Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 50

TiMan
BC

บทที่ 50 จบลงแล้ว

ใช่แล้ว จบลงแล้ว

C

ในคืนเดียวกันภายในเขาเทียนปี้มีการจัดงานฉลอง มอบรางวัลให้กับคนที่มีผลงาน เฉลิมฉลองที่การศึกได้รับชัยชนะ

“ท่านพี่ ทำไมถึงไม่ไปฉลองกับทุกคนเหล่า?” อวิ๋นหรูเห็นหลานเยี่ยเดินออกมาจึงตั้งใจเดินตามออกมาพูดคุยกับเขา

หลานเยี่ยออกมาสูดอากาศนอกห้อง แม้เขาจะดีใจที่ได้รับชัยชนะ แต่สำหรับเขาแล้วการศึกยังไม่จบลง เขาเทียนปี้ได้รับชัยชนะ แล้วยังมีซีเชวีย จากนั้นคือตระกูลเยี่ย

“ในห้องเสียงดังเกินไป ข้าออกมาสูดอากาศ”

“ครั้งนี้เขาเทียนปี้ชนะแล้ว ข้าขอเป็นตัวแทนเขาเทียนปี้ขอบคุณท่าน”

หลานเยี่ยหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นตัวแทนเขาเทียนปี้

“ท่านอย่าได้ถือสา ท่านพ่อเพิ่งปล่อยวางเรื่องในตอนนั้นได้ ไม่อาจกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนได้อย่างง่ายดาย จะให้เขาเอ่ยขอบคุณท่านย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ อีกทั้งตอนข้ายังเด็กท่านแม่ก็มาเสียไปเรื่องนี้ส่งผลรุนแรงต่อเขามากนัก

ใครจะรู้ว่าท่านป้าเองก็จากไปด้วย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องในตระกูลอีก หลายปีมานี้เขามอบอำนาจให้ข้า ในตระกูลมีเรื่องมากมายข้าเองก็ไม่มีเวลามาอยู่กับเขา ข้างกายเขาไม่มีใคร ผ่านไปนานก็ยิ่งปล่อยวางไม่ได้”

“ข้าเข้าใจ ข้าไม่ได้โทษท่านลุง เจ้าก็เหมือนกัน ต้องอยู่กับท่านลุงให้มาก อีกไม่กี่ปีเจ้าเองก็ต้องออกเรือน ถึงเวลานั้นยิ่งไม่มีคนอยู่ข้างเขาไปกันใหญ่”

หลานเยี่ยยิ้มพลางลูบผมอวิ๋นหรู อวิ๋นหรูหน้าแดงก่ำรีบหลบหนีจากฝ่ามือปีศาจของหลานเยี่ย

“ท่านพี่ ให้ตายเถิด ข้าโตเท่าไรแล้วท่านยังมาลูบหัวข้า ดูที่ท่านทำซิ” อวิ๋นหรูพูดด้วยท่าทีอับอายโมโหพลางจัดทรงผมตัวเอง

“ฮ่า ฮ่า นี่เจ้าอายหรือ?” หลานเยี่ยพูดเย้า

“ไม่สนใจท่านแล้ว” อวิ๋นหรูหมุนตัววิ่งหนีไป

ด้านนอกเหลือเพียงหลานเยี่ยคนเดียวอีกครั้ง

“ชิวอวี้ นายน้อยตระกูลเยี่ยตอนนี้ชื่อนี้กระมัง อ้อไม่ ตอนนี้น่าจะเป็นประมุขตระกูลเยี่ยแล้ว”

บริเวณเงาต้นไม้ทึบมีคนคนหนึ่งยืนอยู่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร

“ใช่” หลานเฟิงตอบ

“ตอนนี้ข้าถามเจ้าหนึ่งคำถาม หากข้ากำจัดตระกูลเยี่ย เจ้าจะโทษข้าหรือไม่? อย่างไรนั่นก็เป็นบ้านเกิดของเจ้า และเพราะศัตรูของพวกเรามีเพียงชิวหลีคนเดียว”

หลานเฟิงไม่พูดจา

“หากเป็นข้า ข้าก็คงทำใจไม่ได้ ฆ่าเก้าชั่วโคตรเพราะคนเพียงคนเดียว เกรงว่าจะเป็นทรราชกระมัง ไม่รู้ว่าทำไมชิวหลีตายแล้วข้ากลับรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังออกไปหมด ไม่มีแรงขยับแล้ว” หลานเยี่ยพูดเยาะตัวเองด้วยความเคยชิน

“ก็ใช่ เพราะอย่างไรข้าก็ไม่ชอบสงคราม และไม่ชอบอำนาจ ต่อให้ได้แผ่นดินนี้มาครองแล้วข้าจะทำอะไรได้?”

หลานเยี่ยขยับเข้าไปใกล้หลานเฟิงเรื่อยๆ ทีละก้าวๆ เมื่อมาถึงหน้าหลานเฟิง หลานเยี่ยก็ยืนมองเขาอยู่นิ่งๆ ท้ายสุดก็หลุดหัวเราะออกมา

“ช่างเถิด เรื่องวุ่นวายเช่นนี้อย่าเพิ่งไปคิดเลยดีกว่า รอจนจัดการซีเชวียให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน ชิวหลีตายไปแล้ว แต่ยังไม่ยอมถอยทัพที่ซีเชวีย ช่างน่าปวดหัวเสียจริง ไปเถิด พวกเราไปกินข้าว”

หลานเยี่ยหมุนตัวจากไป เหลือเพียงหลานเฟิงมองแผ่นหลังของเขาจนลับตาไปอยู่คนเดียว ครุ่นคิดต่อไป

“ข้าไม่โทษเจ้า ขอแค่เจ้าอยากทำข้าล้วนสนับสนุนเจ้าทั้งนั้น เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว ตระกูลเยี่ยเล็กๆ ถือเป็นของสิ่งใดกัน ในทางกลับกันจะมอบให้เจ้าด้วยความเต็มใจแล้วจะทำไม”

ตอนที่หลานเยี่ยกำลังจะก้าวเท้าเข้าประตูห้องคำพูดเหล่านี้จากใจจริงของหลานเฟิงก็ลอยเข้ามาโดยมีมุกหลิววั่งเป็นสื่อกลาง ขาของหลานเยี่ยชะงักไป หัวเราะออกมาเบาๆ ก้าวเท้ายาวเข้าห้องไม่ได้หันกลับไป

“มา พวกเราดื่มต่อ”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!