่านหมอในจวนจับชีพจรก็ตกใจคุกเข่าลงไปทั้งสีหน้าขาวซีด ขนาดพูดจายังตะกุกตะกักไม่อาจกล่าวได้ครบถ้วน
เห็นภาพเช่นนี้ผู้เฒ่าหนักอึ้งอยู่ในใจ พยายามคุมความตื่นตระหนกและกังวลในใจไว้ให้มั่น
น้ำเสียงชราภาพกล่าวอย่างเคร่งขรึมน้อยๆ
“มีอะไรพูดมาตรงๆ! สถานการณ์เขาเป็นยังไงกันแน่?”
“ผู้นำตระกูลไม่เพียงมีพิษอยู่ในร่างกาย หนำซ้ำยังบาดเจ็บภายใน กระดูกซี่โครงถูกกระแทกแตก บริเวณอกจึงมีเลือดคั่ง เกรงว่าจะ จะร้ายมากกว่าดีขอรับ!”
เอ่ยคำพูดนี้จบท่านหมอก็ก้มศรีษะลงไม่กล้ามองสีหน้าท่านผู้เฒ่า กล่าวเสียงเบาว่า
“และลูกศรตรงหลังท่านผู้นำตระกูลก็ดึงออกไม่ได้ หากดึงออกมาเขาจะต้องตายลงตรงนี้แน่ขอรับ!”
ได้ยินคำพูดนี้ ผู้เฒ่าเพียงรู้สึกเหมือนท้องฟ้าหมุนแผ่นดินพลิก ร่างกายซวนเซพักหนึ่ง
โชคดีที่มีเหลิ่งหวาข้างกายประคองไว้จึงไม่ทรุดนั่งลงไป
“ท่านปู่ พ่อบุญธรรมเป็นยังไงบ้างขอรับ?”
เสียงที่แข็งแรงและเร่งรีบของกวนสีหลิ่นลอยมาจากข้างนอก เมื่อเสียงนั้นลอยมาประตูห้องก็ถูกผลักออก ก่อนที่เขาจะก้าวยาวเดินเข้ามาอย่างลนลาน
“เจ้าถอยไปก่อน”
ผู้เฒ่าโบกมือส่งสัญญาณให้ท่านหมอถอยไป ปล่อยให้เหลิ่งหวาประคองมานั่งลงตรงเก้าอี้อย่างเสียขวัญราวกับวิญญาณได้หลุดลอยไป
ท่าทีเศร้าสร้อยดูแล้วแก่ลงไปอีกสิบปีในทันที
…………………
