№ 447 หงส์กับสาวงาม
เสียงของกวนสีหลิ่นชะงักเล็กน้อย ลังเลนิดหน่อย “แต่ไม่นึกว่าแผ่นหยกชิ้นเล็กๆ เท่านั้นจะมาจากแคว้นมหาสันติที่เป็นแคว้นรุ่งเรืองระดับสาม”
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่แม้แต่จะกล้าคิดว่าคนแคว้นเล็กระดับเก้าเช่นพวกเขาจะสู้กับคนแคว้นระดับหกตัวต่อตัวโดยไม่ยำเกรง และไม่กล้าจินตนาการว่าพวกเขาจะมีวันได้สอบถามเรื่องของแคว้นรุ่งเรืองระดับสาม
เหมือนว่าตั้งแต่พบเสี่ยวจิ่ว ชีวิตเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ถึงกับมั่นใจได้ว่าไม่ต้องพูดถึงแคว้นระดับสามหรอก อนาคตแม้แต่แคว้นระดับหนึ่งเขาก็เดินเข้าไปได้
“โอ้? ผู้ดูแลเหยียนบอกว่าเป็นของจากมหาสันติแคว้นรุ่งเรืองระดับสาม?” เฟิ่งจิ่วเลิกคิ้ว จากนั้นค่อยพยักหน้า “ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น”
“ทำไมล่ะ?” กวนสีหลิ่นเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“ตั้งแต่รู้ว่าท่านปู่โดนลักพากตัว ข้าก็เคยวิเคราะห์ไว้ วรยุทธ์อีกฝ่ายไม่อาจคาดเดา แอบเข้าจวนมาพาท่านปู่ไปอย่างง่ายดาย กลับไม่ได้ทำร้ายคนในจวน ยิ่งมั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ทำร้ายท่านปู่ถึงชีวิต คนที่มีวรยุทธ์เช่นนั้นไม่มีทางเป็นคนแคว้นแสงสุริยัน งั้นคงเป็นแคว้นอื่น”
“ในเมื่อเป็นคนแคว้นอื่น ถึงมีวรยุทธ์เช่นนั้นกลับไม่ทำร้ายใคร ก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเป็นคนที่ท่านปู่รู้จัก ด้วยเหตุนี้หลังจากข้าบอกกับท่านพ่อก็ไปค้นที่ห้องท่านปู่ จากนั้น ท่านเดาสิว่าข้าเจออะไร?” เธอหรี่ตาลง นัยน์ตาอมยิ้มเจ้าเล่ห์
เห็นท่าทางนางกวนสีหลิ่นก็ตกใจ พูดด้วยท่าทีแปลกๆ ว่า “อย่าบอกนะว่าเจ้ารู้แล้วว่าคนที่ลักพาตัวท่านปู่ไปเป็นใคร?”
“ฮิๆ เปล่าเสียหน่อย แต่มั่นใจได้ว่าท่านปู่ต้องรู้จัก ท่านดูสิ” เธอหยิบม้วนภาพจากห้วงมิติออกมาเปิด พลางเอ่ยว่า “ห้องท่านปู่ปกติไม่ให้ใครเข้าไป วันนั้นข้าจึงพลิกหาในห้องเขาถึงได้สังเกตเห็นสิ่งนี้”
“ภาพสาวงาม?”
กวนสีหลิ่นประหลาดใจเล็กน้อย ภาพวาดนี้แปลกๆ นิดหน่อย เป็นภาพสาวงามที่ไม่ได้มีแค่สาวงาม แต่ยังมีหงส์ตัวหนึ่งมาด้วย ทว่าสิ่งที่แปลกคือหงส์ตัวนั้นที่กระพือปีกจะบินแต่ถูกสาวงามที่สวมชุดกระโปรงสีเขียวอ่อนสง่างามในภาพดึงปีกเอาไว้
แววตาสดใสของสาวงามแฝงด้วยความโกรธ มองหงส์ตัวนั้นที่ตีปีกจะบินอย่างขุ่นเคืองแปลกๆ ท่าทางช่างสมจริงนัก รูปแบบก็แปลกพิลึก แตกต่างกับภาพสาวงามทั่วไป
เห็นม้วนภาพที่แปลกตาแต่น่าขัน เขาก็แย้มยิ้มขึ้นมา “ไม่นึกเลยว่าท่านปู่จะชอบเก็บภาพสาวงามด้วย! สาวงามในภาพสวยมากจริงๆ เป็นรูปเหมือนท่านย่าสมัยก่อนหรือเปล่า? แต่ทำไมถึงดึงหงส์ตัวนั้นไว้? เป็นรูปแบบที่ประหลาดนัก”
“เดิมทีข้าก็คิดเช่นกัน แต่ข้าเอาไปถามท่านพ่อแล้ว เขาบอกว่าไม่ใช่ ผู้หญิงในภาพนี้เขาไม่เคยเห็นเหมือนกัน หนำซ้ำท่านไม่คิดว่าภาพวาดนี้มีความหมายอื่นแอบแฝงรึ? อีกอย่างม้วนภาพนี้มีตราประทับวิญญาณด้วย” เธอหัวเราะเบาๆ นึกถึงความหมายแฝงในภาพนี้ รอยยิ้มตรงริมฝีปากก็ลึกขึ้นบางส่วนโดยฉับพลัน
ได้ยินเช่นนี้กวนสีหลิ่นก็อึ้งไป “ตราประทับวิญญาณ? คืออะไรกัน?”
“บนภาพสาวงามนี้มีพลังวิญญาณไหลเวียน พูดอีกนัยหนึ่งคือภาพนี้วาดโดยผู้ฝึกวิชาเซียน และใช้พลังวิญญาณวาดขึ้นมา ท่านเห็นลายนิ้วมือสองจุดด้านล่างนี้หรือไม่? นั่นไม่ใช่สีแดงแต่เป็นเลือด ภาพนี้ไม่เพียงไว้เชยชมยังมีประโยชน์อีกอย่าง หากรอยนิ้วมือสองจุดนี้หายไป แสดงว่าคนคนนั้นไม่อยู่แล้ว ตราประทับวิญญาณนี้คล้ายๆ กับโคมไฟแห่งชีวิต ต่างมีประโยชน์เหมือนๆ กัน แต่ยิ่งระดับสูง ข้าเคยค้นอ่านในตำราเก่าๆ แคว้นทั่วไปจะไม่มีตราประทับวิญญาณเช่นนี้ปรากฏ”
………………………………….
