บทที่ 21 เข้าพบท่านประมุข
หลานเฟิงพาหลานเยี่ยกลับมาที่หอเย่ว์เยี่ย ก่อนหน้านั้นเขาพาหลานชิงเข้าไปในห้องลับตระกูลหลาน วางไว้บนหินหยกกลางธารน้ำใส เปิดใช้ค่ายกล รวบรวมกระแสพลังจากรอบด้านฟื้นฟูบำรุงหลานชิง
ห้องลับตระกูลหลานต้องใช้ตราหยกประจำประมุขตระกูลถึงจะเข้าได้ เป็นสถานที่ที่พลังดินฟ้าหนาแน่นที่สุดในตระกูล แต่เดิมเขาที่มีสายเลือดตระกูลเยี่ยไม่สามารถเข้าได้ และเข้าไปไม่ได้ แต่อาจเป็นเพราะมุกหลิววั่ง หรืออาจเป็นเพราะหลานชิง ม่านกั้นของห้องลับไม่ได้ขัดขวางเขา อย่างไรเขาก็เป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากประมุขตระกูลหลาน
รอจนหลานเยี่ยฟื้นขึ้นมา หลานเฟิงก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ แม้ปกติมุกหลิววั่งจะอยู่ในร่างกายของทั้งสองคน หลานเยี่ยเองก็รู้เรื่องที่เขาและหลานเฟิงต้องเป็นตายร่วมกัน แต่ทุกครั้งที่เขาคิดจะลองตรวจสอบความคิดของหลานเฟิงก็เหมือนมีกำแพงไร้รูปร่างมาขวางทางเขาเอาไว้ ครั้งนี้ก็ไม่เป็นข้อยกเว้น ดูท่าหลานเฟิงคงรู้สึกเพียงแค่นายบ่าวอย่างบริสุทธิ์เท่านั้น บริสุทธิ์จนสามารถปิดกั้นความรู้สึกของตนเองได้ การกระทำทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นแค่ความใจผิดของตนเอง เป็นแค่สิ่งที่ตนคิดไปเองเท่านั้น จะยืนหยัดหรือยอมแพ้หลานเยี่ยกำลังหลงทาง จนเกิดความคิดจะหนีไป
“พ่อข้าเล่า?” หลานเยี่ยพูดออกมาเสียงเย็น
“ข้านำท่านประมุขไปไว้ที่ห้องลับแล้ว ตรงนั้นพลังฟ้าดินเข้มข้นที่สุด มีประโยชน์อย่างมากต่อการฟื้นตัวของท่านประมุข”
“หึ หึ พ่อข้าเชื่อใจเจ้าเสียจริง ตราหยกประจำตัวก็ยังมอบให้เจ้า” ตอนนี้หลานเยี่ยยังไม่หลุดออกมาจากความเจ็บปวด ไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ เจอใครก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น แม้จะรู้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของหลานเฟิง แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมตนเองได้
หลานเฟิงเข้าใจหลานเยี่ยต่อให้สิ่งที่หลานเยี่ยเป็นความจริงที่มาจากใจ เขาก็ไม่กล่าวโทษ คนที่รักจะไปกล่าวหาได้อย่างไร
“นายน้อย จู่จื๋อซือรออยู่ข้างนอกนานแล้ว” หลานเยี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คลึงคิ้วที่ขมวดหากันแน่น
“เชิญเขาเข้ามา”
∗∗∗
“นายน้อย นี่เป็นจดหมายไม่ประสงค์ออกนามที่คุณชายซีได้รับในเมืองหลวงขอรับ” หลานเม่ยส่งจดหมายให้ พลางถอยไปอยู่ข้างๆ เงียบๆ
‘นายน้อยหลาน ไม่เจอกันนานเป็นอย่างไรบ้าง ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ส่งให้ท่านคงได้รับแล้วกระมัง คิดว่าสีหน้าของท่านในตอนนี้คงจะน่าดูเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มุกหลิววั่งมาเพราะข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไป แต่จะต้องมีสักวันที่ข้าจะได้มันมา ไม่เพียงเท่านั้นข้าจะยังพรากคนข้างกายเจ้าไปทีละคนอีกด้วย ทางที่ดีท่านดูคนข้างกายเอาไว้ให้ดีเถิด แล้วพวกเราจะได้เห็นดีกัน
ชิวหลี’
อ่านจบดวงตาทั้งสองข้างของหลานเยี่ยกลายเป็นสีแดงก่ำ ในมือนั้นมีกระแสพลังหมุนรอบ จดหมายไม่ประสงค์ออกนามกลายเป็นผุยผง
“ช่างกล้านักชิวหลี มีสายเข้ามาแทรกอยู่ในตระกูลหลาน เช่นนั้นข้าอยากรู้นักว่าสุดท้ายแล้วเจ้าจะได้มุกหลิววั่งไปหรือข้าจะฆ่าเจ้า ข้าหลานเยี่ยวันนี้ขอสาบานว่าหากไม่จัดการเจ้าชิวหลีให้สิ้น ตายไปขอให้ไม่มีดินกลบหน้า”
หลานเยี่ยนั่นยึดมั่นว่ามีแค้นต้องชำระมาโดยตลอด แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะพาลหาเรื่องคนอื่น แต่แค้นที่มีต่อชิวหลีเขากลับไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่พาลโกรธทั้งตระกูลเยี่ย
พันปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลานและตระกูลเยี่ยอยู่ร่วมกันอย่างมีไมตรีสุข ไม่มีการสู้รบและการแย่งชิง ตราบจนหลายปีก่อนที่ชิวหลีแย่งตำแหน่งขึ้นเป็นประมุขถึงได้ทำลายสถานการณ์เช่นนี้
“จู่จื๋อซือ ปิดกั้นข่าวท่านประมุขได้รับบาดเจ็บ ป่าวประกาศไปว่าประมุขตระกูลลงจากตำแหน่ง จัดการให้ข้าเข้ารับตำแหน่งต่อ กำจัดหนอนบ่อนไส้ ทำการแก้แค้น”
หลานเฟิงสบตาหลานเยี่ย แต่เดิมกังวลว่านิสัยอย่างหลานเยี่ยจะไม่ยินยอมรับเรื่องตระกูลหลานต่อ แต่ตอนนี้ดูแล้วการที่ผ่านความเป็นความตายมาถึงจะเติบโตอย่างแท้จริง
หลานเฟิงเดินมาถึงข้างกายหลานเยี่ย คุกเข่าลงข้างเดียว หลานเยี่ยไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ปล่อยให้หลานเฟิงผูกตราหยกประมุขตระกูลไว้ที่ข้างเอวตน จากนั้นหลานเม่ยก็ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ด้วยกัน
“เข้าพบท่านประมุขตระกูล”



