Skip to content

ใต้ม่านรัตติกาล 53

TiMan
BC

บทที่ 53 คนสองคนม้าหนึ่งตัว

“ท่านพี่ รอก่อน” เสียงตะโกนร้องด้วยความร้อนใจดังมาจากม้าข้างหลัง

C

หลานเฟิงกระตุกบังเหียน หันไปมองว่าเป็นใคร

อวิ๋นหรูบังคับม้าวิ่งตรงมาทางพวกเขา เห็นว่าหลานเฟิงแบกหลานเยี่ยนั่งอยู่บนหลังม้าตัวเดียวกันอย่างสนิทสนม แสงประกายในสายตาก็อดหมองลงไปไม่ได้ มือที่กุมบังเหียนไว้กระชับเข้าหากันแน่น

“เสี่ยวหรู มีอะไรหรือ? ทำไมถึงวิ่งมาเล่า” หลานเยี่ยยิ้มพลางถามออกมา เหมือนไม่ได้รู้สึกเลยว่าท่าทางของตนและหลานเฟิงตอนนี้ดูใกล้ชิดกันมากเพียงใด

อวิ๋นหรูจัดการความรู้สึกตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้เอ่ยปากพูด

“ท่านพี่ก็เสียจริงเลย รีบไปขนาดนี้ไม่รู้จักบอกลาข้าก่อนเลย”

“ข้าบอกลาท่านลุงแล้ว แต่บังเอิญไม่เจอเจ้าเท่านั้นเอง ท่านลุงบอกว่าเจ้ายุ่ง ข้าเลยไม่ได้ไปรบกวนเจ้า” ไม่ว่าตอนไหนใบหน้าของหลานเยี่ยก็จะมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ อีกทั้งเมื่อคนนอกมองดูจะรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นอบอุ่น ทำให้คนชื่นชอบมากมาย

“ข้ากำลังจัดการเรื่องทหารพลังที่ตายไปเลยไม่อยู่ ใช่แล้วนี่คือถุงหอมที่ข้าปักให้พวกท่าน คนละถุง ถือว่าเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณจากข้าก็แล้วกัน”

อวิ๋นหรูส่งถุงหอมสองอันที่มีรูปแบบและลวดลายเดียวกันให้หลานเยี่ยและหลานเฟิง

“เจ้าทำงานเรือนสตรีเป็นด้วยหรือ ตอนเด็กเจ้าเล่นมีดเล่นดาบอยู่ทุกวัน ดูไม่ออกเลยจริงๆ” หลานเยี่ยรับถุงหอมสองถุงไว้ ส่งถุงหนึ่งให้หลานเฟิง อวิ๋นหรูจ้องมองถุงหอมที่หลานเยี่ยส่งให้หลานเฟิงนิ่ง หลังจากเห็นถุงหอมในมือทั้งสองคนแล้วก็ถอนหายใจยาวออกมา

“แค่ถุงหอมถุงเดียว ข้าโดนเอาเปรียบเสียแล้ว”

“ไม่เอาก็เอามาให้ข้า” อวิ๋นหรูพูดพลางแย่งเอาถุงหอมจากมือของหลานเยี่ยมา หลานเยี่ยเบี่ยงตัวไม่ให้นางได้ทำตามใจชอบ แม้จะไม่ชอบให้คนอื่นเอาของให้หลานเฟิง แต่ไม่เอาก็เสียเปล่าใช่หรือไม่เล่า

“ขอบใจเจ้ามาก ยังมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่? ไม่มีอะไรก็ขอตัวก่อน”

“หากว่ามีเรื่องที่จะให้อวิ๋นหรูทำ ขอให้สั่งกำชับ อวิ๋นหรูจะต้องช่วยสุดกำลังเป็นแน่”

“มีเพียงประโยคนี้จากเจ้าแล้ว รีบกลับไปเถิด ไปอยู่กับท่านลุง”

“อืม เจ้าค่ะ”

อวิ๋นหรูบอกลาสั่งเสียเสร็จแล้วก็หมุนตัวจะจากไป แต่ก็หันกลับมาอีกครั้ง หลานเยี่ยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“มีอะไรอีกเล่าเจ้าเด็กเอาแต่ใจ?”

อวิ๋นหรูลงหลังม้า ส่งบังเหียนให้กับพวกหลานเยี่ย

“เอาม้าให้พวกท่าน สองคนม้าตัวเดียวอย่างไรก็ช้า”

หลานเยี่ยหัวเราะ

“ไม่ต้องหรอก อย่างนี้ก็ดี ไม่มีอะไรแล้วพวกข้าขอตัวก่อนนะ”

หลานเยี่ยกระชับบังเหียน ออกแรงม้าวิ่งออกไปในทันใด

หลานเฟิงเหลือบมองอย่างนึกอะไรได้ แต่กลับเห็นอวิ๋นหรูที่แตกต่างออกไปจากเวลาปกติ แววตาเช่นนั้นพูดได้ว่าน่ากลัว

ช่วงกลางวันพระอาทิตย์ส่องแสงสว่าง หากมองลงมาจากบนฟ้าจะเห็นคนสองคนควบม้าอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวอร่ามกว้างใหญ่ คนสองคนม้าหนึ่งตัว คนหนึ่งชุดสีฟ้า คนหนึ่งชุดสีดำมีความสุขเพลิดเพลินสมอารมณ์หมายอยู่ในโลกที่พวกเขาสร้างขึ้น

“หลานเฟิง ดูเร็วเข้า กระต่ายแหละ พวกเราไล่มันเร็ว ฮ่า ฮ่า”

สองคนม้าหนึ่งตัว บวกกระต่ายอีกหนึ่งตัว คนที่อยู่บนหลังม้านั้นดูร่าเริงอย่างมาก หลานเยี่ยเร่งควบม้าอย่างสุดกำลัง พอไปถึงข้างๆ กระต่ายก็เอนตัวลงหลานเฟิงจับมือเขาเอาไว้

หลานเยี่ยจับกระต่ายตัวเอียงไปข้างส่งยิ้มขึ้นมามองหลานเฟิง หลานเฟิงออกแรงดึงหลานเยี่ยขึ้นมา หลานเยี่ยตกเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นอย่างมั่นคง

“จะเป็นตัวในตอนนั้นหรือเปล่านะ? ข้ารู้สึกว่าในร่างของมันมีพลังที่คุ้นเคยหลงเหลืออยู่”

“อายุขัยของกระต่ายไม่น่ายืนยาวขนาดนั้น อีกทั้งนี่มาถึงตระกูลหลานแล้ว กระต่ายทุกตัวในเขานี้ล้วนมีพลังของนายน้อยหลงเหลืออยู่” หลานเฟิงพูดออกมาอย่างไร้ความรู้สึก

“…”

หลานเยี่ยอุ้มกระต่ายเข้าสู่อ้อมอก ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่ยอมแพ้ พูดไม่ชนะเจ้าและจะทำไม!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!