Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 166

TiMan
BC

บทที่ 166 วังอวี้หลิง

พระชายาหลิ่วส่งคนออกมารับพาหลานเฟิงและหลานเยี่ยเข้าไป กลับลดความยุ่งยากให้หลานอวี่ไม่น้อย หลานเยี่ยที่ไม่เคยเข้าวังหลังมาก่อนแสดงออกถึงความแปลกใจ

C

หลังจากเข้าไปแล้ว พระชายาหลิ่วออกมารับพวกเขาด้วยตนเอง เพราะการมาเยือนค่อนข้างเป็นความลับ ฉะนั้นตกดึกพระชายาหลิ่วจึงส่งคนข้างกายที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทั้งหมด อีกทั้งให้พวกเขาเข้ามาจากประตูหลัง

หลังจากเข้าไปในวังหลังแล้ว หลานเยี่ยแอบมองออกมาจากเกี้ยวทีหนึ่ง กลับไม่ได้มีอะไรที่น่าตกใจมากนัก บางครั้งจะมีขันทีสองสามคนเดินถือโคมไฟผ่านเกี้ยวไป แต่กลับเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ไม่กล้ามองแม้แต่นิดเดียว เกี้ยวที่พวกเขานั่งมีสัญลักษณ์ของพระชายาหลิ่ว ฉะนั้นถึงได้เป็นเช่นนี้

ล้วนพูดกันว่าวังหลังมีคนมากมาย แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริง ระหว่างทางที่หลานเยี่ยเดินทางผ่านล้วนสัมผัสได้ถึงสายตาหลากหลายคู่ อีกทั้งยังมาจากคนที่แตกต่างกัน สถานะที่แตกต่างกัน แม้จะบอกว่ามีบางสายตาที่หยุดทอดมองไม่อาจนับได้ แต่ที่สำคัญคือคนเขาเหล่านี้ล้วนมากฝีมือ

ภายในเกี้ยวหลานเฟิงเห็นหลานเยี่ยที่นั่งไม่นิ่งขยับไปมา แต่กลับไม่รบกวน ให้เขาขยับตัวต่อไป หลานเฟิงใช้พลังกระแสวิญญาณตัดขาดสถานการณ์ทั้งหมดภายในเกี้ยว ให้คนนอกไม่สามารถลอบมองสถานการณ์ข้างใน

เกี้ยวหยุดลง พระชายาหลิ่วออกมาต้อนรับพวกเขาให้ลงมา

“ท่านประมุข ถึงแล้ว” หลานเยี่ยลงมา เห็นว่าพวกเขาไม่ได้อยู่บนพื้น แต่อยู่ชั้นใต้ดิน

“ที่นี่คือที่ใด”

“ที่นี่คือชั้นใต้ดินของวังอวี้หลิง สายตาตระกูลเยี่ยมากเกินไป เกรงว่าท่านประมุขออกไปจะถูกเปิดเผยและได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นจึงให้ท่านประมุขมารอที่นี่ก่อน สำหรับเรื่องอื่นขอเพียงท่านประมุขสั่งการ หลานหลิงย่อมต้องจัดการ”

หลานเยี่ยมองสตรีที่อายุเกือบสี่สิบปีคนนี้ แต่ความสวยงามในตอนนั้นกลับไม่ลดลง อีกทั้งยังมีความเฉียบคมและคล่องแคล่ว

“หากข้าอยากให้ทหารขึ้นปฏิวัติ เจ้ามีตัวเลือกที่เหมาะสมมาจัดการราชสำนักหรือไม่”

“ข้ายังคงคิดว่าหลานอวี่น่าจะดีกว่า อย่างไรเขาก็เป็นคนที่คุ้นเคยกับราชสำนักที่สุด”

“หากข้าให้อวี่มั่วเข้ามาสืบทอดตำแหน่งฮ่องเต้ต่อเล่า” หลานเยี่ยเอ่ยปากสอบถามคำถามนี้ต่อพระชายาหลิ่ว พระชายาหลิ่วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมจำนน จุดอ่อนของพระชายาหลิ่วก็คืออวี่มั่ว

“ที่ท่านประมุขเอ่ยปากเช่นนี้ หรือท่านที่ปรึกษาแคว้นจะไม่ดีเช่นนั้นหรือ เหตุใดต้องให้อวี่มั่วมารับมือ”

“ข้าคุยกับหลานอวี่แล้ว แต่คำพูดของข้ายังไม่ทันออกจากปากก็ถูกเขาปฏิเสธ อีกทั้งหลายปีมานี้อวี่มั่วช่วยข้าดูแลหล่านเย่ว์ แล้วจะไม่ใช่คนมากความสามารถ ฉลาดเฉลียวได้อย่างไร”

“แน่นอน หากท่านไม่ยอมก็ไม่เป็นอะไร”

“หลานหลิงยินยอมเพื่อตระกูลหลาน ขอเพียงท่านประมุขพูด ข้าย่อมต้องแจ้งให้อวี่มั่วสืบทอดตำแหน่ง”

“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่ง เจ้าเพียงจัดการเรื่องเดียวก็พอแล้ว หลังจากจัดการเสร็จ เจ้าสามารถเป็นไทเฮา จากนั้นก็เสพสุขไปกับเกียรติยศเงินทองได้ต่อไป สำหรับจะทำเช่นไร ก็ขึ้นอยู่กับเจ้า”

“หลานหลิงน้อมรับ”

รอจนพระชายาหลิ่วจากไป หลานเฟิงถามหลานเยี่ยว่าทำไมให้อวี่มั่วสืบทอดตำแหน่ง

“เพราะจุดประสงค์ของพวกเราไม่ใช่การครอบครองใต้หล้า แต่เพราะทำเรื่องหนึ่งให้ชัดเจน หาคำตอบบางอย่าง เช่นนั้นหลังจากนี้ใต้หล้าจะจัดการดูแลอย่างไรก็ถือว่าเป็นปัญหา ดังนั้นจำเป็นต้องหาคนที่เหมาะสมมาผู้หนึ่ง คนที่มีเสน่ห์และความสามารถนี้จำต้องเป็นอวี่มั่วอย่างไม่ต้องสงสัย”

“แม้พระชายาหลิ่วจะรับปาก แต่ไม่แน่ว่าอวี่มั่วจะรับปาก”

“เขาจะรับปากหรือไม่ ไม่สำคัญ พระชายาหลิ่วรับปากก็พอแล้ว คงต้องรีบร้อนจนต้องเชิญเขาเข้ามาตั้งแต่ก่อนพรุ่งนี้มาเยือน” หลานเยี่ยหัวเราะร้าย

หลานเฟิงกลับยิ่งไม่เข้าใจว่าหลานเยี่ยคิดทำอะไร อยู่ในจวนที่ปรึกษาไม่ดีเช่นนั้นหรือ จำต้องเข้ามายุ่ง เรื่องที่ให้อวี่มั่วสืบทอดตำแหน่งก็เช่นกัน แต่ขอแค่เขามีความสุขจะทำเช่นไรก็ดีทั้งสิ้น

หลังจากนั้นผ่านมาหลานเฟิงถึงได้เข้าใจและเอ่ยชื่นชมการกระทำอันชาญฉลาดของหลานเยี่ย

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!