บทที่ 15 ได้มาไม่ง่าย (6)
“ลูก ที่ชิวเย่ว์เป็นเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า ตั้งใจทำตัวเป็นเด็กน้อย เรื่องที่เหลือให้พ่อแม่จัดการดีหรือไม่” หลานชิงโอบหลานเยี่ยเข้าอ้อมกอด นี่คือข้อแตกระหว่างพ่อและแม่ เขาไม่มีทางจะเดินทางผิดเพราะลูก เขาแค่จะพูดทุกเรื่องอย่างละเอียดให้ลูกฟัง จากนั้นก็จะช่วยจัดการไปทีละเรื่อง
“ไม่” หลานเยี่ยดิ้นออก ตะโกนเสียงดัง
“ต่อให้ข้าจะไม่รู้อะไรเลย ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราเปราะบางเช่นนั้น แต่ชิวเย่ว์ก็คือชิวเย่ว์ เป็นคนที่เข้ามาบังอยู่หน้าข้ายามที่อันตรายที่สุดในใจของข้าตลอดไป ต่อให้ตอนนี้ข้าไม่อาจล้มตระกูลเยี่ยได้ ไม่อาจแก้แค้นแทนเขา แต่ข้าก็จะมุ่งเดินไปในทิศทางนั้นอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่ยอมแพ้” หลานเยี่ยพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น
หลานชิงมองหลานเยี่ยด้วยความพอใจ
“ลูกน้อยเจ้าโตแล้ว”
∗∗∗
ตกดึก ภายในสวนชิงหรง
“ชิง เช่นนี้ดีจริงหรือ เมื่อคืนนี้ข้าฉวยโอกาสตอนเขาหลับลึกลองตรวจสอบกระแสพลังของเขาดู พบว่าแทบจะควบคุมไว้ไม่อยู่แล้ว วันที่พบเสี่ยวเยี่ยหนีออกมาจากตระกูลเยี่ยนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเราใช้พลังมากกว่าครึ่งเสี่ยวเยี่ยคงจะตายไปแล้ว” อวิ๋นหรงพูดกับหลานชิงที่นั่งอยู่ในห้องหนังสือ
“เจ้าก็รู้จักเจ้าเด็กนั่น ไม่เคยฟังคำเตือน เขาขยันบากบั่นฝึกฝนพลังแม้จะบั่นทอนช่วงเวลาการควบคุม แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็จะไม่รู้สึกเสียดาย หากวันนั้นมาถึงจริงก็ต้องมีหนทางจนได้ อย่างไรซะเขาก็เป็นลูกของพวกเรา” หลานชิงโอบอวิ๋นหรงเข้ามากอด แค่กอดเดียวก็ทำให้ใจสงบได้ แต่เวลาที่จะให้กับพวกเขาสองคนมีอยู่นานเท่าไรกัน
วันรุ่งขึ้น หลานเยี่ยมาถึงสวนชิงหรง
“ยอมกลับมาแล้วหรือ” หลานชิงยิ้มพลางพูดออกมา
“ข้าอยากรู้เรื่องมุกหลิววั่งขอรับ ทั้งหมด”
∗∗∗
เช้าวันรุ่งขึ้นเทียนซีนำอาหารมาส่งให้หลานเฟิง เห็นทั้งสองคนนอนกอดกันอยู่บนเตียงเทียนซีก็อดรู้สึกเฝื่อนจมูกขึ้นมาไม่ได้ แม้ตนและอวี่มั่วจะประสบกับความลำบากมากมายถึงได้มาอยู่ด้วยกัน แต่อย่างน้อยก็ถือว่าสมหวัง ไม่รู้ว่าในอนาคตพวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่
ตกดึกเทียนซีเข้ามาในห้องอีกครั้ง เห็นว่าอาหารไม่ได้ถูกแตะต้อง และทั้งสองคนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็ทำได้แค่ลอบถอนหายใจเงียบๆ เท่านั้น
วันที่สามก็เป็นเช่นเดิม
∗∗∗
“ไม่ไปดูหน่อยหรือ” วั่งถามชังหลานขึ้นมา
“เจ้าเชื่อมต่อกับจิตของหลานเฟิง เจ้าน่าจะรู้ เขาไม่ใช่คนที่ไม่เข้าใจเรื่องราว แค่เพียงต้องใช้เวลาสักหน่อยเท่านั้น”
“เจ้าช่างเข้าใจเขาเสียจริง”
“อย่าลืมซิ เขาอยู่ในตระกูลหลานมาเกือบสิบปี การเติบโตของเขาข้าเห็นมากับตัวเอง การที่เดินออกมาจากความดำมืดได้นอกจากเพราะหลานเยี่ยแล้ว เหตุผลหลักก็เพราะความตั้งใจของเขา เมื่อเทียบกับการดับสลายเขาเลือกจะอยู่ต่อ มีจิตใจที่มุ่งมั่นนี้ได้ก็มากพอแล้ว”
“แต่เจ้าอย่าลืมว่าตอนนี้ในใจของเขามีเพียงหลานเยี่ยคนเดียวเท่านั้น”
“มีตัวอย่างเช่นเจ้าและหลิวให้เห็นเป็นตัวเป็นตน เจ้ายังจะสงสัยพวกเขาอีกหรือ พวกเขาสองคนเมื่อเทียบกับพวกเจ้าในตอนนั้นถือว่ามีแต่สิ่งที่เหนือกว่าทั้งนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องแบกรับนั้นเป็นหน้าที่ของทั้งโลก เรื่องราวที่พวกเจ้าทำไม่สำเร็จในตอนนั้นมอบให้พวกเขาสองคนก็พอแล้ว แหล่งพลังของหลานเยี่ยถูกควบคุม มุกหลิววั่งกลายร่างได้ สำหรับพวกเจ้าแล้วนี่ไม่ใช่โอกาสอันประจวบเหมาะหรือ”
เช้าวันที่สี่มาถึงประตูห้องของชังหลานก็ถูกเปิดออก
หลานเฟิงที่ตาทั้งสองข้างแดงก่ำทรุดคุกเข่าลงต่อหน้าชังหลาน
“ขอร้องท่านได้โปรดช่วยข้าอีกครั้ง ชีวิตนี้ของหลานเฟิงเป็นของท่านแล้ว”
“ถ้าหากมีวันหนึ่งข้าให้เจ้าไปตายเล่า”
“แล้วแต่จะสั่งการ” หลานเฟิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย



