บทที่ 155 จี้ฮวาฮวาไม่เงียบเหงา
“ไม่ใช่ว่ามีสถานที่สุดท้ายหรือ พวกเราไปเถิด” หลานเยี่ยทำลายความเงียบ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ตัวเขาคงแดงไปทั้งตัวเป็นแน่แท้ หลานเฟิงไม่พูดอะไร ยังคงมองความด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเช่นเดิม
“หลานเฟิง?” จู่ๆ หลานเฟิงก็ชักมือออก แต่เอามาปิดตาหลานเยี่ยแทน ค้อมตัวลงมา หลานเฟิงลิ้มชิมรสริมฝีปากที่คาดหวังมาแสนนาน
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่หลานเฟิงจูบหลานเยี่ย นานแล้วที่อยากได้ครอบครองริมฝีปากของหลานเยี่ย ในที่สุดวันนี้ก็ได้ทดสอบรสชาติสิ่งที่คาดหวังมาแสนนาน นุ่มนิ่ม สบายเป็นอย่างมาก
กลับเป็นหลานเยี่ยที่ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร มือทั้งสองข้างจับที่รองแขน หลานเฟิงไม่อาจทำใจปล่อยเขาได้ สอดลิ้นแนบแน่น หลานเยี่ยรับไม่ไหว ล้มลงไปข้างหลัง ถูกหลานเยี่ยใช้มือป้องกันศีรษะเอาไว้ถึงไม่กระแทกเข้ากับเก้าอี้
ไล่ระไปบนฟันของหลานเยี่ยให้แยกออก หลานเฟิงแย่งลมหายใจภายในปากของหลานเยี่ย หลานเยี่ยไม่คุ้นกับสัมผัสของหลานเฟิง พาลคิดไปว่าในอดีตเขาคงไม่เคยทำอะไรกับตนเองมาก่อน หลานเยี่ยไม่รู้ว่าวันนี้หลานเฟิงเป็นอะไรไป จู่ๆ ก็มาทำเช่นนี้ หรือว่าพอได้ยินคำพูดของอวี่มั่วในวันนี้แล้วไม่อาจทนต่อแรงยั่วยุได้อีก
ยิ่งคิดก็ยิ่งเลอะเลือน ตราบจนสุดท้ายตอนที่สติสัมปชัญญะใกล้ล่องลอย หรือวันนี้จะรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ไม่ได้แล้ว ยังไม่ทันได้เตรียมพร้อมเลย
หลานเยี่ยคิดเช่นนี้ แต่ไม่นานหลานเฟิงก็ปล่อยเขา ก่อนที่จะห่างออกไปยังไม่ลืมที่จะใช้ปลายลิ้นดูดดุนริมฝีปากของหลานเยี่ย หลานเยี่ยอ้าปากหอบหายใจ ใบหน้าแดงก่ำมองหลานเฟิง ริมฝีปากนั้นกลายเป็นสีแดงสด
หน้าผากของหลานเฟิงจรดสัมผัสหน้าผากของหลานเยี่ย มือทั้งสองข้างจับต้องใบหน้าของเขาเอาไว้ ไม่ยินยอมให้ห่างออกไปแม้แต่นาทีเดียว
“ไปหอเย่ว์เยี่ยกับข้าดีหรือไม่”
“ดี”
“เปลี่ยนชื่อเป็นหอเฟิงเยี่ยดีหรือไม่”
“ดี”
“เชื่อฟังเสียหน่อย ไม่ต้องไปคิดถึงอะไรทั้งสิ้นดีหรือไม่”
“ดี”
“เป็นฮูหยินของข้าดีหรือไม่”
“ดี”
ตอนนี้หลานเยี่ยยังคงมึนงง ฉะนั้นหลานเฟิงพูดอะไรล้วนรับปากทั้งสิ้น เห็นรอยยิ้มได้ใจของหลานเฟิง ในที่สุดหลานเยี่ยก็ได้สติกลับมา
“ที่เจ้าจูบข้าเพราะอยากให้ข้ามึนงงจนไม่รู้เรื่องใดๆ ทั้งสิ้นจะได้รับปากท่านเช่นนั้นหรือ” หลานเยี่ยตีแขนของหลานเฟิงอย่างแรง
“โอ๊ย” หลานเฟิงร้องอย่างเจ็บปวดออกมา ทำให้หลานเยี่ยตกใจไม่น้อย
“เจ้าผู้นี้ เล่นต่อไปซิ” หลานเยี่ยเงื้อมือขึ้น แต่ถูกหลานเฟิงจับไว้
“ฮูหยิน เจ้ารับปากข้าแล้วนะ พวกเราไปเถิด ไปหอเฟิงเยี่ย จากนั้นก็กลับตระกูลหลาน พวกเราไปกราบไหว้ฟ้าดินแต่งงาน”
“…” ขายตนเองออกไปอย่างงงๆ เช่นนั้นหรือ เหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงด้วย
ทั้งสองคนไม่สนใจหล่านเย่ว์ กลับไปหอต้วนอวิ๋นโยนป้ายคำสั่งให้อวี่มั่วแล้วจึงจากมา ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมสักประโยค สิ่งที่เหลือให้อวี่มั่วเห็นคือแผ่นหลังสง่า ร้อนจนทำให้อวี่มั่วด่าออกมาอย่างไม่ไว้หน้า
ส่วนใหญ่แล้วก็พูดว่าเห็นเขาเป็นแรงงานไร้ค่าแรง กดขี่รังแกประชาชน หลอกลวงกรรมกร ลืมบุญคุณ เห็นคนรักดีกว่าสหาย
หลานเยี่ยอารมณ์ดีอย่างมาก ที่รังแกนั้นคือเจ้า วันๆ จู๋จี๋เย้าหยอกกับเทียนซี ในที่สุดครานี้ก็สามารถแก้แค้นได้แล้ว
ทั้งสองคนกลับมายังหอเย่ว์เยี่ย ตอนนี้ควรต้องเรียกว่าหอเฟิงเยี่ย มองดูกระต่ายน้อยสองสามตัวที่วิ่งออกมา หลานเยี่ยก็วิ่งไปกอดพวกเขาเอาไว้อย่างอารมณ์ดี
“ข้ากลับมาแล้ว คิดถึงข้าหรือไม่”
“อืม คิดถึง”
“ไม่ได้ถามเจ้าเสียหน่อย” หลานเยี่ยถึงพบว่าหลานเฟิงเหมือนกับเปลี่ยนเป็นคนละคน ตอนนี้หน้ายิ่งหนาขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางเย็นชาก่อนหน้านี้ทำไมถึงไม่มีแล้วเล่า หรือจะบอกว่าก่อนนี้อดกลั้นเอาไว้ตลอด ไม่ได้แสดงออกมา



