บทที่ 126 รื่นเริงคือพวกเขา
ตั้งแต่วันที่หลานเฟิงได้เห็นหลานเยี่ยที่จู๋เซียงเฉินแล้วนั้นก็วางใจลง แต่ก็ต้องผิดหวังเป็นอย่างมาก ในที่สุดเขาก็เข้าใจความหมายคำพูดของชิวลั่วแล้ว รื่นเริงคือพวกเขา
วันนี้มู่หลีพาหลานเยี่ยไปเดินเล่นรอบนอก หลานเฟิงตามพวกเขาออกไปในบริเวณไม่ห่างนัก มู่หลีสังเกตเห็นนานแล้ว แต่ไม่ได้ขัดขวางเขา หลานวันมานี้เขาได้เห็นชิวลั่วอยู่บ้าง คำนิยามที่มู่หลีมีให้เขาน่าจะคิดว่าเป็นคนที่ชิวลั่วส่งมากระมัง
มู่หลีและหลานเยี่ยขี่ม้ามาถึงฝั่งเหนือของจิ่วหลิว ตรงนั้นมีแม่น้ำอยู่สายหนึ่ง น้ำใสสะอาดเป็นอย่างมาก มีเรือลำหนึ่งจอดรอพวกเขาอยู่นานแล้ว พวกเขาผูกมาไว้ตรงต้นไม้บริเวณใกล้ๆ ม้าเองก็กินหญ้าเขียวบนพื้นอย่างสบายอารมณ์
พวกเขาขึ้นบนเรือ บนเรือมีหลังคาบัง หลานเฟิงมองไม่เห็นว่าข้างในมีลักษณะอย่างไร พวกเขาเข้าไปครู่หนึ่งก็ออกมา ในมือมีคันเบ็ดตกปลาเพิ่มขึ้นมาสองคัน แล้วยังมีถังไม้อีกหนึ่งใบ
“นี่ มู่หลี ถามคำถามเจ้าหนึ่งคำถาม เจ้าตอบได้หรือไม่”
“แน่นอน”
“เจ้าคิดว่าพวกเราอยู่ที่นี่จะตกปลาขึ้นมาได้หรือ อย่างไรข้าก็คิดว่าไม่ได้ เจ้าดูซิว่าเรือนี่ลอยไปมา ไฉนเลยจะมีปลากล้าว่ายมาอีก”
“ข้าพูดว่ามีก็ต้องมีอย่างแน่นอน เจ้าไม่เชื่อหรือ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองตกให้ข้าดูซิ”
“เจ้าดูให้ดีก็แล้วกัน”
มู่หลีวางคันเบ็ดตกปลาลง รออยู่พักหนึ่ง ตอนที่หลานเยี่ยเริ่มทนไม่ไหวแล้วนั่นเอง ปลาก็ติดเบ็ด
“เจ้าดูซิ ตกได้แล้ว” มู่หลีกวัดแกว่งปลาคาร์ฟในมือให้หลานเยี่ยดู ปลาไม่อยู่นิ่ง สะบัดน้ำใส่หลานเยี่ยเข้าเต็มๆ
“พรืด ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เจ้ายังหัวเราะอีก ปลาตัวเล็กเท่านี้ยังไม่รีบปล่อยไปอีก กินมันเข้าไปปีหน้าก็ไม่มีปลาแล้ว”
“เอาเถิดๆๆ เชื่อเจ้าทั้งนั้น” มู่หลีปล่อยปลาตัวน้อยในมือลงไป
“เสี่ยวเยี่ย ชาวบ้านมีบทเพลง ทำนองนั้นสามารถเรียกจัดการปลาใหญ่ มีชาวประมงใช้กันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเจ้าจะลองสักหน่อยหรือไม่”
“เจ้าจะสอนข้าหรือ”
“ข้าจะเป่าครั้งหนึ่ง เจ้าค่อยทำ” หลานเยี่ยส่งขลุ่ยในมือให้มู่หลี มู่หลีเริ่มเป่าขึ้น ไม่นานปลาใหญ่สองสามตัวก็ว่ายมาอยู่ข้างเรือของพวกเขา หลานเยี่ยดีใจเป็นอย่างมาก
“ให้ข้า ข้าจะลอง”
หลานเยี่ยที่รับขลุ่ยไปก็เริ่มเป่าขึ้นมา นึกไม่ถึงว่าปลาที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ก็ว่ายเข้ามาทั้งหมด ทันใดนั้นก็รวมตัวแน่นขนัด มากมายจนนับไม่ถ้วน จนทำให้หลานเยี่ยตกใจอย่างมาก
“ทำไมถึงมีปลาเยอะขนาดนี้ ทำอย่างไรดี มู่หลี” หลานเยี่ยหันไปขอความช่วยเหลือจากมู่หลี แต่กลับพบว่ามู่หลีหัวเราะอย่างหนัก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสี่ยวเยี่ย เจ้าเป่าเร็วเกินไปแล้ว เรียกปลาทั้งหมดมาหมดแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“เจ้าหัวเราะอีกซิ” มู่หลีกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่กลับกลั้นเอาไว้ไม่ไหว หัวเราะจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาแล้ว
หลานเยี่ยเป่าขลุ่ยขึ้นมาอีกครั้ว ปลาที่ตัวใหญ่หน่อยจู่ๆ ก็กระโดดขึ้นมาโจมตีมู่หลีที่อยู่บนเรือ มู่หลีที่ไม่ทันป้องกันก็ถูกปลากระแทกเข้าจนตัวเซเอนเอียง พยายามที่จะป้องกันตัวเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“เสี่ยวเยี่ย ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วเสี่ยวเยี่ย ปล่อยข้าไปเถิด ไม่กล้าอีกแล้ว ท่าคนใหญ่คนโตจิตใจกว้างขวาง ข้าน้อยไม่หัวเราะท่านอีกแล้ว”
หลานเยี่ยไม่ได้ฟังคำของเขา ยิ่งเป่าเร็วขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นปลาตัวเล็กตัวใหญ่ล้วนกระโดดขึ้นมาโจมตีมู่หลี ทั้งร่างมู่หลีถูกปลาล้อมรอบเอาไว้ คราวนี้ถึงตาหลานเยี่ยหัวเราะบ้างแล้ว
สุดท้ายหลานเยี่ยก็ปล่อยขลุ่ยลง มองดูมู่หลีที่หายไปในกองปลา มองเขาอย่างน่าสงสาร
หลานเฟิงมองอยู่ไกลๆ รู้สึกว่าภาพเหตุการณ์เช่นนี้ถึงจะเหมาะสมกับนิสัยของหลานเยี่ยมากที่สุด ภาพตรงหน้าไม่มีความขัดแย้งแม้แต่น้อย ทำให้เขารู้สึกว่าเขาที่เป็นคนนอก
รื่นเริงคือพวกเขา ไม่เกี่ยวกับข้า



