บทที่ 26 ลิขิตฟ้า
“หรือไม่นายน้อยใช้พลังรักษาเจ้ากระต่ายน้อยเสียซิ” หลานเฟิงพูดขึ้น
หลานเยี่ยไม่เข้าใจแต่ก็ยังทำตาม เมื่อพลังสีฟ้าวนรอบร่างเจ้ากระต่ายน้อยแล้วนั้น กระต่ายตัวน้อยก็ฟื้นฟูพลังกลับมา
“เจ้ากระต่ายน้อยกลับมาแข็งแรงแล้ว” หลานเยี่ยพูดออกมาด้วยความดีใจ
“ทั้งตระกูลหลานนั้นอยู่ในการบำรุงจากพลังของประมุขตระกูล และพลังของเจ้านั้นมีสายเลือดที่เชื่อมต่อจากท่านประมุขย่อมต้องมีความสามารถในการรักษา รอหลังจากนี้ก็ต้องเป็นนายน้อยที่คอยดูแลแล้ว”
“ข้าจะทำได้ดีหรือ?”
“อืม ย่อมได้ ข้าจะอยู่ข้างๆ นายน้อยตลอดไป”
“แต่ข้าไม่อยากทำเช่นนั้น ข้าอยากมีที่สักแห่งหนึ่ง มีบ้านหลังเล็ก แม่น้ำสายเล็ก กระต่ายสองสามตัว ทุ่งดอกไม้แห่งหนึ่ง แล้วใช้ชีวิตกับหลานเฟิง”
∗∗∗
หลานเฟิงลืมไปแล้วว่าตอนนั้นบทสนทนานี่จบอย่างไร รู้เพียงแค่ตอนนั้นที่เขาได้ยินหลานเยี่ยพูดเช่นนี้ตนเองรู้สึกแอบนึกดีใจอยู่ครู่หนึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าตอนนั้นเด็กทั้งสองคนเพิ่งจะอายุสิบกว่าปีเท่านั้น
เขาหลานวั่งในฤดูใบไม้ผลิสวยไปอีกแบบ ใบไม้ยังไม่เริ่มปลิดปลิว ยังคงสีเขียวชอุ่มติดอยู่บนกิ่งไม้ หมอกควันที่ลอยคลุ้งนั้นเหมือนกับผลงานจิตรกรรมธรรมชาติชิ้นยอด ท่ามกลางหมอกควันเหมือนยังมีคนงามยืนอยู่อีกฝั่ง
‘อืม… คนงาม เดี๋ยวก่อน คนงามอย่างนั้นหรือ?’
หลานเฟิงที่กำลังดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยงามแห่งเขาหลานวั่งในตอนนี้เวลานี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าห่างออกไปไม่ไกลมีคนยืนอยู่ อีกทั้งดูจากด้านหลังแล้วยังเป็นคนงามอีกด้วย เอาเถิด หมอกหนักเกินไปมองไม่ชัด แต่หากเป็นหลานเยี่ยอยู่ด้วยไม่ต้องใช้ความรู้สึกพิเศษก็คงจะรู้สึกว่ามีคน เพราะอย่างไรก็ได้ผ่านพิธีกรรมทางตระกูลมาแล้ว
หลานเฟิงก้าวขึ้นไปข้างหน้า คิดจะมองให้ชัดว่าเป็นใคร
“ท่าน… ชังหลาน ทำไมถึงเป็นท่านเล่า ทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่” หลานเฟิงมองคนงามตรงหน้าด้วยความตกใจ
ชังหลานยกมือเป็นสัญญาณให้หลานเฟิงเงียบเสียง มองไปทางนั้น
เช่นนี้จึงทำให้เห็นว่าบริเวณจุดที่เปราะบางที่สุดของม่านพลังบนเขาหลานวั่งนั้นมีคนกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ คิดจะทำลายม่านพลังบุกเข้ามา
“พวกเราอยู่ในเขตม่านพลังพวกเขาไม่สามารถสัมผัสความมีอยู่ของพวกเราได้ ตอนนี้ลองใช้กระแสพลังสำรวจดูทีว่าพวกเขาเป็นใคร”
หลานเฟิงขับพลังให้ค่อยๆ กระจายไปรอบกายคนกลุ่มนั้น ผ่านไปพักหนึ่งก็ดึงพลังกลับมา “นั่นเป็น… คนตระกูลเยี่ย” สีหน้าของหลานเฟิงไม่ดีเป็นอย่างมากยามมองคนกลุ่มนั้น
“ใช่แล้ว วันนี้หลานเยี่ยเข้ารับตำแหน่ง หลานชิงก็ได้รับบาดเจ็บ เป็นช่วงเวลาที่ท่านพลังของเขาหลานวั่งเปราะบางที่สุด พวกเขาถึงเลือกมาวันนี้ อีกทั้งยังหาจุดที่เปราะบางที่สุดได้อย่างแม่นยำ การจัดวางม่ายพลังของเขาหลานวั่งมีเพียงสมาชิกชั้นสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์รู้ ดูท่าทางหนอนบ่อนไส้จะมีฐานะไม่เลวเลย” ชังหลานพูดขึ้น
แต่เดิมวันนี้หลังจากพิธีจบลงเขาคิดจะไปดูว่าหลานชิงเป็นอย่างไรบ้าง แต่เมื่อเดินไปถึงครึ่งก็สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของม่านพลังตรงเขาหลานวั่งจึงได้มาตรวจสอบดู คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหตุการณ์เช่นนี้
“ทางด้านนายน้อยเมื่อลองสำรวจความรู้สึกที่ถ่ายทอดมาจากมุกหลิววั่งแล้วสงบสุขเป็นอย่างมาก ดูท่าทางศัตรูคงไม่ได้ใช้วิธีอะไร อีกทั้งดูท่าครั้งนี้ชิวหลีคงไม่ได้มาด้วยตนเอง ท่านชังหลานขอให้ท่านช่วยตรวจสอบดูได้หรือไม่ว่ายังมีตรงไหนที่มีช่องโหว่อีก? ข้าจะไปพบเพื่อนเก่าเสียหน่อย”
“ได้ ควบคุมอารมณ์ให้ดี ด้านหลานเยี่ยจะรู้สึกเอา” ชังหลานเอ่ยขึ้นเตือน เวลาพันปีที่สงบเงียบ แล้วยังเป็นครั้งแรกที่เจอเด็กที่ทำให้เหนื่อยใจได้ขนาดนี้ ทำให้เขาต้องยื่นมือเข้ามาช่วงครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับเขาแล้วเด็กสองคนนี้ก็เหมือนกับลูกของตนเอง แท้จริงแล้วนี่เป็นลิขิตสวรรค์หรือไม่เล่า?
“ขอบคุณท่านที่กล่าวเตือนขอรับ”



