Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 168

TiMan
BC

บทที่ 168 อย่าได้สงสัย

อวี่มั่วลุกขึ้น เห็นหลานเยี่ยและหลานเฟิงสนิทชิดใกล้ถึงเพียงนี้ เรื่องเมื่อครู่ก็ลืมไปกว่าครึ่ง

C

“ดูท่าพวกเจ้าสองคนจะทำตามที่เสี่ยวซีพูดแล้วกระมัง เป็นอย่างไร ความทรงจำกลับมาแล้วใช่หรือไม่” อวี่มั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกฝั่งหนึ่งมองพวกเขาสองคนอวด

“พลังกระแสวิญญาณฟื้นฟูแล้ว แต่ความทรงจำฟื้นกลับมาเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น”

“ไม่เป็นอะไร ทำให้หลายครั้งหน่อยก็จะดีเอง เจ้าบอกว่าจัดการกับเสี่ยวซีอย่างดีแล้ว เขาอยู่ที่ไหน”

“อยู่กับเสด็จแม่ของเจ้า”

“…” จู่ๆ อวี่มั่วก็หยุดพูดบ่น ท่าทางอยากพูดแต่ก็พูดไม่ออก

“ทำไมหรือ จะช้าหรือเร็วล้วนต้องพบหน้า จะกลัวอะไร” หลานเยี่ยมองเขาด้วยความดูถูกทีหนึ่ง ในใจคิดว่าพระชายาหลิ่วเห็นด้วยกับเรื่องของพวกเจ้าแล้วแท้ๆ ยังจะกลัวนกตัวนี้อีก

“เช่นนั้นขอถามอีกว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ใด”

“ด้านล่างวังอวี้หลิง ทำไมหรือ”

“…” อวี่มั่วสีหน้าไร้ซึ่งความสุข ทำให้หลานเยี่ยแสดงสีหน้าสับสนมึนงง

“เสี่ยวซีเจ้าไม่รักข้าแล้ว เจ้าไม่ลงมาดูมาข้าเลยด้วยซ้ำไป เมื่อคืนนี้เจ้ายังพูดว่ารักข้าอยู่เลย วันนี้กลับเปลี่ยนไปแล้ว” อวี่มั่วแสร้งทำท่าปาดน้ำตาอยู่อีกข้าง ทำให้น้ำชาอึกหนึ่งในปากของหลานเยี่ยเกือบโดนพ่นออกมา ดูท่าละครฉากนี้น่าจะเป็นงานฝีมือ มีเวลาจะต้องฝึกให้เก่งเสียแล้ว

“พอได้แล้ว แค่เพียงไม่ได้พบหน้าหนึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง ต้องทำเช่นนี้เลยหรือ” คราวนี้กลายเป็นหลานเยี่ยที่หมดคำพูด

“หลานเยี่ย เจ้าตามข้ามา”

จู่ๆ อวี่มั่วก็ลุกขึ้น ดึงหลานเยี่ยไปอีกฝั่ง แล้วยังหันไปมองดูหลานเฟิงว่าตามมาหรือไม่

“มีอะไรหรือ”

อวี่มั่วมั่นใจแล้วว่าหลานเฟิงไม่ได้ตามมา ถึงได้เอ่ยปากพูด

“หลานเยี่ย ข้าถามเจ้าคำถามหนึ่ง เจ้าต้องตอบข้าตามตรง” อวี่มั่วพูดกับหลานเยี่ยด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ ทำให้หลานเยี่ยยิ่งรู้สึกมึนงง

“คำถามอะไร”

“ก็ตอนที่เจ้าอยู่กับหลานเฟิงมีความรู้สึกเช่นไร มีความรู้สึกตื้นตันใจ สงบใจไว้ไม่อยู่หรือไม่ ตอนที่เห็นเขารู้สึกคิดถึงเขา ตอนนี้ไม่เห็นเขาก็ยิ่งคิดถึง” อวี่มั่วพูดไปพลางเหลือบมองข้างหลังไปพลาง

ได้ฟังคำพูดของอวี่มั่ว ใบหน้าของหลานเยี่ยก็ดำคล้ำจนแทบจะมีน้ำมันหยดออกมา

“เจ้ารู้สึกแปลกใจกับเรื่องส่วนตัวของครอบครัวคนอื่นเช่นนี้เชียวหรือ”

“เจ้าไม่ตอบข้าไม่เป็นไร ข้าไปถามหลานเฟิงได้”

“หวังว่าเขาจะไม่ตีเจ้าให้ตาย”

“เจ้าพูดซิ แท้จริงแล้วรู้สึกอย่างไรกันแน่”

“ข้าตีเจ้าจนตายได้ใช่หรือไม่”

“หลานเยี่ย เป็นเจ้าที่เข้าใจที่สุดแล้ว เจ้าบอกข้าเถิด เช่นนี้ข้าจะได้สามารถมั่นใจความรู้สึกของเสี่ยวซีเสียหน่อย ข้าจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขารักข้ามากเพียงใด”

“เจ้าไม่มั่นใจตัวเองเช่นนี้เชียวหรือ”

“อืมๆ ฉะนั้นเจ้าบอกข้าเถิด” อวี่มั่วหันกลับมามองหลานเฟิงทีหนึ่ง หลานเยี่ยแสดงออกว่าดูถูกเขา

“เอาเถิด เรื่องนี้แตกต่างไปตามบุคคล ระหว่างทางที่เจ้าและเทียนซีเดินมาด้วยกัน ข้าไม่รู้ว่าในตอนนั้นเจ้าประสบเรื่องอะไรมาบ้าง แต่ระหว่างทางของข้าและหลานเฟิงเจ้าเองก็ถือว่าเป็นพยาน ตอนนี้สิ่งที่ข้ารู้สึกได้มากที่สุดก็คือสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสงบเงียบ เท่านี้ก็พอแล้ว สำหรับเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพิจารณามากขนาดนั้น”

“เช่นนี้เอง แต่เสี่ยวซีเขามักจะไม่ยอมเอ่ยปากแสดงความรักที่เขามีต่อข้า ทำให้ข้าไม่มีความเชื่อมั่นเลยแม้แต่น้อย นี่จะทำเช่นไรดี”

“…” ใบหน้าของหลานเยี่ยไถจนดำ ไม่สนใจอวี่มั่ว หลานเยี่ยหนีไปที่อื่นพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง

เห็นหลานเยี่ยจากไป อวี่มั่วรีบเดินเข้ามาพูดคุยกับหลานเฟิง สีหน้าท่าทางลับๆ ล่อๆ

“เมื่อครู่นี้คำพูดของหลานเยี่ยเจ้าได้ยินหมดแล้วใช่หรือไม่ ฉะนั้นเจ้าต้องสู้เข้านะ ฉะนั้นเจ้าช่วยข้าถามเช่นนี้กับเสี่ยวซีให้ข้าหน่อยได้หรือไม่”

หลานเฟิงดื่มชาอึกหนึ่ง เหลือบมองเขาทีหนึ่ง

“ข้ามีความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ไม่มั่นใจถึงได้ไปถามคนอื่น สุดท้ายแนะนำเจ้าประโยคหนึ่ง อย่าได้สงสัยความรักที่เทียนซีมีต่อเจ้า มิเช่นนั้นได้ไม่คุ้มเสีย”

“…”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!