№ 476 เปิดจวนต้อนรับ!
“ไม่ค่อยดีกระมัง?” เฟิ่งจิ่วเอ่ยปาก จะให้ควบคุมกลุ่มอำนาจที่กระจายตัวไปทุกถิ่นเช่นนี้ เธอไม่กล้ารับไว้สักเท่าไหร่!
“รับไว้เถอะ!” เจ้าตำหนักยมราชยัดป้ายคำสั่งนั้นใส่มือนางแล้วหันกายเดินออกไป พลางบอกว่า “จัดการเรื่องนี้เสร็จ ข้าจะมาดื่มเหล้าด้วย”
ได้ยินคำพูดนี้ มุมปากเฟิ่งจิ่วก็กระตุก ยิ่งเห็นใบหูแดงก่ำของชายหนุ่มที่จากไป รอยยิ้มจึงเบ่งบานบนริมฝีปากโดยฉับพลัน
ชายที่ทั้งเสแสร้งทั้งหยิ่งยโสคนนี้ เธอเมาเหล้าครั้งเดียว จะมีครั้งที่สองอีกได้อย่างไร?
“ไปเถอะ! ไปดูเสียหน่อยว่าผู้ครองแคว้นเรายามนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไรแล้ว” เธอเก็บป้ายคำสั่ง ก่อนจะเคลื่อนฝีเท้าเดินออกไป
เหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวาด้านหลังมองหน้ากัน ยิ้มเล็กน้อย ก่อนเดินตามหลังนางไปข้างนอก
คืนนี้คนจวนตระกูลเฟิ่งพูดได้ว่านอกจากเฟิ่งเซียวที่เก็บตัวฝึกบำเพ็ญ รวมถึงองครักษ์วัยกลางคนทั้งแปดที่ปกป้องเฟิ่งเซียว คนอื่นๆ ต่างเตรียมพร้อมต่อสู้กับมู่หรงป๋อ ทั้งหมดแต่งเครื่องแบบรอรับคำสั่ง เพียงรอคำสั่งคำเดียวจากเฟิ่งจิ่ว
“นายท่าน”
พวกหลัวอวี่ทั้งแปดคนเฝ้าอยู่ด้านในประตูใหญ่ ยังไม่ได้รับคำสั่งจากเฟิ่งจิ่ว พวกเขาก็ไม่เปิดประตูออกไป ยามนี้เห็นนางเดินมาต่างคาราวะด้วยความเคารพพร้อมขานเรียก
“อืม”
เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา จากนั้นค่อยเขย่งปลายเท้าส่งพลังกระโจนขึ้นไป ร่างสีแดงโผบินไปกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนราวห่านตกใจตีปีก แล้วร่อนลงยืนเหนือประตูใหญ่จวนอย่างมั่นคงด้วยท่วงท่าแพรวพราว
พวกหลัวอวี่เงยหน้าขึ้น เห็นนายท่านในชุดสีแดงที่เปิดเผยเด่นตายืนเอามือไพล่หลังอยู่บนประตูใหญ่ ชุดสีแดงผมสีหมึกลอยพลิ้วรับลม ทั่วร่างมีรัศมีจองหองย่ามใจกระจายอยู่ และมีความเด็ดเดี่ยวดุดันคล้ายบอกว่า ‘ให้ทหารกล้านับร้อยพันของเจ้าดาหน้ามา ข้าก็ต้องทำลายพวกเจ้าให้สิ้นซาก’ มองเสียจนหัวใจพวกเขาสะท้านตาม จึงพากันเรียกพลังกระโจนขึ้น ร่อนลงมาตรงสองข้างกายนาง
ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสี่คนไม่รู้ว่าโผล่ออกมาตั้งแต่เมี่อไหร่ สี่คนยืนอยู่ไม่ไกล มือไพล่หลังพลางมองทหารองครักษ์ที่แต่งเครื่องแบบครบก้าวมาด้วยฝีเท้ารีบร้อน และล้อมรอบทั้งจวนตระกูลเฟิ่งไว้หลายรอบวง ไอสังหารทั่วร่างกระจายออกมา แรงกดดันระดับหลอมแก่นพลังแผ่ไปเหมือนมีเหมือนไม่มี รอเพียงเฟิ่งจิ่วสั่งการก็จะลงมือทำลายคนเบื้องล่างเสีย
เมื่อเหล่าทหารองครักษ์ด้านล่างรวมถึงคนในมุมมืดจากตระกูลและกลุ่มอำนาจเห็นร่างที่ยืนอยู่บนประตูใหญ่จวนตระกูลเฟิ่ง ม่านตาก็หดตัวเล็กน้อย
เทียบกับทหารองครักษ์ที่นับไม่ถ้วน คนตระกูลเฟิ่งพวกนั้นไม่เท่าไหร่จริงๆ แต่หากพูดถึงกำลัง อย่าว่าแต่พวกคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งเลย แค่ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังสี่คนนั้นเกรงว่าก็พอจะกวาดล้างทุกอย่างได้แล้ว
คนจวนตระกูลเฟิ่งปรากฏตัว เช่นนั้นมู่หรงป๋อเล่า? ได้ยินว่าตั้งแต่เขาป่วยรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรกันแน่?
ขณะที่พวกเขากำลังแอบคิด ราชรถที่แบกมาด้วยบรรพชนนักรบแปดคนก็ลอยผ่านเข้ามา ลงจอดห่างจากหน้าประตูจวนห้าสิบเมตรอย่างมั่นคง รอบๆ ราชรถนั้น นอกจากบรรพชนนักรบคนสนิทแปดคน ยังมีองครักษ์เงาสิบกว่าคนคอยอารักขา
โดยรอบราชรถมีผ้าบางปิดไว้ครึ่งหนึ่ง คนรอบๆ จึงเห็นไม่ชัดเจนว่ามู่หรงป๋อที่นั่งอยู่ด้านในมีสภาพเช่นไร แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ คนของตระกูลพวกนั้นยิ่งอยากรู้ว่ามู่หรงป๋อมีสภาพแบบไหน ถึงไม่กล้าออกมาพบใคร และต้องร้ายแรงเพียงใดถึงตัดสินใจอย่างไร้เหตุผลภายใต้สถานการณ์เช่นนี้?
“ยินดีต้อนรับท่านผู้ครองแคว้นสู่จวนตระกูลเฟิ่ง ฝ่าบาทนำแสงสว่างมาให้จวนเราจริงๆ หากไม่เปิดประตูจวนต้อนรับ คงไม่อาจแสดงถึงความตื่นเต้นในใจหม่อมฉันได้”
สิ้นเสียงนาง ประตูใหญ่จวนก็เปิดออก องครักษ์ตระกูลเฟิ่งในชุดเกราะสีเงินเหมือนกันเดินออกมาอย่างรวดเร็ว…
……………………
