№ 592 ตัดสินใจ
พ่อแม่พวกเขาอายุร้อยกว่าปีแล้ว สุขภาพทั้งสองแข็งแรงมาก และไม่ได้พำนักในบ้านหลักของตระกูล แต่จะพักอยู่กับพวกลูกๆ แต่ละคนช่วงหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ช่วงสองสามเดือนนี้จึงไม่ได้พักที่นี่ แต่พวกเขาก็รู้เรื่องงานแต่งงานนี้
“พี่ใหญ่ ในเมื่อวันแต่งงานคือวันที่สิบสามเดือนสิบสอง เช่นนั้นก็ให้ท่านพ่อท่านแม่กับพวกพี่ชายกลับมาพร้อมกันเถอะ!” ซู่ซีพูดพลางเผยรอยยิ้ม พอคิดว่าจะได้พบพวกเขาอีก ในใจก็แสนยินดี
ในตระกูลใหญ่ พวกลูกชายลูกสาวหลังจากเติบใหญ่แต่ละคนจะแยกบ้านกันอยู่ ผู้สืบทอดบ้านหลักนี้คือหลินป๋อเหิงที่มีฐานะเป็นลูกชายคนโต ส่วนน้องชายคนอื่นๆ ก็ต่างคนต่างแยกย้ายออกไปตั้งหลักปักฐาน เพราะไม่ได้อยู่ในเมืองเดียวกัน มีเพียงใครคนหนึ่งเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถึงจะมารวมตัวกันได้
“เหอะๆ เมื่อวานข้าให้คนส่งข่าวออกไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว เดาว่าอย่างช้าสุดพรุ่งนี้ก็ถึง”
“เช่นนั้นก็ดี” เธอพยักหน้า บอกยิ้มๆ ว่า “ข้าต้องกลับไปก่อน ปลอกหมอนลายนกยวนยางยังปักไม่เสร็จเลย!”
ได้ยินเช่นนี้เขาก็ส่ายหน้า โบกมือให้สัญญาณนางกลับไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วพาพวกเขาไปเดินเล่นรอบๆ ในเมืองซานเจียง กระทั่งเวลาเที่ยงวัน พวกเขาเข้าไปยังชั้นสองของเหลาสุราแห่งหนึ่ง จองโต๊ะไว้สองโต๊ะและนั่งลงสั่งเหล้าปลาอาหารมากินกัน
“ท่านปู่เกิ่ง ถึงเวลานั้นท่านปู่ข้าต้องมารับตัวเจ้าสาวด้วยตัวเองที่เมืองซานเจียง หรือต้องทำอย่างไรเจ้าคะ?” เธอถามอย่างสงสัยอยู่บ้าง พลางรินเหล้าให้เขา
ผู้เฒ่าเกิ่งมือหนึ่งลูบเครา กล่าวว่า “เรื่องนี้รอพวกเรากลับไปปรึกษาหารือกับคนตระกูลหลินเถอะ เมืองซานเขียงนี้ห่างไกลจากพวกเรา หากมารับตัวเจ้าสาว เกรงว่าบนหนทางยาวไกลอาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้วิธีที่ดีที่สุดคือรับคนมาอยู่ที่เมืองอวิ๋นเยวี่ยเสียก่อน รอถึงวันมงคลค่อยรับเข้าวัง”
น้ำเสียงเขาชะงักไป บอกอีกว่า “เรื่องนี้พวกเราก็คุยกันที่นี่ก่อนเถอะ ส่วนสุดท้ายจะตัดสินใจเช่นไรยังต้องปรึกษากับคนตระกูลหลินเสียหน่อย”
“เจ้าค่ะ” เธอพยักหน้า เชื่อว่าควรเป็นเช่นนี้เช่นกัน
หลังจากพวกเขาทุกคนทานอาหารในเหลาสุราแล้ว ก็ออกมาเดินเล่นข้างนอกอีกสักสองสามรอบ กระทั่งตกเย็นถึงจะกลับไปตระกูลหลิน และปรึกษาเรื่องที่ว่าถึงเวลาจะรับตัวเจ้าสาวกันอย่างไร
ได้ยินคำพูดจากผู้เฒ่าเกิ่ง หลินป๋อเหิงพยักหน้าเห็นด้วย “อืม เป็นเช่นนี้จริง ที่นี่ห่างจากราชวงศ์เฟิ่งหวงค่อนข้างไกล แม้แต่เรือเหาะยังต้องใช้เวลาสองวัน ถึงเวลาหากมารับตัวเจ้าสาวที่นี่ก็มีหลายอย่างไม่สะดวกจริงๆ”
เสียงเขาหยุดไป กล่าวอีกว่า “เช่นนี้แล้วกัน! ถึงเวลานั้นพวกเราจะส่งตัวเจ้าสาว พวกเจ้าก็หาที่ให้พวกเราพักในเมืองอวิ๋นเยวี่ยก่อน รอถึงวันเวลามงคลค่อยให้ซานหยวนมารับตัวเจ้าสาวก็พอ เป็นเช่นนี้ถึงจะสะดวกทั้งสองฝ่าย ซ้ำยังลดเรื่องต่างๆ ไปได้ไม่น้อย และสามารถลดเหตุไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้นได้”
ได้ยินเช่นนี้เฟิ่งจิ่วกับผู้เฒ่าเกิ่งมองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยปากพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย “เช่นนี้ดีมาก พวกเราเห็นด้วยแน่นอน”
“อืม เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” หลินป๋อเหิงหัวเราะเสียงดัง
จากนั้นเฟิ่งจิ่วเอ่ยถึงเรื่องที่จะกลับไปพรุ่งนี้ ครั้นรู้ว่าพวกเขาต้องไปแล้ว หลินป๋อเหิงจึงถามว่า “ไม่อยู่ต่ออีกวันหรือ? ท่านพ่อท่านแม่ข้าจะรีบกลับมาแล้ว อย่างช้าสุดคงมาถึงพรุ่งนี้”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ พูดว่า “อีกหน่อยต้องมีโอกาสได้พบหน้าแน่นอน เส้นทางไปกลับยังยาวไกล ข้าคิดว่ากลับไปเร็วหน่อยดีกว่า พวกเขาจะได้ไม่เป็นห่วงเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นก็ได้! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะไม่รั้งพวกเจ้าไว้ พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปส่งพวกเจ้าแล้วกัน!”
ได้ยินเช่นนี้ เธอพยักหน้าด้วยนัยน์ตาฉายยิ้ม
“เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านปู่หลินมาก”
…………………………….



