บทที่ 30 ใต้หล้านี้
“ภูมิประเทศของจิ่วหลิวนั้นซับซ้อนอย่างมาก อีกทั้งในขณะเดียวกันก็ติดต่อกับตระกูลหลาน ตระกูลเยี่ย เมืองหลวงและเหวินเย่ว์ ถือเป็นพื้นที่ตรงกลาง เหวินเย่ว์ถือเป็นพื้นที่ของตระกูลเยี่ย หากตระกูลเยี่ยได้จิ่วหลิวไปครอง เขาเทียนปี้และตระกูลหลานจะอยู่ในอันตรายทั้งนั้น” มู่หลีพูดเสริม
“มู่หลีอยู่ต่อ คนอื่นกลับไปเถิด ตรงนี้ข้าจัดการเองได้” หลานเยี่ยเอ่ยปากไล่คน
“แต่ท่านประมุข” หลานเม่ยเอ่ยปากคิดจะพูดอะไรออกมา หลานเยี่ยกลับยกมือห้ามเอาไว้ หลานเม่ยไม่ได้ดื้อรั้น เดินนำพาคนอื่นออกไป
“เสี่ยว… ท่านประมุขคิดว่าหนอนบ่อนไส้อยู่ท่ามกลางพวกเขาหรือ?” มู่หลีถามขึ้น
“ข้าหวังว่าคนที่ข้าเชื่อใจที่สุดจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” หลานเยี่ยมองมู่หลี “เรื่องที่เกี่ยวกับจิ่วหลิวเมื่อกี้นี้เจ้าไม่ได้พูดออกมาทั้งหมดกระมัง”
“สุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นสายตาของท่านประมุข” มู่หลีหัวเราะชื่นชม
“เรียกข้าว่าหลานเยี่ยหรือไม่ก็นายน้อย ฟังคำว่าท่านประมุขมาทั้งวันแล้ว ตะขิดตะขวงนัก”
“ได้ นายน้อย ก่อนที่จิ่วหลิวจะกลายเป็นพื้นที่ของตระกูลหลานนั้นก็มีคนดีและคนเลวปะปนกันยุ่งไปหมด กองกำลังต่างๆ ล้วนมีทั้งนั้น คนสอดแนมที่แอบทำงานอย่างลับๆ นั้นยิ่งบ้าคลั่งอย่างมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วสามารถแบ่งได้เป็นสองฝั่ง”
“ตระกูลหลานและตระกูลเยี่ย” หลานเยี่ยมองไปยังม่านพลังที่เหมือนจะมีส่วนสึกหรอที่ห่างออกไปไม่ไกล พูดออกมาเรียบๆ
“นายน้อยฉลาดนัก ในตอนนั้นเขาเทียนปี้ไม่อาจควบคุมจิ่วหลิวได้ ถึงต้องนำมันมาเป็นสินสอดของฮูหยินมอบให้กับตระกูลหลาน ราชวงศ์ถูกตระกูลเยี่ยควบคุมเอาไว้ เขาเทียนปี้มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลหลานมาโดยตลอด ดังนั้นคนที่ต่อสู้แย่งชิงกันจึงมีเพียงตระกูลหลานและตระกูลเยี่ยเท่านั้น”
ทิศทางที่จิ่วหลิวใกล้กับเมืองหลวงและตระกูลเยี่ยมีอยู่สองด่าน แต่สิบปีก่อนหน้านี้หลังจากตระกูลเยี่ยเปลี่ยนนาย ประมุขทั้งหลายต่างก็ปิดประตูด่านไปหนึ่งที่ เหลือเพียงแค่หนึ่งด่านเอาไว้ทำการค้ากับจิ่วหลิวเท่านั้น
“ในเมื่อมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในตระกูลหลานได้ เช่นนั้นทางด้านตระกูลเยี่ยก็คงมีคนตระกูลหลานอยู่ไม่น้อยกระมัง”
