Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 164

บทที่ 164 พร้อมที่จะจบ

ด้านราชสำนักได้รับสิทธิ์ทางการทหาร เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ขาดเพียงคำสั่งของเจ้าเท่านั้น หลานเฟิงเล่าให้หลานเยี่ยฟังจนจบ ความคิดของหลานเยี่ยกลับหยุดอยู่ที่คนผู้นั้น

“สุดท้ายแล้วบุรุษผู้นั้นเหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้”

“ทั้งครอบครัวของชายผู้นั้นถูกฉีจิ่งทำลาย ทุกคนถูกส่งเข้าคุกทั้งหมด มีเพียงเขาคนเดียวที่หนีมาได้ พระชายาหลิ่วตามหาเขาพบ ให้เขาจัดการเรื่องแทนตนเอง พระชายาหลิ่วช่วยครอบครัวของเขาให้ออกมา”

“ฉะนั้นเขาจึงส่งตัวเองไปบนเตียงฉีจิ่ง ช่วยให้พระชายาหลิ่วสำเร็จแผนการ”

“ใช่”

“เช่นนั้นสุดท้ายเขาก็ไม่จำเป็นต้องตายก็ได้นี่”

“นี่คือวิธีการจัดการเรื่องของพระชายาหลิ่ว สามารถอยู่ในวังหลังมาได้นานหลายปีนี้กลับไม่ล้มลง นางมีจุดเหี้ยมโหดของนางเอง ล้วนโหดเหี้ยมต่อคนอื่นและรวมถึงคนของตนเอง”

“ลำบากนางแล้วที่ไม่บีบคออวี่มั่วให้ตายเสียแต่ตอนนั้น” หลานเยี่ยทอดถอนใจ หลานเฟิงไม่พูดอะไร เพียงแค่หัวเราะออกมา

“ฉะนั้นท่านประมุขตระกูล ออกคำสั่งเถิด ขั้นต่อไปควรทำเช่นไร”

หลานเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ก่อนอื่น ข้าอยากจุมพิต” หลานเยี่ยผงกหัวขึ้น หลับตาลง หันไปทางหลานเฟิง หลานเฟิงเห็นหลานเยี่ยมีท่าทีเช่นนี้ก็หัวเราะออกมา จุมพิตลงไปบนริมฝีปากหลานเยี่ยทีหนึ่ง หลานเยี่ยถึงได้พูดต่อไปด้วยความพอใจ

“แหล่งข่าวที่ชิวอวี้ถือครองเอาไว้มีเต็มไปทั่วใต้หล้านี้ คิดจะทำเรื่องภายใต้ลมหายใจเขาไม่ง่ายนัก” หลานเยี่ยพูดไปมอง เล่นผมหลานเฟิงไปพลาง เล่นไปเล่นมาผมของหลานเฟิงก็พันกัน หลานเยี่ยคิดจะปลดออกอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ดึงจนหลานเฟิงขมวดคิ้วมุ่น

“ทางด้านชิวอวี้ไม่ต้องเป็นกังวล ก่อนหน้านี้สายสืบในจิ่วหลิวพูดว่า เส้นสายของตระกูลเยี่ยภายในจิ่วหลิวล้วนนิ่งเงียบแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกทั้งตอนที่หลานอวี่แย่งชิงสิทธิ์ทหารมานั้นก็ไม่ได้มีแรงขัดขวางใดทั้งสิ้น ดูท่าชิวอวี้คงจะปล่อยวางเป็นการชั่วคราว หรือบางทีอาจจะปล่อยวางแหล่งข่าวที่เขาถือครองไปตลอดกาล” หลานเฟิงจับมือหลานเยี่ย ตนเองค่อยๆ คลายผมออก

“เหตุใดต้องทำเช่นนี้”

“เพราะจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่ใต้หล้า ฉะนั้นเมื่อบรรลุถึงเป้าหมายหรือไร้ซึ่งความหวังก็จะยอมแพ้”

“ตอนนี้ภายในตระกูลเยี่ยยังคงมีข่าวคราวของชิวอวี้หรือไม่”

“ไม่มีแล้ว แม้ก่อนหน้านี้ชิวอวี้จะไม่ปรากฏหน้าออกมาให้เห็น แต่ยังคงมีข่าวอยู่บ้าง ตอนนี้ทางด้านราชสำนักบอกว่าฉีเย่ว์ก็หายตัวไปเช่นเดียวกัน ฉะนั้นข้าจึงเดาว่าพวกเขาน่าจะออกจากตระกูลเยี่ยแล้ว”

“ดูท่านายน้อยผู้นั้นจะปล่อยวางใครบางคนเสียแล้ว” หลานเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงหึงหวง “เจ้าเป็นที่นิยมเช่นนี้ ข้าจะทำเช่นไร ดูท่าต้องคอยจับตาดูเจ้าแล้ว” หลานเยี่ยเอียงหัวมองหลานเฟิง ทั่วร่างระเบิดความหึงหวงออกมา

“ไม่ต้องกังวล ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องไปสนใจ หากเจ้าพูดเช่นนี้ข้าเองก็ต้องพูดเช่นนี้กับเจ้าเหมือนกันใช่หรือไม่” หลานเฟิงมองหลานเยี่ยด้วยอาการเย้าหยอก

“ข้าทำไมหรือ ข้าไม่มีคนอื่นมาชอบเสียหน่อย”

“เช่นนั้นหรือ” หลานเฟิงหยิบถุงหอมถุงหนึ่งออกมาจากชั้นเสื้อผ้าที่อยู่ด้านข้าง นำเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่ภายในส่งให้หลานเยี่ย บนนั้นเขียนเอาไว้อย่างหนักแน่น

‘พี่เยี่ย ใจข้าชื่นชอบท่าน หรูเอ๋อร์’

หลานเยี่ยมองด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าจำไม่ได้ก็ไม่แปลก ตอนแรกถ้าไม่ใช่เพราะข้าหยิบถุงหอมใบนี้ไป เจ้าคิดจะทำเช่นไร”

“ยังจะทำเช่นไรได้เล่า ในอดีตข้าคงเห็นหรูเอ๋อร์เป็นน้องสาว อีกอย่างตอนนี้ข้าก็มีเจ้าแล้วมิใช่หรือ ยิ่งไม่มีทางไปตอบรับนางได้”

“ตอนนี้เจ้าคิดจะรับปากก็ไม่อาจสำเร็จแล้ว ตอนนี้นางผูกสมัครสานสัมพันธ์กับหลานเม่ยแล้ว” หลานเฟิงพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่กลับเรียกความแปลกใจจากหลานเยี่ย หลานเฟิงกลับไม่บอกเขา

“ฉะนั้นพูดเข้าเรื่องกันเถิด ท่านประมุขตระกูล”

“ไม่มีแหล่งข่าวของชิวอวี้ นี่ยังไม่ง่ายที่จะทำ พวกเราไปราชสำนักรอดูละครฉากสนุก ดึงอวี่มั่วไปด้วย ทำเช่นนี้”

“ได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!