บทที่ 51 ฟื้นคืน
ตกดึกคืนนั้นดวงดาวระยิบระยับ แสงประกายที่สวยงามในห้องของหลานเยี่ย ทำให้หลานเฟิงยากที่จะลืมไปชั่วชีวิต และทำให้เขาเสียใจต่อสิ่งที่ทำลงไป
“นายน้อย ท่านบ้าไปแล้วหรือ?” หลานเฟิงร้อนใจจนตาแดงก่ำ จับข้อมือของหลานเยี่ยเอาไว้แน่น ตอนที่เขาเข้ามาก็เห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ หลานเยี่ยขับเร่งแหล่งพลังของตนเองแปรเปลี่ยนเป็นภาชนะสองชิ้น
“ข้าไม่ได้บ้า หลายปีมานี้หลิวและวั่งควรเป็นอิสระได้แล้ว แม้พันปีก่อนหน้านี้จะกลายเป็นมารเพราะความคิด แต่สุดท้ายทั้งสองก็สมัครใจที่จะอยู่ด้วยกัน ได้ครอบครองคนรัก หรือว่าจะไม่ใช่เรื่องสุขใจเช่นนั้นหรือ?” หลานเยี่ยยิ้มมองหลานเฟิง
หลานเฟิงค่อยๆ ปล่อยหลานเยี่ย ขับมุกวั่งออกมา หลังจากวางไว้บนมือของหลานเยี่ยก็หมุนตัวเดินออกไป
รอจนหลานเฟิงเดินออกไปแล้วหลานเยี่ยก็รีบนอนหมอบลงบนโต๊ะชาในทันใด รอจนร่างกายพอจะรู้สึกรับไหวถึงได้เอามุกหลิวออกมาจากทรวงอก
“หลิว วั่ง ออกมาสูดอากาศเถิด”
มุกหลิววั่งประกายแสงออกมาเบาๆ เงาของทั้งสองคนค่อยๆ กลายเป็นร่างจริง
“ทำไม มาคืนบุญคุณช้าอย่างนั้นหรือ?” การเปลี่ยนแปลงและความคิดของหลานเยี่ยและหลานเฟิงขอแค่พวกเขาอยากรู้ก็สามารถรู้ได้ แต่สอดแนมเรื่องส่วนตัวของคนอื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไรนัก
“ใช่แล้ว”
หลิวก้าวขึ้นมา เห็นสีหน้าซีดขาวของหลานเยี่ยก็รีบจับชีพจรให้
“แหล่งพลังเหลือเพียงหนึ่งในสาม หลังจากนี้จำให้ดีว่าอย่าใช้อีก”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
หลานเยี่ยนำเอาภาชนะสองชิ้นนั้นออกมา วางพวกมันลงบนโต๊ะตัวเล็ก
“ข้าเอาแหล่งพลังมาทำเป็นภาชนะสองชิ้น ผสมผสานกับพลังจากมุกหลิววั่งสามารถกลายเป็นร่างเนื้อได้ พวกท่านจะสามารถมีร่างที่สมบูรณ์ แต่ก็กลายเป็นมนุษย์ มีอายุขัยเพียงร้อยปี หลังจากหนึ่งร้อยปีผ่านไปจะกลายเป็นกระดูกแห้ง” พูดถึงตอนท้ายหลานเยี่ยก็ค่อยๆ จริงจังขึ้นมา
วั่งและหลานเยี่ยมองอีกฝ่ายหนึ่ง
“มุกหลิววั่งดำรงอยู่สองพันกว่าปีแล้ว ทุกๆ พันปีแผ่นดินจะต้องเกิดความวุ่นวาย มุกหลิววั่งนั้นเกิดมาจากผู้มีฝีมือสองท่านเมื่อสองปีที่แล้วใช้ตบะบำเพ็ญทั้งหมดในชีวิตขับออกมา หนึ่งคนเป็นหลิว อีกคนเป็นวั่ง มีชื่อเรียกว่ามุกหลิววั่ง พูดกันจริงๆ แล้วมุกหลิววั่งเป็นเพียงของวิเศษชิ้นหนึ่งเท่านั้น จะถูกใครนำไปใช้ คนดี คนเลว คนมีความสามารถ จากที่ข้าดูแล้วเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” วั่งพูดถึงที่มาที่ไปของมุกหลิววั่งอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ต่อให้ข้าคลายความสัมพันธ์ของพวกเจ้า ต่อให้ข้าหนีออกจากมุกหลิววั่ง ข้าก็ยังสามารถบังคับเขาได้ หรือจะพูดว่านายของเขาก็คือข้า”
“ดังนั้นไอยา หลิวเจ้าตีหัวข้าทำไม ข้ากำลังเริงใจอยู่เชียว!”
จู่ๆ หลิวก็ใช้ความรุนแรงโจมตีศีรษะของวั่ง
“แสร้งทำ ให้เจ้าแสร้งทำต่อไปซิ ตอนที่หลานเยี่ยขับแหล่งพลังออกมาไม่ใช่ว่าคิดดีแล้วหรืออย่างไร? เจ้ายังจะมาแสร้งทำอีก”
“เสี่ยวเยี่ย ขอบคุณเจ้าที่มอบร่างกายนี้ให้กับพวกเรา ในเมื่อมีเวลาเพียงร้อยปี สำหรับพวกข้าที่จากกันมานานพันปีก็มากพอแล้ว พวกเราคิดมาดีแล้ว มุกหลิววั่งยังมอบให้เจ้าดูแลเช่นเดิม
มีมุกหลิววั่งพวกเจ้ายังสามารถรับรู้จิตใจของอีกฝ่าย อีกทั้งช่องว่างระหว่างมุกหลิววั่งถูกเปิดออก ความเป็นความตายของพวกเจ้าเชื่อมกันไว้ ชีวิตของพวกเจ้า พวกเจ้ารับผิดชอบกันเอง พรุ่งนี้พวกเราจะจากไป สุดขอบฟ้าเขาเขียวจะเป็นที่ไหนก็ดีทั้งนั้น
ในเวลาที่ต้องการพวกเราจะกลับมาช่วยเหลือเจ้า ถือว่าข้าติดหนี้ทางใจกับพวกเจ้าไว้ แผ่นดินเป็นเช่นไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา สุดท้ายหวังว่าเจ้าจะได้ครองคู่กับหลานเฟิง พวกเจ้าสองคนสมัครรักใคร่ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหลีกเลี่ยงความรู้สึกของเจ้าเสมอ แต่ข้าเชื่อว่าจะต้องมีสักวันที่ดีขึ้น
เพราะใช้แหล่งพลังไป จำเอาไว้ว่าภายในเจ็ดวันนี้ไม่อาจใช้พลังได้อีก เพียงเท่านี้ พวกข้าไปแล้ว”
“อืม อย่าลืมกลับมาเยี่ยมกันบ่อยๆ ประตูของหลานเยี่ยเปิดให้พวกเจ้าเสมอ”
หลิวเอาภาชนะสองชิ้นจากไป หลานเยี่ยถอนหายใจยาว
“ช่างอิจฉาพวกเขาเสียจริง หลานเฟิง”
ด้านนอกคนคนหนึ่งเดินจากไปเงียบๆ



