บทที่ 148 ผู้คนหลากหลาย
วันรุ่งขึ้นหลานเยี่ยไปบอกลาอวิ๋นหรู อวิ๋นหรูไม่ได้รั้งท่าให้อยู่มากเกินไป แค่เพียงขอให้เขากลับมาหากันบ้าง หลานเยี่ยก็ให้นางไปเที่ยวเล่นที่ตระกูลหลานบ้าง
หลานเฟิงพาหลานเยี่ยมายังเมืองหลวง ครั้งที่แล้วที่มาเมืองหลวงนั้นยังมาพร้อมกับชิวอวี้ ครานี้กลับสมใจดั่งที่หวัง ได้พาหลานเยี่ยกลับมาอีกครั้ง
“ที่เมืองหลวงข้ามาความทรงจำอะไรหรือ”
“มีมากมาย ผู้คนหลากหลาย เรื่องราวแตกต่าง ไม่ซ้ำสถานที่”
“ครั้งที่แล้วยังมาพร้อมกับมู่หลีอยู่เลย! เขาชอบเหล้าของโรงจุ้ยเซียนอย่างมาก ก็เลยมาพร้อมกับเขา” ทันใดนั้นหลานเฟิงก็หวนคิดถึงเรื่องครั้งที่แล้วในโรงจุ้ยเซียนที่เขาเห็นชิวอวี้เป็นหลานเยี่ย ตอนนั้นน่าจะเป็นเพราะว่าฉีฮวนวางยาเขา
แต่ก็ต้องขอบคุณครั้งนั้นที่ทำให้เขาพบว่าหลานเยี่ยยังคงมีชีวิต
“คิดขึ้นมาตอนนั้นข้าเหมือนจะเห็นคนที่คล้ายคลึงกับเจ้า คนผู้นั้นสวมชุดสีดำ ด้านบนมีลวดลายสีแดง แล้วก็วิ่งออกจากโรงจุ้ยเซียนไปอย่างลนลานเร่งรีบ”
ฟังถึงตรงนี้จู่ๆ หลานเฟิงก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นกลับคลาดกับหลานเยี่ยเพียงนิดเดียว
“คนผู้นั้นก็คือข้า ข้าถูกคนวางยา เกือบจะเห็นคนอื่นเป็นเจ้า”
หลานเยี่ยฟังเขาพูดด้วยความตกใจ ความรู้สึกในใจตอนนั้นไม่ใช่ว่าไร้ซึ่งเหตุผล พอดีกับที่ตอนนี้เดินผ่านโรงจุ้ยเซียน ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไรนัก เขาเดินตรงเข้าไปข้างใน
“คุณชายหลาน ท่านมาอีกแล้ว คราวนี้คุณชายมู่หลีไม่มาหรือ”
“ไม่”
ดูท่าจะเป็นแขกประจำของที่นี่ เจ้าของร้านเดินเข้ามาทักทายหลานเยี่ยด้วยความกระตือรือร้น หลานเยี่ยเองตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มเหมือนปกติ ไม่ว่าในความทรงจำจะเป็นเช่นไร นิสัยรักการยิ้มแย้มของเจ้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“ยังเหมือนเดิมหรือไม่ขอรับ” เจ้าของร้านมองหลานเฟิงพลางถามขึ้น
“เหมือนเดิม”
“ขอรับ ท่านนั่งรอที่ห้องชุดเพียงชั่วครู่ ไม่นานอาหารก็เสร็จขอรับ”
หลานเฟิงเดินตามหลานเยี่ยเข้าไปนั่งข้างใน ห้องชุดส่วนใหญ่ล้วนเหมือนกัน เข้าไปในห้องจะเป็นม่านกั้นแผ่นหนึ่ง หลังม่านคือห้องชุดที่แท้จริง โต๊ะสองตัว ตัวหนึ่งตั้งทางเหนือ อีกตัวตั้งทางใต้ โต๊ะสามารถเคลื่อนย้ายได้ตามใจ พื้นที่ระหว่างโต๊ะสองตัวกว้างขวางมากพอ มากพอที่จะให้คนสองสามคนเต้นด้วยกัน
ภาพวาดบนกำแพงรอบด้านไม่รู้ว่าเป็นภาพภูเขาลำธารที่ใด ในจุดที่ต่างกันมีไฟอยู่สี่ดวง ปรับเปลี่ยนสีไปตามความชอบของแขก หลานเฟิงมองการตกแต่งภายในห้องชุด ทุกอย่างล้วนเข้ากับความนิยมชมชอบของหลานเยี่ย ดูท่าคงเหมาที่นี่เอาไว้ด้วย
รอจนอาหารตั้งโต๊ะ ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ สิ่งแรกคือขนมอบสับปะรด แต่หลานเยี่ยกินไปเพียงเล็กร้อยก็ไม่หยิบขึ้นมากินอีก
“ทำไมไม่กินอีกเล่า เจ้าไม่ใช่ว่าชอบกินที่สุดเช่นนั้นหรือ”
“ขนมอบสับปะรดที่ไหนก็มิอาจสู้ที่ตระกูลหลานได้ ขนมอบสับปะรดที่ข้ากินเจ้าเป็นคนทำใช่หรือไม่”
“ข้าก็ทำเป็นเพียงของว่างชนิดนี้อย่างเดียวเท่านั้น หากเจ้ายังชอบกินอย่างอื่นอีก บางทีข้าอาจทำอย่างที่สองได้ อาหารของข้าทำไว้เพื่อเจ้าเท่านั้น” ฟังคำพูดเลี่ยนเข้ากระดูกของหลานเฟิง หลานเยี่ยเพียงแค่ยิ้มออกมา
“คำพูดเหล่านี้ในอดีตเจ้าเคยพูดหรือไม่”
หลานเฟิงไม่พูดจา หลานเยี่ยเองก็พอเดาได้ หลานเฟิงในอดีตก็คือมู่หลีที่อยู่ในความทรงจำของตน คนที่เย็นชาเรียบนิ่ง ไม่ค่อยพูดจา
“เจ้าไม่กินหรือ” อาการบนโต๊ะถูกนำมาวางครบถ้วน หลานเฟิงเหลือบมองทีหนึ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่หลานเยี่ยชอบกินทั้งนั้น แต่อาหารทุกจานหลานเยี่ยเพียงแค่คีบไม่กี่ครั้งก็วางลง
“กินอาหารของตระกูลหลานแล้ว อาหารที่ไหนก็ไม่ถูกปากทั้งสิ้น”
“อาหารของตระกูลหลานเป็นเพียงอาหารทั่วไปทุกครัวเรือนเท่านั้นเอง”
“แบบนั้นถึงจะมีรสชาติของครอบครัว อาหารที่นี่แม้รสชาติจะดี แต่ไม่มีความใส่ใจอยู่ข้างใน ก่อนนี้ข้ามักรู้สึกว่าขาดอะไรไปอยู่ตลอด สุดท้ายตอนนี้ก็ได้รู้”
วันเวลาเช่นนี้สงบสุขเรียบง่าย วันเวลาในการตามหาความทรงจำ ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี ไม่มีความเศร้าเกินจะรับ มีเพียงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายให้จบไปวันๆ เดินทางผ่านที่แต่ละที่อย่างเรียบง่าย จัดการเรื่องราวทีละเรื่องอย่างเรียบง่าย



