Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 17

TiMan
BC

บทที่ 17 ได้มาไม่ง่าย (8)

“อืม” หลานเยี่ยน้ำตาคลอพยักหน้ารัวเพื่อแสดงความยินดีของตนออกมา

C

“หลานเฟิง ข้าอยากกินขนมสับปะรดกรอบ”

“ได้ เจ้านอนอีกหน่อยอีกครู่เดียวก็เรียบร้อยแล้ว” หลานเฟิงปรนนิบัติให้หลานเยี่ยนอนลง

“อืม” หลานเยี่ยตอบรับด้วยสีหน้าอบอุ่น

มองดูหลานเฟิงเดินออกไป หลิววั่งก็เดินเข้ามาจากนอกประตู เหตุเพราะมุกหลิววั่งระบุนาย ลมหายใจของพวกเขาถึงผสานเป็นหนึ่งเดียว ยากที่จะสังเกต แต่ยังสามารถรับรู้ได้ถึงอีกฝ่าย แต่เพราะเมื่อครู่นี้สมาธิทั้งหมดของหลานเฟิงทุ่มไปที่หลานเยี่ย จึงทำให้รู้สึกไม่ได้ว่าหลิววั่งอยู่ใกล้ๆ มาโดยตลอด

“ฟื้นแล้วหรือ” หลิวเอ่ยปากพูดก่อน

“อืม หลายปีมานี้ต้องขอบคุณท่านแล้ว หลิว”

ไม่ทันรอให้หลิวพูด วั่งก็เริ่มสั่งสอนหลานเยี่ยขึ้นมา

“เฮ้ เจ้าเด็กน้อย นับตามลำดับแล้วพวกเราโตกว่าเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รุ่น เจ้ากลับเรียกชื่อหลิวออกมาตรงๆ”

“แต่พวกท่านดูแล้วเหมือนจะอายุพอๆ กับข้า ใช่หรือไม่วั่ง”

ตอนที่วั่งกำลังจะก้าวขึ้นมาสั่งสอนหลานเยี่ยกลับถูกหลิวบังเอาไว้

“อายุเท่าไรแล้วยังทำตัวเป็นเด็กอยู่อีก เจ้าเองก็เรียกชื่อชังหลานออกมาเหมือนกันไม่ใช่หรือ ข้าเป็นคนให้เสี่ยวเยี่ยเรียกเช่นนี้เอง”

วั่งมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย “พวกเจ้าไปพบหน้ากันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมข้าถึงไม่รู้”

ที่จริงแล้วหลิวไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ถูกสะกดเอาไว้ตลอดเวลา หลายปีก่อนหน้านี้ตั้งแต่ทุกวันที่หลานเฟิงประสานพลังให้กับหลานเยี่ยเสร็จแล้ว หลิวจะมีเวลาได้แปรสภาพร่างหนึ่งชั่วยามเพราะผนึกสะกดที่หย่อนลง แต่วั่งที่อยู่ในสภาวะโดนสกัดนั้นไม่มีทางรู้สึกได้

ภายในช่วงเวลาหนึ่งชั่วยามนี้หลิวจะเล่าเรื่องราวในอดีตให้หลานเยี่ยฟัง และจะฝึกฝนจิตไปพร้อมกับหลานเยี่ย แต่สุดท้ายหลิวจะสะกดความทรงจำเหล่านี้รวมไปถึงความทรงจำที่ถูกปิดกั้นขึ้นมาใหม่ เวลาผ่านไปนานเข้าหลานเยี่ยก็ค่อยๆ ปล่อยวางเรื่องเหล่านั้นไป

เพราะพลังที่สะกดความทรงจำของหลานเยี่ยนั้นมีแหล่งที่มาเดียวกับพลังของวั่ง ดังนั้นตอนนี้หลังจากผนึกสะกดคลายออกสิ่งที่หลิวเคยพูดให้หลานเยี่ยฟังก็ถูกปลดออกมาเช่นเดียวกัน นี่ส่งผลต่ออารมณ์ของหลานเยี่ยโดยตรงจึงทำให้หลังจากที่ผนึกพลังของหลานเยี่ยถูกปลดลงแล้วจึงไม่ได้เกิดปรากฏการณ์จิตใจว้าวุ่นและพลังหลุดจากการควบคุม

“เจ้าพักก่อนเถิด พวกเราไม่กวนแล้ว” หลังจากที่หลิวและวั่งพูดคุยกับหลานเยี่ยครู่หนึ่งก็คิดจะออกไป

“หลิว” หลานเยี่ยเรียกหลิวเอาไว้

“ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ”

“ผนึกสะกดของพวกท่านก็ถูกปลดออก หากเป็นไปได้ข้าสามารถกำจัดความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่านได้ พวกท่านจะได้ไปทำเรื่องในตอนนั้นให้สำเร็จ” หลิวแปลกใจเล็กน้อย

“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าผนึกของพวกเราโดนปลดแล้ว” หลิวหัวเราะพลางพูดออกมา

“แต่ก่อนตอนท่านแปรสภาพเป็นแค่เพียงร่างเงา แต่ตอนนี้กลับมีร่างเนื้อแล้ว อีกทั้งพลังของข้าที่ถูกสกัดไว้ก็ไม่ได้จำกัดพวกท่านอีกต่อไป ในทางกลับกันยังบำรุงท่านที่อ่อนแออีกด้วย ในตอนนั้นคนที่สะกดพวกท่านไว้คงเป็นคนเขาเทียนปี้กระมัง”

“ยังคงฉลาดเหมือนแต่ก่อน ใช่แล้ว ผนึกสะกดของพวกเราถูกปลดออกแล้ว แต่พวกเราไม่คิดจะทำเรื่องในอดีตต่อไป” หลิวจับมือวั่งเอาไว้แน่น

“แต่ก่อนเพื่อเรื่องของใต้หล้า ข้าติดค้างเขาเอาไว้มากเกินไป ในเมื่อสามารถย้อนกลับมาได้ใหม่ ข้าก็อยากให้วันเวลาต่อจากนี้มีเขาอยู่ด้วย”

“รู้หรือไม่ว่าทำไมตอนแรกข้าถึงเลือกเจ้า เพราะเจ้าเหมือนกับข้าในตอนนั้นมาก ดังนั้นข้าถึงหวังให้เจ้ายึดมั่นใจส่วนลึกของเจ้าให้ดี มองให้ดีว่าตนเองต้องการอะไร อย่าได้หลงเหลือความรู้สึกเสียดาย หลังจากนี้พวกเราสองคนก็จะช่วยพวกเจ้า เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน”

“หลิว วั่ง ขอบคุณพวกท่านมาก” หลิวและวั่งเดินตรงออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

เสี้ยววินาทีที่ประตูปิดลง เงาคนร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากฉากกั้น

“เจ้าได้ยินหมดแล้ว” รู้ว่าคนที่มาเป็นใคร หลานเยี่ยก้มหน้าพลางพูดออกมา

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!