“ใช่แล้ว ท่านประมุขแทรกคนเข้าไปในราชวงศ์สองคน หนึ่งคนอยู่ที่วังใน อีกคนอยู่ในราชสำนัก ในเมืองหลวงก็มีคน”
“ช่างน่าสนใจนัก วังในและราชสำนัก”
“แต่ภายในตระกูลเยี่ยนั้นไม่มี ชิวหลีมีนิสัยขี้ระแวงมาแต่ไหนแต่ไร คนของพวกเราไม่มีโอกาส”
“แผ่นดินนี้แบ่งเป็นสี่ส่วน ราชวงศ์อยู่ฝังเหนือ ตระกูลเยี่ยอยู่ฝั่งตะวันตก ตระกูลหลานและเขาเทียนปี้อยู่ฝั่งตะวันออก ทั่วทั้งแผ่นดินมีการจัดการเช่นนี้ มีจิ่วหลิวเป็นจุดแตกหัก เริ่มโจมตีจากเมืองหลวงที่มีการป้องกันค่อนข้างอ่อนแอ จากนั้นก็รวบรวมทหารทั้งหมดโจมตีตระกูลเยี่ย” หลานเยี่ยวิเคราะห์ มู่หลีเกิดภาพมายาขึ้นมาในฉับพลัน
“หรือนายน้อยจะมีความคิดรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่มีอารมณ์จะไปสนใจเรื่องคนอื่น แล้วข้าเองก็ไม่ได้มีความสนใจต่ออำนาจใหญ่โตไม่มีที่เปรียบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคนสนใจ พวกเราควรจะเตรียมการให้พร้อมล่วงหน้า เตรียมพร้อมรับมือการหาเรื่องจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา” ทั้งสองคนพูดวิเคราะห์เรื่องแบบแผนของแผ่นดินนี้สลับไปมา
หลังจากจัดการม่านพลังบนเขาหลานวั่งเสร็จแล้ว หลานเยี่ยก็กลับไปหอเย่ว์เยี่ย เมื่อไม่พบหลานเฟิงเขาก็ถอนหายใจออกมา ฉะนั้นหลานเยี่ยยืนอยู่หน้าประตูยืนทอดมองไปยังทิศทางเขาหลานวั่ง
หลานเฟิงเพิ่มพลังที่เป็นของตระกูลเยี่ยเข้าไปใหม่ตรงจุดรวมกระแสพลังทิศเหนือใต้ออกตกจากพื้นฐานของม่านพลังเดิม อีกทั้งยังตั้งม่านพลังบนเขาหลานวั่งใหม่อีกครั้งในบริเวณที่เปราะบาง เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้คนตระกูลเยี่ยจะลองใช้กระแสพลังบุกเข้ามาหาตระกูลหลานก็จะต้องสูญเสียไปเพราะพลังที่ผสมผสานกันนี้
‘ใต้หล้านี้ข้าวางแผนมานานเพียงเพื่อจะมีสักวันที่มีอำนาจเหนือแผ่นดิน ไม่ได้อำนาจข้าจะไม่ยอม’ ชิวหลีคิดเช่นนี้
‘ใต้หล้านี้ต่อให้ได้มาเจ้าเองก็ไม่เป็นของข้า เงาในดวงตาของเจ้ายังคงเป็นเขา ไม่มีวันเปลี่ยน’ ชิวอวี้คิดเช่นนี้
‘ใต้หล้านี้หากข้าได้มาครอง นั่นก็เพราะว่ามีเจ้าอยู่ในนั้น ได้ใต้หล้ามาครองจะไม่มีเจ้าได้อย่างไร’ หลานเฟิงคิดเช่นนี้
‘ใต้หล้านี้ข้ายอมประคองส่งมอบให้คนอื่น แต่หากมายุ่งกับจุดตายของข้า ข้ายอมฆ่าทุกคนบนโลกใบนี้’ หลานเยี่ยคิดเช่นนี้



