№ 372 เหล่าไป๋อยู่ไหน?
ได้ยินคำพูดนี้เฟิ่งเซียวก็ผงะไปพักหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปหลับตาลงช้าๆ เพื่อครุ่นคิดโดยไม่ปริปาก
เห็นเช่นนี้กวนสีหลิ่นก็รู้สึกผิดนิดหน่อย รู้ว่าตัวเองถามเรื่องที่ไม่ควรถามจึงรีบบอกว่า “ขออภัยท่านพ่อบุญธรรม ข้าแค่สงสัยจึงถามไป”
เฟิ่งเซียวมองเขาพร้อมส่ายหน้า กำลังจะพูดก็เห็นเหลิ่งซวงด้านนอกเร่งฝีเท้าเดินเข้ามา
“ท่านผู้นำตระกูล เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!”
ยามนี้เหลิ่งซวงสีหน้าเย็นเยียบและเคร่งขรึมส่วนคนที่ตามหลังเข้ามาคือองครักษ์เจ็ดคนนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเหยียบเข้ามาในห้องนี้ และเป็นครั้งที่เห็นท่านผู้นำตระกูลนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทีไม่เลวหลังจากได้ยินว่าเขาหมดสติยังไม่ฟื้น
แม้ในใจจะสงสัยแต่ตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือเรื่องที่ท่านผู้เฒ่าถูกคนจับตัวไปที่ไหนไม่รู้!
เฟิ่งเซียวเหลือบมององครักษ์เจ็ดคนที่ตามเข้ามา แล้วมองเหลิ่งซวงพลางถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไรถึงรีบร้อนเช่นนี้?”
เหลิ่งซวงชะงักเล็กน้อยสักพัก บอกว่า “ท่านผู้นำตระกูลโปรดฟังข้าน้อยพูดจบก่อน และอย่าเพิ่งเดือดเนื้อร้อนใจ”
เห็นเช่นนี้เฟิ่งเซียวก็พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกว่า “พูดมาเถอะ! ข้าไม่ใช่เด็กน้อยคงไม่ตื่นตระหนกหรอก” เขารู้สภาพร่างกายตัวเองดี คำพูดเหลิ่งซวงกำลังเตือนว่าไม่ว่าจะได้ยินข่าวคราวเช่นไรก็ต้องสงบเงียบใจเย็น
และเวลานี้เรื่องที่เขานึกถึงได้มีแค่ผู้เฒ่ากับเสี่ยวจิ่ว หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นกับพวกเขาสองคน? เสี่ยวจิ่วอยู่ป่าเก้าหมอบต่อให้มีเรื่องข่าวก็ไม่น่าส่งกลับมาถึงไวเพียงนี้ งั้นเหลือแค่ผู้เฒ่า…
นึกถึงคนที่เมื่อเช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นเขาก็ถอนกายใจออกมาเบาๆ สงบความคิดที่ตึงเครียดไว้แล้วถามว่า “เกิดเรื่องอะไรกับท่านผู้เฒ่ารึ?”
“ท่านผู้เฒ่าถูกคนจับตัวไปเจ้าค่ะ!” เธอมองเฟิ่งเซียวอย่างเป็นกังวลอยู่บ้างด้วยกลัวว่าเขาจะกระวนกระวายใจเพราะได้ฟังข่าวนี้
ทว่าไม่มีเลย เขาหลังได้ยินข่าวสีหน้าท่าทางเยือกเย็น ใบหน้าถมึงทึงคล้างกำลังคิดอะไรกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแต่ความกังวลในดวงตายังคงไม่อาจซุกซ่อน
“อะไรนะ? ท่านปู่โดนจับตัวไป? นี่ นี่เป็นไปได้ยังไง?”
กวนสีหลิ่นสีหน้าตกตะลึง ไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินสักเท่าไหร่ ด้วยกำลังท่านผู้เฒ่าใครกันที่มีฝีมือพอจะแอบเข้ามาในจวนเงียบๆ และจับตัวเขาไปภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทำให้ใครๆ แตกตื่น?
“พูดมาอย่างละเอียดซิ”
เฟิ่งเซียวพูดเสียงเข้มพร้อมจ้องเหลิ่งซวงด้วยสายตาคมกริบ “เกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วใครบ้างที่รู้เห็น? บอกสิ่งที่เจ้ารู้มาอย่างละเอียดเลย”
“เจ้าค่ะ!”
เหลิ่งซวงขานรับ เอ่ยว่า “ตอนนายท่านออกไปได้กำชับข้าน้อยว่าต้องเข้าไปส่งอาหารบำรุงให้ท่านผู้เฒ่าทุกวัน เมื่อเช้านี้เข้าไปเห็นทหารอารักขาในเรือนท่าทางผิดปกติ ต่างยืนอยู่ตรงนั้นทั้งร่างกายแข็งทื่อ เข้าไปสำรวจดูถึงรู้ว่าถูกคนปิดผนึกจุดชีพจรไว้ พอตรวจดูในห้องท่านผู้เฒ่าเตียงนอนก็เย็นชืด ด้านในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หลังตรวจสอบยังไม่มีเบาะแสอะไรเหลือไว้ สิ่งเดียวที่รู้คือคำบอกเล่าจากปากหทารอารักขาสองสามคนนั้นที่ถูกกดจุดชีพจรไว้ว่าเมื่อคืนมีคนสวมผ้าคลุมสีดำจับตัวท่านผู้เฒ่าไปเจ้าค่ะ”
ตอนนี้ฟั่นหลินก็เข้ามาพูดว่า “ท่านผู้นำตระกูล หลังพวกเรารู้ข่าวจึงไปสอบถามภายในจวนมา บอกว่าเมื่อคืนกลางดึกนอกจากเสียงเหล่าไป๋ร้องก็ไม่มีเสียงอะไรแปลกๆ เลยขอรับ”
“เหล่าไป๋?”
เฟิ่งเซียวตกใจเล็กน้อย ถามว่า “ตอนนี้เหล่าไป๋อยู่ที่ไหน?” สำหรับเหล่าไป๋ที่มีพลังวิญญาณอยู่มากซ้ำยังช่วยชีวิตเขาไว้ ตลอดมาจึงไม่เคยเห็นมันเป็นเพียงพาหนะหรือม้าธรรมดาๆ
…………………..
